สุนัขมองโลกอย่างไร
สุนัขมองโลกอย่างไร
สุนัขมองโลกอย่างไร

สุนัขมองโลกอย่างไร


สุนัขคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วคุณทราบหรือไม่ว่าสุนัขมองโลกอย่างไร บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมซึ่งสะท้อนความคิดของสุนัขที่มีต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น

ถ้าคุณเคยสงสัยว่าสุนัขกำลังคิดอะไร บอกได้เลยว่าคุณไม่ได้สงสัยอยู่เพียงคนเดียว ความคิดและมุมมองของสุนัขอาจแลดูยุ่งเหยิงเกินไปสำหรับมนุษย์อย่างเรา หากคุณสงสัยว่าอะไรที่ทำให้สุนัขมีความสุข ทำไมสุนัขถือกลัวเสียงฟ้าผ่านัก สุนัขมองกระต่ายอย่างไร แล้วทำไมต้องวิ่งไล่ เราแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ต่อไปเพื่อค้นหาว่าสุนัขนั้นมองโลกรวมถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างไร และคุณจะสามารถช่วยดูแลเอาใจใส่หรือตอบสนองความต้องการของสุนัขได้อย่างไร


สุนัขมองเห็นสิ่งต่างๆ ในโลกอย่างไร

ก่อนอื่น มนุษย์ควรทำความเข้าใจว่าสุนัขใช้กลไกในการเข้าใจโลกต่างจากเรา สุนัขมีประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขสามารถมองเห็น รู้รสชาติ ได้ยิน ได้กลิ่น และสัมผัสสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกันกับเรา แต่สำหรับสุนัขแล้ว สัมผัสเหล่านี้มีระดับของความสำคัญที่ต่างกันออกไป

ประสาทสัมผัสทั้งหลายเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก เพราะประสาทสัมผัสจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบหรือทำความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา เช่น การสัมผัสจะบ่งบอกเราว่าในสิ่งแวดล้อมนั้นประกอบด้วยสิ่งใด และมีใครบ้าง การดมกลิ่นจะทำให้เรารู้ว่าสิ่งนี้กินได้ ปลอดภัย หรือเน่าเสีย ส่วนการได้ยินสามารถส่งสัญญาณเตือนภยันตรายต่างๆ ให้เราระวังไว้ และการมองเห็นจะทำให้เราสามารถเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของพื้นที่และสิ่งต่างๆ รอบตัวเราได้

สำหรับมนุษย์นั้น เรามักจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเสมอ แต่สำหรับสุนัขแล้ว ประสาทสัมผัสทั้งหลายมีลำดับความสำคัญแตกต่างกันไป


การมองเห็น

หากคุณเคยถามตัวเองว่า สุนัขนั้นมองเห็นโลกเป็นอย่างไร คำตอบสั้นๆ ก็คือ ไม่ค่อยชัดเจนนัก เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์แล้ว สุนัขมีสายตาที่แย่กว่ามนุษย์มาก หมายความว่า สิ่งที่สุนัขมองเห็นมักเป็นภาพที่พร่ามัว ไม่ชัดเจน

นอกจากนั้นแล้ว สุนัขยังไม่สามารถมองเห็นสีบางสีได้ ครั้งหนึ่งมนุษย์เคยเชื่อว่าสุนัขมองเห็นโลกเป็นสีขาวดำแต่ความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง การมองเห็นสีวัตถุต่างๆ ของสุนัขนั้นใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเรียกว่า ภาวะตาบอดสีในมนุษย์ สุนัขจึงจำแนกสีบางกลุ่มได้อย่างยากลำบาก สุนัขจะแยกสีแดงและสีเขียวได้ยาก พวกเขาจะมองเห็นเป็นเฉดสีเทาแทน

ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: การที่สุนัขมองเห็นวัตถุต่างๆ เป็นภาพที่พร่ามัวนั้นก็หมายถึงว่าสุนัขจะไม่สามารถมองเห็นคุณได้จากระยะไกล แต่ทักษะการมองเห็นนั้นไม่ใช่ประสาทสัมผัสหลักที่สุนัขใช้มองโลก ทักษะการใช้หูฟังและการดมกลิ่นยังมีส่วนช่วยสุนัขอย่างมากเลยทีเดียว หากสุนัขสูญเสียการได้ยินหรือสูญเสียประสาทการดมกลิ่นไป คุณจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่ดูแลสุนัขเป็นพิเศษเพราะประสาทตาและการมองเห็นของพวกเขาก็ไม่ดีอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว ในกรณีนี้ คุณจะต้องคอยช่วยเหลือสุนัขอย่างถูกวิธี


การดมกลิ่น

การดมกลิ่นเป็นวิธีพื้นฐานที่สุนัขใช้ สุนัขมีเซลล์ประสาทรับกลิ่นมากถึง 220 ล้านตัว ในขณะที่มนุษย์มีเพียงแค่ 5 ล้านตัวเท่านั้น สุนัขใช้กลิ่นในการทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเช่นเดียวกับการใช้กลิ่นเพื่อจดจำคนและสัตว์ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: สุนัขจมูกไวและอ่อนไหวต่อการรับกลิ่นมาก สุนัขอาจจะรับรู้สิ่งต่างๆ ได้โดยที่คุณไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำ สุนัขจะอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อสภาพแวดล้อมใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานที่ที่มีกลิ่นใหม่ๆ มากมายที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน และกลิ่นแปลกปลอมเหล่านี้จะทำให้สุนัขไม่คุ้นชินและสับสน ดังนั้น คำถามที่ว่าสุนัขรับรู้และมองเห็นโลกภายนอกอย่างไร คำตอบก็คือมองผ่านจมูกนี่เอง เมื่อสุนัขต้องไปอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ ขอให้คุณอดทนกับพฤติกรรมการสำรวจโลกของสุนัขสักนิดเพราะสุนัขของคุณจะวิ่งไปดมทุกสิ่งทุกอย่าง ดมจนทั่วบริเวณเลยทีเดียว มันก็เหมือนกับเวลาที่คนเราย้ายเข้าบ้านใหม่ เราก็ต้องเดินสำรวจบ้านจนครบทุกซอกทุกมุมเช่นกัน

ความสามารถของประสาทการรับกลิ่นของสุนัขยังสามารถทำให้พวกเขารับความรู้สึกของเราได้ไวอีกด้วย เมื่อเรากังวลใจ เสียใจ หรือผิดหวัง กลิ่นของเราอาจเปลี่ยนไปจนสุนัขสัมผัสได้ คุณจึงควรควบคุมอารมณ์ตนเองให้ดีเมื่อต้องการบอกให้สุนัขนิ่งและสงบลง ถ้าจิตใจคุณยังไม่สงบนิ่ง ใช้อารมณ์ในการออกคำสั่ง สุนัขจะสัมผัสได้ทันที อย่าลืมว่าคุณหลอกประสาทการรับกลิ่นของสุนัขไม่ได้หรอก


การฟังและการได้ยิน

สุนัขมีประสาทสัมผัสด้านการได้ยินที่ดีเลิศ เชื่อกันว่าสุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่ต่ำและสูงกว่าช่วงการได้ยินของมนุษย์ถึงสองเท่า ฉะนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า สุนัขมองโลกอย่างไร ก็ควรต้องตอบว่า สุนัขใช้ขีดสุดของศักยภาพทั้งการดมกลิ่นและการฟังเสียงเพื่อมองโลก ประสาทสัมผัสด้านการได้ยินนั้นทำให้สุนัขเป็นนักล่าที่ดีกว่าสัตว์อื่นๆ สุนัขจึงเป็นสัตว์อารักขาที่ยอดเยี่ยม เพราะสุนัขสามารถเตือนภัยได้ล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานก่อนที่อันตรายจะมาถึงเพราะความสามารถในการได้ยินระยะไกลนั่นเอง

ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: ประสาทสัมผัสในการได้ยินของสุนัขจะครอบคลุมไปถึงความสามารถในการเตือนภัยด้วย ต่อให้เราพยายามจะเดินย่องด้วยปลายเท้าก็ยังยากที่จะรอดพ้นความสามารถในการได้ยินของสุนัขไปได้ นั่นก็หมายความว่า หูของสุนัขก็จะไวต่อเสียงรบกวนอื่นๆ ไปด้วย เช่น พลุหรือประทัดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สุนัขกลัวเป็นพิเศษเนื่องจากสุนัขจะได้ยินเสียงเหล่านี้ดังกว่าที่เราได้ยิน และอีกอย่าง พลุนั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้สำหรับสุนัข เช่นเดียวกับเสียงพายุฝนฟ้าคะนองที่เป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับสุนัขเช่นกัน ดังนั้น คุณจึงควรปลอบหรือพยายามปกป้องสุนัขของคุณให้ห่างไกลจากเสียงรบกวนเหล่านี้จะดีที่สุด


การเคลื่อนไหว

ในขณะที่สุนัขสายตาไม่ค่อยดี แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายนั้นสุนัขกลับไวกว่าเรามาก ซึ่งนั่นก็หมายความว่า สุนัขสามารถสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของวัตถุได้ในระยะไกล แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไวต่อการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันกระชั้นชิด หรือเห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวสุนัขได้

ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: ความไวต่อการเคลื่อนไหวของสุนัขอธิบายได้ว่าทำไมสุนัขจึงตกใจผวาหรือรู้สึกหงุดหงิดเมื่อมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น ดังนั้นการเคลื่อนไหวช้าๆ หรือการทำท่าผ่อนคลายของคุณอาจทำให้สุนัขรำคาญใจได้ เพราะสุนัขอาจเข้าใจไปว่านี่คือสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเพิ่งรับสุนัขเข้ามาในครอบครัวและเพิ่งทำความรู้จักกันใหม่ๆ การใช้ภาษากายด้วยท่าทางต่างๆ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุนัข และสร้างมุมมองที่สำคัญให้กับการมองโลกของสุนัข

ความไวต่อการเคลื่อนไหวของสุนัขเป็นตัวกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวสุนัขอีกด้วย คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมสุนัขจึงมักวิ่งไล่กระต่าย แมว รถ หรือจักรยาน นั่นก็เพราะสัญชาตญาณนักล่าของสุนัขกระตุ้นให้มันล่านั่นเอง ดังนั้น การพาสุนัขเดินไปนอกสถานที่นั้นสุนัขอาจถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปตามสิ่งเร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินเข้าไปในป่าซึ่งมีสัตว์ป่านานาชนิด คุณก็ควรที่จะเพิ่มความระมัดระวังสัญชาตญาณการต้องการออกล่านี้ด้วย

โลกของสุนัขเป็นโลกที่แตกต่างจากโลกของเรามากสุนัขอาจไม่ได้มีสายตาที่แหลมคม แต่สุนัขก็มีประสาทสัมผัสในการได้ยินและได้กลิ่นที่ดีมากเป็นพิเศษ ซึ่งดีกว่ามนุษย์หลายเท่านัก นั่นก็หมายความว่า ความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อโลกนั้นเกิดจากการมองเห็นเรื่องราวและเล่าผ่านภาพที่ต่อเนื่องกันจำนวนมาก (เหมือนภาพยนตร์สักเรื่อง) ในขณะที่โลกของสุนัขถูกบอกเล่าโดยการใช้กลิ่น เสียง และการเคลื่อนไหว การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงในส่วนนี้จึงจะช่วยให้คุณดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณได้ดียิ่งขึ้น และไม่แน่ว่าคุณอาจจะอยากลองแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความมหัศจรรย์ต่างๆ เหล่านี้กับเพื่อนซี้สี่ขาดูบ้างก็ได้