Zoomed product photo

ชินชิล่า

แมวชินชิล่า (Chinchilla) เป็นแมวที่มีลักษณะคล้ายแมวเปอร์เซีย โดยมีจุดเด่นคือ ขนยาวสลวย ดวงตากลมโต และสีขนที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตาม ชินชิล่ามีรูปร่างและโครงหน้าที่แตกต่างจากเปอร์เซียทั่วไปเล็กน้อย

โดยทั่วไป แมวชินชิล่ามีโครงสร้างลำตัวขนาดปานกลาง ดูตัวเล็กกว่าแมวเปอร์เซียบางตัว ส่วนจมูกและปากยาวกว่า ทำให้ใบหน้าดูไม่แบนเท่าเปอร์เซีย ลำตัวแน่น แข็งแรง อุ้งเท้าค่อนข้างใหญ่ และมีรูปร่างสมส่วน จึงเป็นแมวที่ทั้งสง่างาม อ่อนหวาน และน่ารักน่ากอดในเวลาเดียวกัน 

The need-to-know

  • แมวที่เงียบสงบและไม่ดุร้าย
  • เข้ากับคนง่ายและต้องการการดูแล
  • แมวเงียบ 
  • แมวพันธุ์กลาง
  • ต้องดูแล/ตัดขนทุกวัน  
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • ต้องการพื้นที่นอกบ้านบ้าง 
  • ไม่เหมาะสำหรับบ้านที่มีครอบครัวใหญ่
  • ต้องการสภาพแวดล้อมที่สงบ 
บุคลิกภาพ

ถ้าให้นึกถึงบรรยากาศรอบตัวของแมวชินชิล่า คงเป็นบรรยากาศที่เงียบ สงบ และผ่อนคลาย เพราะเป็นแมวที่ไม่ค่อยแอคทีฟและไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากเจ้าของมากนัก อย่างไรก็ตาม น้องยังเป็นแมวที่ซื่อสัตย์ ผูกพันกับคนในบ้าน และชอบใช้เวลาอยู่ใกล้เจ้าของ เพียงแต่จะแสดงความรักในแบบนุ่มนวล เช่น การนอนใกล้ ๆ นอนให้ลูบ หรืออยู่เป็นเพื่อนในมุมสงบของบ้าน

ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย เจ้าของควรใช้ของเล่นหรือกิจกรรมเบา ๆ ช่วยกระตุ้นให้น้องลุกขึ้นมาเล่น เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักและส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แม้ชินชิล่าจะรักความสงบ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่ลำพังเป็นเวลานาน เพราะยังต้องการความผูกพันและการอยู่ร่วมกับเจ้าของ

สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ชินชิล่าสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกันได้ หากค่อย ๆ ทำความรู้จักกันหรือเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก โดยรวมแล้วจึงเหมาะกับเจ้าของที่ชอบแมวนิสัยสงบ อ่อนโยน และรักการอยู่ใกล้คน มากกว่าการทำกิจกรรมโลดโผน 

ประวัติและต้นกำเนิด

แมวชินชิล่าเป็นแมวที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์จากแมวเปอร์เซียตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 โดยเป็นการคัดเลือกพันธุ์จากสี และได้ชื่อมาจากสัตว์ฟันแทะที่มีขนนุ่มสุด ๆ อย่างเจ้าชินชิล่า ที่มีลักษณะขนหนาสีขาวปลายเข้ม ทำให้ดูเป็นประกายสีเงินดึงดูดสายตาผู้คน

แมวชินชิล่าได้ชื่อว่าเป็นแมวพันธุ์แรก ๆ ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาด้วยการคัดเลือกจากสีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผู้พัฒนาสายพันธุ์ก็ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง ลักษณะนิสัย รวมไปถึงสภาวะสุขภาพด้วยเช่นกัน 

โภชนาการและการให้อาหาร

แมวทุกตัวล้วนมีรสนิยมเฉพาะตัว ในเรื่องการกินก็มีสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ และสิ่งที่ต้องการ แต่อย่างไรก็ตามแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ และแมวทุกตัวจำเป็นต้องได้รับสารอาหารทั้งหมด 41 ชนิด ซึ่งจะได้รับทางการกินอาหารเท่านั้น โดยสัดส่วนความต้องสารอาหารนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละตัว ขึ้นกับอายุ ไลฟ์สไตล์ และสภาวะสุขภาพโดยรวม

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ลูกแมววัยกำลังซนจะมีความต้องการสารอาหารแตกต่างจากแมวสูงวัยที่ไม่ค่อยวิ่งเล่นแล้ว และอีกสิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือการให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อคงหุ่นของแมวให้มีหุ่นที่ดีเสมอ โดยปริมาณการให้อาหารสามารถพิจารณาตามวิธีการให้อาหารของแต่ละผลิตภัณฑ์ และสามารถปรับปริมาณการให้ได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นอาหารเปียกหรืออาหารแห้งก็ตาม 

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ

แมวชินชิล่าจัดอยู่ในกลุ่มแมวพันธุ์หน้าสั้น จึงอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น กลุ่มโรคทางเดินหายใจในสัตว์พันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic Obstructive Airway Syndrome) ซึ่งอาจทำให้หายใจลำบากและออกกำลังกายได้น้อยลง รวมถึงภาวะผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อจากพับผิวหนังบริเวณใบหน้า แผลหลุมที่ตาจากลักษณะตาโปน และโรคถุงน้ำในไต (Polycystic Kidney Disease) ซึ่งเป็นภาวะทางพันธุกรรมที่อาจส่งผลต่อการทำงานของไต

อุปกรณ์เสริมทักษะและความต้องการเฉพาะตัว

ด้านกิจกรรม ควรเลือกของเล่นที่เรียบง่ายและมีอาหารเป็นแรงจูงใจ เช่น ของเล่นให้อาหาร ต้นไม้แมวที่ซ่อนอาหาร ริบบิ้น หรือไม้ตกแมว เพราะแมวชินชิล่าไม่ใช่แมวที่ชอบกิจกรรมซับซ้อน

ควรเลี้ยงแมวชินชิล่าในระบบเปิด หรือระบบปิดดี

สำหรับการเลี้ยง ควรเลี้ยงในระบบปิดเป็นหลัก เนื่องจากนิสัยเป็นมิตร สุภาพ และไม่ค่อยปราดเปรียว หากออกนอกบ้านโดยไม่มีคนดูแลอาจเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การหลงทาง หรือถูกสัตว์อื่นทำร้าย อย่างไรก็ตาม สามารถพาออกไปในพื้นที่ปิดและปลอดภัย เช่น สวนที่มีรั้วหรือคอกแมว โดยมีเจ้าของดูแลอย่างใกล้ชิด