Zoomed product photo

แมวเปอร์เซีย (Persian cat)

ทำความรู้จักแมวเปอร์เซีย (Persian Cat)
แมวพันธุ์เปอร์เซีย หรือ Persian Cat คือหนึ่งในสายพันธุ์น้องแมวขนสวยยาวเงางาม และจัดเป็นหนึ่งในสิบสายพันธุ์แมวที่ได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดบนโลกสายพันธุ์หนึ่ง ด้วยขนที่สวย บวกกับความน่ารัก ความจงรักภักดีต่อเจ้าของ รักความสงบ ไม่ส่งเสียงดังเอะอะ และความฉลาดแสนรู้ของแมวเปอร์เซีย ทำให้น้องแมวสายพันธุ์นี้มัดใจให้หลายคนตกหลุมรักกันแบบถอนตัวไม่ขึ้น มาทำความรู้จักน้องแมวเปอร์เซีย กันให้มากอีกนิด แล้วคุณจะหลงรักน้องแมวเปอร์เซียยิ่งขึ้นไปอีก

ลักษณะเด่นของแมวพันธุ์เปอร์เซีย อยู่ที่ดวงตาที่กลมโต กะโหลกกลม หน้าแบน แก้มแน่น และใบหูขนาดเล็กที่มีปลายมน ขนาดหัวที่ใหญ่ของแมวเปอร์เซียช่วยพยุงคอที่สั้น หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นว่าแมวเปอร์เซียมีหน้าตาหลายแบบ เช่น หน้าแบนสุดๆ แบบ Peke-face หรือเป็นลุคเก่าที่จะเห็นว่าใบหน้าแมวเปอร์เซียมีความกลมขึ้นมาอีกนิดแบบ Doll-face ซึ่งอายุเฉลี่ยของแมวสายพันธุ์นี้อยู่ที่ 10 – 15 ปี มีความยาวลำตัว 14 – 18 นิ้ว (ไม่รวมความยาวหาง) น้ำหนักประมาณ 4 – 6 กิโลกรัม รูปร่างของแมวเปอร์เซียจะเป็นสัดส่วนของกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ ขาสั้น หนา และมีอุ้งเท้าขนาดใหญ่ หางแมวเปอร์เซียจัดว่าไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนลำตัวของแมว

The need-to-know

  • แมวสงบ
  • เป็นมิตรแต่รักอิสระ
  • แมวเงียบ
  • รูปร่างใหญ่และตันกว่าปกติ
  • ต้องดูแล/ตัดขนทุกวัน 
  • ต้องการพื้นที่นอกบ้านบ้าง
  • อาจต้องทำความคุ้นเคยก่อนนำมาคลุกคลีกับเด็กเล็ก 
บุคลิกภาพ

แมวพันธุ์เปอร์เซียจะค่อนข้างเงียบและไม่ซุกซน ชอบที่จะนั่งนิ่งๆ อยู่ข้างกายเจ้าของแบบสงบเสงี่ยม มีความเป็นมิตรกับสมาชิกในครอบครัวรวมทั้งเด็ก แต่จะไม่ชอบถ้าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นมากวน หรือมายุ่งวุ่นวาย และมักเป็นแมวที่ได้รับความสนใจจากสมาชิกในครอบครัว แต่มีเพียงไม่กี่คนหรอกนะที่น้องแมวเปอร์เซียจะรู้สึกไว้ใจ

สถานที่หรือบริเวณที่มีเสียงดังเอะอะไม่ใช่ที่ที่จะถูกใจแมวเปอร์เซียเท่าไหร่นัก น้องแมวเปอร์เซียค่อนข้างที่จะรักสงบ ชอบที่จะมีชีวิตเรียบง่าย เช่น ได้กินอาหารเวลาเดิมสม่ำเสมอ มีเวลาเล่นของเล่น และอยู่ในครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรัก ถ้าคุณกำลังมองหาแมวที่จะไม่ปีนผ้าม่านราคาแพงของคุณเล่นๆ ไม่กระโดดไปลุยเคาน์เตอร์ในครัว หรือไม่กระโจนไปยืนบนหลังตู้เย็นล่ะก็ มองมาที่แมวเปอร์เซียได้เลย นอกจากจะอยู่นิ่งๆ ไม่ก่อกวนให้เจ้าของวุ่นวายใจแล้ว แมวเปอร์เซียก็ยังไม่ร้องขอความรักจากใคร แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็สบายใจสไตล์แมวเปอร์เซียแล้ว 

ลักษณะของขน และสีของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียเป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่ขึ้นชื่อเรื่องขนสวย โดยมีขนยาว หนาฟู นุ่ม และดูเงางาม เส้นขนของแมวเปอร์เซียจะยาวทั่วทั้งลำตัว โดยเฉพาะบริเวณรอบคอที่มักฟูเป็นพิเศษ ทำให้น้องดูสง่างามและน่ากอด

นอกจากขนบริเวณลำตัวแล้ว แมวเปอร์เซียยังมีขนเส้นเล็กแซมตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างขาหน้า ใบหู นิ้วเท้า และที่หาง

ในเรื่องสีขน แมวเปอร์เซียสามารถพบได้หลายสี โดยสีที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่

  • สีขาว
  • สีครีม
  • สีแดง
  • สีน้ำเงิน
  • สีดำ
  • สีช็อกโกแลต

ส่วนสีตาของแมวเปอร์เซียมักมีความหลากหลาย และอาจสัมพันธ์กับสีขนในบางตัว ทำให้แต่ละตัวมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป

นอกจากสีขนที่หลากหลายแล้ว แมวเปอร์เซียยังมีลวดลายหลายแบบ ขนอาจเป็นสีพื้น หรือมีเฉดสีอื่นแซม เช่น สีเงิน สีทอง หรือสีดำ จนเกิดเป็นลวดลายและเฉดสีต่าง ๆ เช่น

  • สีควันบุหรี่
  • ลายแท็บบี้
  • ลายสองสี

ด้วยขนที่ยาวฟู สีสันหลากหลาย และลวดลายที่แตกต่างกัน แมวเปอร์เซียจึงเป็นแมวที่มีภาพลักษณ์โดดเด่น สง่างาม และเป็นที่รักของคนเลี้ยงแมวทั่วโลก

ขนาดของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียนั้นจะมีขนาดกลางถึงใหญ่ โดยเพศผู้จะมีน้ำหนักอยู่ราว 4 - 6 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียจะมีน้ำหนักอยู่ราว 3-5 กิโลกรัม มีความยาวลำตัว 14 – 18 นิ้ว (ไม่รวมความยาวหาง) สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของแมวเปอร์เซีย นั้นจัดเป็นแมวที่มีโครงร่างกายที่แข็งแรง หัวกลม แก้มกลม มีดวงตาโตสวยงาม นอกจากนี้เราจะสามารถสังเกตได้ว่าแมวเปอร์เซียจะมีจุดเด่นตรง “จมูกหัก” ซึ่งเห็นได้ชัดเจน ถ้ามองจากด้านข้าง ก็จะเห็นเป็นขีดอยู่ระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง หน้าตาของแมวเปอร์เซียที่พบได้มีหลายแบบ เช่น หน้าแบนสุดๆ แบบ Peke-face หรือเป็นลุคเก่าที่จะเห็นว่าใบหน้าแมวเปอร์เซียมีความกลมขึ้นมาอีกนิดแบบ Doll-face 

ประวัติและต้นกำเนิด

ถิ่นกำเนิด: อิหร่าน

ชื่ออื่น ๆ: แมว Iranian

ประวัติความเป็นมาของแมวเปอร์เซีย (Persian Cat) 
แต่เดิมนั้นแมวพันธุ์เปอร์เซีย มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบเปอร์เซีย ซึ่งอยู่ภายในประเทศตุรกีและอิหร่านในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับชื่อของสายพันธุ์นี้ที่มักจะเรียกกันว่า แมว Iranian (หรืออีกชื่อนึงก็คือแมว Shirazi) โดยมีบันทึกว่าบรรพบุรุษของแมวสายพันธุ์นี้ ถูกนำเข้าจากอิหร่านมาถึงยังประเทศอิตาลี ในช่วงปี ค.ศ. 1620 และได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงแมวในแถบยุโรปเป็นอย่างมาก จึงได้มีการนำไปขยายพันธุ์ในสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1900 และได้รับการตั้งชื่อว่า Persian Cat ตามถิ่นกำเนิดของแมวสายพันธุ์นี้นั่นเอง  

โภชนาการและการให้อาหาร

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับแมวเปอร์เซียควรมีสัดส่วนเหมาะสมกับร่างกายและกิจกรรมในแต่ละวัน โดยอาหารควรมีสารอาหารสำคัญ ได้แก่

  1. โปรตีน ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและโครงสร้างของร่างกาย ควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
  2. คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานสำหรับเซลล์ต่าง ๆ เช่น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ดเลือดแดง จึงควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อช่วยป้องกันโรคอ้วน
  3. ไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยดูดซึมวิตามิน และเสริมการทำงานของระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ 6
  4. วิตามินและแร่ธาตุ แม้ต้องการในปริมาณน้อย แต่ควรได้รับอย่างเหมาะสม เพราะการได้รับไม่เพียงพอหรือมากเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย

นอกจากนี้ ควรเลือกอาหารให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแมวเปอร์เซีย เช่น PURINA ONE Indoor Advantage สูตรสำหรับแมวเลี้ยงในบ้าน ซึ่งมีไฟเบอร์จากธรรมชาติ ช่วยลดการก่อตัวของก้อนขน พร้อมโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยดูแลผิวหนังและขน และมีโปรตีนจากเนื้อไก่งวง เหมาะสำหรับแมวเลี้ยงในบ้านที่มีกิจกรรมน้อย

ความต้องการพิเศษเฉพาะสายพันธุ์ของแมวเปอร์เซีย

สำหรับการดูแลเฉพาะสายพันธุ์ ควรเช็ดคราบน้ำตารอบดวงตาด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นอย่างสม่ำเสมอ และพาไปตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ และทำวัคซีนเป็นประจำ นอกจากนี้ควรรักษาความสะอาดกระบะทรายอยู่เสมอ เพราะทรายอาจติดตามขนหรือเท้า และกระบะที่สกปรกอาจทำให้แมวไม่อยากใช้ 

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ

แมวเปอร์เซียมีแนวโน้มพบปัญหาสุขภาพบางอย่างได้บ่อยกว่าสายพันธุ์อื่น เช่น หายใจลำบากหรือมีเสียงดังจากช่องจมูกตีบ ฟันสบไม่ปกติ น้ำตาไหลมาก ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น เชอร์รี่อายและหนังตาม้วน รวมถึงการทนต่ออากาศร้อนได้ไม่ดี นอกจากนี้ยังอาจพบซีสต์ที่ไต โรคกลากและเชื้อรา รวมถึงปัญหาผิวหนัง เช่น คัน ผิวแดง ผิวลอกเป็นสะเก็ด และขนร่วง จึงควรดูแลสุขภาพและความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

การเป็นสมาชิกครอบครัว

แมวเปอร์เซียอาจจะไม่ใช่แมวที่เป็นตัวเลือกแรกในการเลี้ยงร่วมกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก และครอบครัวที่มีสุนัข แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้องแมวจะเข้ากับเด็กๆ หรือสุนัขไม่ได้ ถ้าเด็กๆ และสุนัขไม่ไปวิ่งไล่กวดแมวเปอร์เซีย แมวเปอร์เซียแสนรักสงบก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนกับทุกคนแน่นอน

การเป็นสมาชิกครอบครัว

แมวเปอร์เซียมีนิสัยรักสงบ อ่อนโยน และเข้ากับคนได้ง่าย จึงสามารถอยู่ร่วมกับเด็กหรือสุนัขได้ หากได้รับการแนะนำให้รู้จักกันอย่างเหมาะสมและไม่มีการวิ่งไล่หรือรบกวนแมวมากเกินไป

วิถีชีวิตและผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

โดยทั่วไปแมวเปอร์เซียขี้อ้อนและค่อนข้างเงียบ แต่บุคลิกของแต่ละตัวแตกต่างกันตามการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อม เพศผู้มักสุขุมและมีโลกส่วนตัว ส่วนเพศเมียบางตัวอาจเรียบร้อยและชอบอยู่ใกล้เจ้าของ

แมวเปอร์เซียเหมาะกับการเลี้ยงในบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เพราะไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก แต่ผู้เลี้ยงควรมีเวลาใส่ใจดูแลและแปรงขนเป็นประจำ