ทำไมต้องฝึกให้สุนัขอยู่บ้านตัวเดียว
ทำไมต้องฝึกให้สุนัขอยู่บ้านตัวเดียว
ทำไมต้องฝึกให้สุนัขอยู่บ้านตัวเดียว

ทำไมต้องฝึกให้สุนัขอยู่บ้านตัวเดียว

ทำไมต้องฝึกให้สุนัขอยู่บ้านตัวเดียว

การเลี้ยงสุนัขในบ้านหรือเลี้ยงสุนัขในคอนโด ทำกิจกรรมสนุกและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ถือเป็นความฝันของใครหลายคนเลยทีเดียว แต่ปัญหาคือเราไม่สามารถอยู่กับสุนัขของเราได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเจ้าของที่อยู่คนเดียวกับสุนัข เพราะว่าเราต้องออกไปทำงาน ทำธุระนอกบ้าน หรือจำเป็นต้องไปต่างจังหวัดทีละหลายๆ วัน

แน่นอนว่าการให้สุนัขอยู่บ้านตัวเดียวแบบไม่ได้ฝึกไว้ก่อนอาจทำให้การเลี้ยงสุนัขเปลี่ยนเป็นฝันร้ายได้ เพราะสุนัขจะเริ่มแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ออกมา ไม่ว่าจะเป็นนิสัยที่ดุร้ายมากขึ้น กัดแทะทำลายข้าวของในบ้าน ขับถ่ายเรี่ยราด หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมจากความเหงาและขาดความอบอุ่น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของควรฝึกเลี้ยงหมาในบ้านให้อยู่ตัวเดียวได้เพื่อให้สุนัขปรับตัวอยู่ร่วมกับเราได้อย่างมีความสุข

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าสุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ธรรมชาติในการอยู่เป็นฝูง ดังนั้นเมื่ออยู่ตัวเดียวจึงเป็นธรรมดาที่สุนัขจะเกิดความวิตกกังวล เห่าหรือแสดงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อเรียกสุนัขตัวอื่นในฝูงมาหา แต่อย่างไรก็ดีเราสามารถฝึกสุนัขให้ค่อยๆ คุ้นชินกับการอยู่บ้านตัวเดียวได้ โดยที่เขาเข้าใจว่าการอยู่ตัวคนเดียวไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว มีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนุกให้ทำ และเจ้าของยังคงรักและดูแลเอาใจใส่เขาอย่างดีเหมือนเดิม

แต่ก่อนที่เราจะฝึกเลี้ยงหมาในบ้านให้อยู่ตัวเดียว เราคงต้องปรับพฤติกรรมของสุนัขให้พร้อมก่อน โดยเจ้าของทุกท่านลองมาดูกันว่าสุนัขของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ และถ้ามีควรแก้ไขอย่างไร ตามนี้เลย

 

5 พฤติกรรมที่ควรเปลี่ยนก่อนฝึกให้สุนัขอยู่ตัวเดียว

 

5 พฤติกรรมที่ควรเปลี่ยนก่อนฝึกให้สุนัขอยู่ตัวเดียว

1. ขออยู่ใกล้ชิดไม่ห่างเจ้านาย

หากพบว่าสุนัขเดินตามติดเจ้าของตลอดเวลา เจ้าของอยู่ที่ไหนก็จะมีสุนัขอยู่ด้วยเสมอ เจ้าของควรเริ่มปรับพฤติกรรมนี้ด้วยการฝึกให้สุนัขอยู่ตัวเดียวในห้องหรือบริเวณที่ไม่ไกลกัน เพื่อให้สุนัขไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องอยู่กับเจ้าของด้วยกันตลอด เมื่อถึงเวลาที่ทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น แปรงขน พาไปวิ่งเล่น ค่อยไปหาเขา วิธีนี้จะทำให้สุนัขเริ่มมีระยะห่างระหว่างเจ้าของอย่างสมดุล เข้าใจว่าการอยู่ตัวเดียวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

2. อารมณ์แปรปรวนง่าย งอแงเอาแต่ใจ

การปรับพฤติกรรมนี้ต้องเริ่มจากตัวเจ้าของก่อนเลย ถ้าพบว่าสุนัขของเรากำลังเรียกร้องความสนใจ ไม่ควรตามใจเขาหรือไปโอ๋ อาจจะลดการกระทำให้รางวัลอย่างกอด อุ้ม หรือลูบ เมื่อสุนัขกำลังกลัวลง แต่ใช้วิธีตบที่ไหล่เบาๆ อย่างหนักแน่นพร้อมบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวแทน เพื่อให้เขามีจิตใจที่หนักแน่นและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

3. อยู่ในกรงไม่ได้ ขอนอนกับเจ้านายเท่านั้น

การแก้ปัญหานี้ควรเริ่มต้นจากให้สุนัขนอนในห้องหรือพื้นที่ของตัวเองดูก่อน อาจจะเริ่มปรับเหมือนกับสุนัขที่มีพฤติกรรมชอบอยู่กับเจ้าของตลอดเวลาก็ได้ หลังจากที่ฝึกให้อยู่ในพื้นที่ตัวเองทีละนิดก็ค่อยๆ ฝึกให้เขานอนนอกห้องนอน ก่อนที่จะขยับเป็นการฝึกให้อยู่ในกรงช่วงสั้นๆ ถ้าสุนัขไม่มีพฤติกรรมต่อต้านก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาให้นานมากขึ้น การฝึกให้สุนัขนอนในพื้นที่ของตัวเองและอยู่ในกรงได้จะทำให้สุนัขเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเองและไม่ติดเจ้าของมากเหมือนเคย

4. ร้องหรือกระวนกระวายใจเมื่อเห็นเจ้านายออกจากบ้าน

เราอาจจะดีใจที่เห็นสุนัขคิดถึงเรา แต่หากสุนัขมีพฤติกรรมแบบนี้มากเกินไปอาจจะสร้างปัญหาต่อเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะตอนที่เราไม่อยู่บ้านแล้วสุนัขส่งเสียงเห่าด้วยความเข้าใจว่าทำแบบนี้แล้วเราจะกลับมาหาเขา ดังนั้นเมื่อสุนัขแสดงพฤติกรรมแบบนี้เราต้องเริ่มต้นที่ใจแข็ง เมื่อเข้าและออกจากบ้านไม่ควรแสดงความรักกับสุนัขมากจนเกินพอดี อาจจะรอให้เขาสงบก่อนแล้วค่อยลูบหัวหรือเอ่ยชม หรือเมื่อผู้เลี้ยงกลับบ้านแล้วอาจจะไม่ต้องแสดงความรักกับสุนัขทันที แต่เว้นระยะเวลาซักพักหนึ่งหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อน แล้วค่อยทำ การกระทำแบบนี้จะทำให้สุนัขค่อยๆ เรียนรู้ได้เองว่าการที่เจ้าของออกจากบ้านและกลับมาเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษอะไร

5. หวงเจ้านายมาก ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เจ้านายเลยจริงๆ

พฤติกรรมนี้ค่อนข้างสร้างปัญหาให้เจ้าของ โดยเฉพาะถ้าสุนัขมีพฤติกรรมก้าวร้าวร่วมด้วย วิธีแก้คือให้เจ้าของแสดงความเป็นผู้นำเพื่อให้เขาเข้าใจว่าเราคือจ่าฝูง เมื่อสุนัขแสดงพฤติกรรมหวงเจ้านาย มีคนหรือสุนัขตัวอื่นมาใกล้แล้วขู่หรือทำตัวดุร้าย ให้เราดุเขาอย่างหนักแน่นทันทีเพื่อให้สุนัขรู้ว่าตัวเองกำลังทำเรื่องที่ไม่ดีอยู่ และไม่ควรตามใจหรือโอ๋เมื่อสุนัขทำตัวหวงเรา เพราะเขาจะยิ่งเข้าใจว่าทำดีแล้วนั่นเอง

 

เคล็ดลับการฝึกสุนัขให้อยู่ตัวเดียวได้โดยไม่เหงา

 

เคล็ดลับการฝึกสุนัขให้อยู่ตัวเดียวได้โดยไม่เหงา

เมื่อเราปรับ 5 พฤติกรรมของสุนัขได้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้จะเป็นแนวทางการฝึกและเคล็ดลับเพื่อให้สุนัขอยู่บ้านได้ด้วยตัวเอง โดยที่เขาไม่รู้สึกกังวล เครียด หรือทำลายข้าวของเสียหาย โดยปกติการเลี้ยงสุนัขให้อยู่ตัวเดียวสามารถฝึกได้ตั้งแต่อายุ 12 สัปดาห์ขึ้นไป แต่สำหรับสุนัขโตแล้วก็สามารถฝึกได้เช่นกัน เพียงแต่อาจจะต้องให้เวลาเขาปรับตัวมากหน่อย โดยเฉพาะสุนัขที่ติดเจ้าของมาก โดยแนวทางการฝึกมีดังต่อไปนี้

1. เริ่มจากให้อยู่ตัวเดียวเป็นเวลาสั้นๆ : เราควรเริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ ก่อน ในช่วงแรกอาจจะเริ่มจากอยู่กันคนละห้องหรือคนละชั้นในบ้าน ให้ต่างคนต่างมีเวลาเป็นของตัวเอง ซัก 2-3 ชั่วโมงก่อนที่จะมาเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกัน แล้วค่อยขยับเป็นการไม่อยู่บ้านในวันหยุดเพื่อดูพฤติกรรมของเขา โดยช่วงแรกอาจจะเริ่มจากไปนอกบ้านซัก 1-2 ชั่วโมงแล้วกลับมาลูบหัวหรือทักทายเขา เพื่อให้เขาค่อยๆ เข้าใจว่าเรายังรักและดูแลเขาเหมือนเดิม ก่อนที่จะค่อยๆ เพิ่มเวลามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยวิธีนี้จะทำให้สุนัขเรียนรู้ที่จะอยู่ตัวเดียวในบ้านได้ในที่สุด

2. ทำให้บ้านน่าสนใจและอยู่สบาย : วิธีการหนึ่งที่ทำให้เราเลี้ยงหมาในบ้านตัวเดียวได้อย่างมีความสุขคือทำให้สิ่งแวดล้อมภายในบ้านน่าสนใจเพื่อที่เขาจะได้มีอะไรทำในแต่ละวัน ลองหาของเล่นสนุก โดยเฉพาะของเล่นลับสมองสำหรับสุนัขที่นอกจากจะสนุกแล้วยังทำให้เขาได้ฝึกคิดอีกด้วย อีกทั้งในยุค 5G แบบนี้เราอาจจะลองใช้อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เช่น เครื่องโยนลูกบอลที่เชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตและควบคุมผ่านมือถือได้ เพื่อให้เราสามารถเล่นกับสุนัขได้ในช่วงว่างระหว่างวันแม้ว่าตัวเราจะไม่ได้อยู่ที่บ้านก็ตาม

3. พาไปออกกำลังหรือเล่นด้วยกันก่อนออกจากบ้าน : สำหรับสุนัขที่ชอบอยู่บ้านตัวเดียวแล้วทำลายข้าวของ วิธีนี้จะช่วยได้มากเลยทีเดียว ลองพาสุนัขไปเดินเล่นหรือออกกำลังก่อนเจ้าของจะออกจากบ้านจะช่วยให้สุนัขได้ใช้พลังงานไปอย่างถูกวิธี ลดปัญหาการทำลายข้าวของภายในบ้านได้ แถมยังเป็นการให้เจ้าของได้ออกกำลังกายอีกต่างหาก โดยเราอาจจะต้องตื่นเช้ากว่าปกติซักครึ่งชั่วโมงแล้วพาสุนัขไปทำกิจกรรมด้วยกัน แน่นอนว่าการตื่นเช้ากว่าเดิมนั้นต้องทุ่มเททั้งแรงกายใจนิดนึง แต่เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์ออกมาคุ้มค่าแน่นอน

4. ทำให้การออกจากบ้านแต่ละวันเป็นเหมือนเรื่องปกติ : หลังจากฝึกให้สุนัขเริ่มอยู่บ้านตัวเดียวได้แล้ว ลองพยายามคงกิจวัตรในแต่ละวันให้คล้ายๆ เดิม ออกจากบ้านด้วยท่าทีสงบเหมือนกับเป็นเรื่องปกติและเมื่อกลับมาก็ทักทายสุนัขตามปกติ ไม่ต้องแสดงความรักมากเกินไป ด้วยวิธีนี้จะทำให้สุนัขรู้ได้เองว่าการที่เจ้านายไม่อยู่บ้านนั้นเป็นเรื่องที่ปกติและไม่น่าเป็นกังวลแต่อย่างใด

5. ทิ้งของที่มีกลิ่นเจ้าของไว้ : เทคนิคสุดท้ายสำหรับคลายเหงาให้สุนัขของเราคือลองทิ้งของที่มีกลิ่นเราเอาไว้เพื่อให้เขาผ่อนคลายมากขึ้น เราอาจจะต้องยอมสละเสื้อหรือกางเกงที่ใส่แล้วซักชุดวางทิ้งไว้ที่โซฟาหรือเก้าอี้เพื่อให้สุนัขเข้าใจว่าแม้เราจะไม่ได้อยู่บ้านแต่ก็ไม่ได้หายไปไหนเหมือนกัน

 

ฝึกให้สุนัขสามารถอยู่ตัวเดียวในบ้าน

 

สุดท้ายนี้แม้ว่าเราจะฝึกให้สุนัขสามารถอยู่ตัวเดียวในบ้านได้ แต่เราก็ต้องห้ามลืมเด็ดขาดว่าสุนัขไม่ควรอยู่ตัวเดียวเป็นระยะเวลานานๆ เพราะสุนัขทุกตัวล้วนแต่ต้องการความรักและการเอาใจใส่จากเจ้าของที่เพียงพอด้วยเช่นกัน อย่าลืมสร้างเวลาดีๆ ระหว่างคุณกับสุนัขด้วย SUPERCOAT® (ซุปเปอร์โค้ท®) อาหารสุนัขแสนอร่อยที่ทำมาจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี มีสารอาหารครบถ้วนตามที่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง มีวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และมีโอเมกา 3 และ 6 ที่ช่วยให้ผิวหนังและขนสวยเงางาม อีกทั้งยังปราศจากสีและวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและช่วยให้สุนัขของคุณเติบโตอย่างแข็งแรงเต็มที่จนคุณสังเกตได้อีกทั้งยังเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและช่วยให้สุนัขของคุณเติบโตอย่างแข็งแรงเต็มที่จนคุณสังเกตได้

นอกจากมอบมื้ออร่อยให้สุนัขของเราแล้ว เรายังสามารถแบ่งเวลาในแต่ละวันเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับเขาอย่างตั้งใจเพื่อสานสายสัมพันธ์ระหว่างกัน เช่น เล่นอะไรสนุกๆ แปรงขน หรือพาไปเดินเล่น โดยอาจจะทำเป็นตารางเวลาในแต่ละวันให้เหมือนๆ กันในทุกสัปดาห์เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่าเวลาไหนจะต้องทำอะไรและทำให้เราจัดการเวลาง่ายมากขึ้นด้วย