Machine Name
cat
Zoomed product photo

แมวขาวมณี

แมวขาวมณีมีรูปร่างเพรียว มีกล้ามเนื้อที่ปกคลุมด้วยขนสั้นแน่นนุ่มสีขาว มีใบหูขนาดกลางถึงใหญ่ ส่วนจมูกจะเชิดเล็กน้อย จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้อยู่ที่ตา แมวขาวมณีมีตาได้หลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าหรือเหลืองอำพัน เหลือง หรือเขียว โดยข้างหนึ่งอาจเป็นสีฟ้า ส่วนอีกข้างอาจเป็นสีอื่นก็ได้ ในประเทศไทยนั้น แมวขาวมณีที่มีตาสองสีถือว่าเป็นสิ่งนำโชค ดังนั้นบางครั้งจึงเรียกแมวพันธุ์นี้ว่า “แมวนำโชค” บางครั้งแมวขาวมณีอาจเกิดมามีรอยเหมือนปานบนหัวแต่ปานนี้จะหายไปเมื่ออายุประมาณ 1 ปี ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

 

The need-to-know

 

  • แมวขี้เล่นขี้สงสัย
  • เข้ากับคนง่ายและต้องการการดูแล
  • แมวพูดเก่งเล็กน้อย
  • รูปร่างผอมเพรียวและสง่างาม
  • ต้องดูแล/ตัดขนสัปดาห์ละครั้ง
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • ต้องการพื้นที่นอกบ้านบ้าง
  • อาจต้องทำความคุ้นเคยก่อนนำมาคลุกคลีกับลูก
บุคลิกภาพ

แมวขาวมณีเป็นแมวที่ตื่นตัว ชอบผจญภัย ชอบพูดชอบคุย ฉลาดและขี้เล่น ชอบให้มีทาสล้อมรอบตัว และชอบครางหรือทำเสียงออดอ้อน

 

ประวัติและต้นกำเนิด

ประเทศต้นกำเนิด: ไทย

 

ชื่ออื่น ๆ : อัญมณีสีขาว, ขาวปลอด, แมวตาเพชร

 

แมวขาวมณ

 

แมวขาวมณีเป็นแมวพันธุ์หายากที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และมีต้นกำเนิดที่สืบย้อนหลังไปได้หลายร้อยปี  เชื่อกันว่าแมวขาวมณีนำพาโชคดีมาให้และมักเป็นที่นิยมเลี้ยงในราชสำนัก

โภชนาการและการให้อาหาร

แมวทุกตัวล้วนมีเอกลักษณ์และความต้องการเฉพาะของแต่ละตัว เมื่อพูดถึงอาหาร แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ และแมวทุกตัวรวมถึงแมวขาวมณีจะต้องได้รับสารอาหารต่าง ๆ ที่ครบถ้วน 41 ชนิดจากอาหารที่กินเข้าไป สัดส่วนของสารอาหารเหล่านี้แตกต่างกันไปตามอายุ วิถีชีวิต และสุขภาพโดยรวม ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกแมวกำลังโตจะต้องการกลุ่มสารอาหารที่ต่างออกไปจากแมวสูงวัยที่กระตือรือร้นน้อยกว่า อีกข้อหนึ่งที่ทาสต้องระลึกให้ขึ้นใจคือ ควรให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อรักษารูปร่างที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของสายพันธุ์ และจัดอาหารสูตรเปียกหรือสูตรแห้งให้ตามที่แมวชอบ

 

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ


มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าแมวที่มีขนสีขาว ตาสีฟ้า มักมีอาการพิการทางหู แต่แมวขาวมณีตาสีฟ้ามีโอกาสพิการทางหูเพียงแค่บางตัวเท่านั้น สมาคมแมวขาวมณีได้แนะนำให้ผู้ที่ต้องการจดทะเบียนขยายพันธุ์แมว ตรวจสอบสายพันธุ์และลักษณะของแมวก่อนทุกครั้ง

 

การอยู่ร่วมกับเด็ก


แม้ว่าแมวสายพันธุ์ขาวมณีนี้จะไม่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรและรักเด็กเป็นอันดับต้น ๆ แต่แมวแต่ละตัวล้วนแตกต่างกัน หากฝึกให้คุ้นเคยกับเด็กแล้วย่อมอารมณ์ดีและอยู่ร่วมกับเด็กได้

 

Zoomed product photo

เอ็กซ์โซติก ช็อตแฮร์

เอ็กซ์โซติก ช็อตแฮร์ มีขนาดตัวปานกลาง รูปร่างป้อม ลักษณะหัวจะออกกลมและกว้าง หูมีขนาดเล็ก ตั้งห่างกัน ส่วนหน้าจะกลมแป้น ตาค่อนข้างกลมโตและมีสีโดดเด่นสะดุดตา ขาของแมวพันธุ์นี้สั้น ล่ำและแข็งแรง อุ้งเท้ามีลักษณะกลมและมีขนแทรกเพื่อกระจายน้ำหนักฝ่าเท้า หางสั้นและมีขนเป็นพวง ขนสั้น หนานุ่มและเงางาม มีขนชั้นในที่นุ่ม กระจุกแน่น แมวพันธุ์เอ็กซ์โซติก ช็อตแฮร์มีสีและลายขนเหมือนกับแมวเปอร์เซีย และก็มีแบบลายจุดด้วย

 

The need-to-know

 

  • แมวขี้เล่นขี้สงสัย
  • เป็นมิตรแต่รักอิสระ
  • แมวเงียบ
  • รูปร่างทั่วไป
  • ต้องดูแล/ตัดขนทุกวัน
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • ต้องการพื้นที่นอกบ้านบ้าง
  • อาจต้องทำความคุ้นเคยก่อนนำมาคลุกคลีกับลูก
บุคลิกภาพ

เอ็กซ์โซติก ช็อตแฮร์ มีพื้นฐานนิสัยที่อ่อนโยนคล้ายกับพี่แมวขนยาวพันธุ์อื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้ชอบความอึกทึกแบบเพื่อนแมวพันธุ์ขนสั้น  ผู้เลี้ยงสามารปล่อยแมวพันธุ์นี้ให้อยู่บ้านตามลำพังได้เพราะใช้ชีวิตแบบเงียบ ๆ ได้

 

ประวัติและต้นกำเนิด

ถิ่นกำเนิด: อเมริกา/สหราชอาณาจักร

 

จริง ๆ แล้วเอ็กซ์โซติก ช็อตแฮร์คือแมวเปอร์เซียขนสั้น ทำให้ถูกรวมไว้ในกลุ่มแมวพันธุ์ขนยาวตามงานจัดแสดงแมวต่าง ๆ ในอเมริกามีการคัดเลือกสายพันธุ์อเมริกัน ช็อตแฮร์มาผสมกับแมวเปอร์เซียขนยาวทำให้ได้แมวที่มีลักษณะคล้ายแมวเปอร์เซียเกือบทุกอย่างแต่มีขนสั้น ในสหราชอาณาจักร ก็มีการผสมพันธุ์แมวบริติช ช็อตแฮร์กับแมวเปอร์เซียเช่นเดียวกัน แมวพันธุ์นี้มีขนยาวปานกลาง ดูแลรักษาความสะอาดง่าย มีสีและลวดลายที่หลากหลาย แมวเอ็กซ์โซติก ช็อตแฮร์ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อทศวรรษ 1960 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

โภชนาการและการให้อาหาร

แมวทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เมื่อพูดถึงอาหารแต่ละตัวจะมีความชอบ ไม่ชอบ และความต้องการแตกต่างกัน แมวเป็นสัตว์กินเนื้อและต้องได้รับสารอาหารต่าง ๆ ที่ครบถ้วน 41 ชนิดจากอาหารที่กินเข้าไป สัดส่วนของสารอาหารเหล่านี้แตกต่างกันไปตามอายุ วิถีชีวิต และสุขภาพโดยรวม จึงไม่ต้องแปลกใจไปหากลูกแมวที่กำลังโตและพลังล้นเหลือจะต้องการสารอาหารที่ต่างจากแมวสูงวัยที่ไม่ชอบขยับตัวไปไหน อีกข้อหนึ่งที่ต้องระลึกให้ขึ้นใจคือ ควรให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อรักษา “รูปร่างให้สมส่วน” ตามคำแนะนำของสายพันธุ์ และจัดอาหารสูตรเปียกหรือสูตรแห้งให้ตามที่แมวชอบ

 

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ


แมวสายพันธุ์เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์มีโรคประจำสายพันธุ์ค่อนข้างมากไม่ต่างกับสายพันธุ์ญาติสนิทอย่างแมวเปอร์เซีย เนื่องจากลักษณะหัวที่สั้นและใบหน้าที่แบน จึงอาจมีปัญหาขากรรไกรผิดรูป ซึ่งนำไปสู่โรคฟัน และจะมีปัญหาด้านการกินอาหารและดื่มน้ำได้ รูจมูกที่เล็กและเพดานอ่อนที่ยาวผิดปกติยังทำให้เกิดปัญหาด้านการหายใจ ส่วนท่อน้ำตาก็อาจทำงานไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้แมวมีขี้ตาและหน้าแฉะอยู่เสมอ และอาจทำให้มีอาการคันตามผิวหนังและเจ็บบริเวณใบหน้าได้ นอกจากนี้ใบหน้าที่แบนโดยกำเนิดยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาอีกด้วย แมวพันธุ์เอ็กโซติกยังมีโรคทางพันธุกรรมติดตัว ได้แก่ โรคไตวาย โรคถุงน้ำในไต หรือ autosomal dominant polycystic kidney disease เนื่องจากเกิดซีสต์ในไต จากการตรวจคัดกรองในช่วงทศวรรษ 1990 พบว่าแมวเปอร์เซียและแมวพันธุ์เอ็กซ์โซติกช็อตแฮร์ป่วยด้วยโรคนี้มากกว่า 1 ใน 3 ฟาร์มเพาะพันธุ์หลายแห่งกำลังศึกษาวิธีป้องกันปัญหาดังกล่าวโดยตรวจคัดกรองโรคแต่เนิ่น ๆ ดังนั้นก่อนซื้อก็ควรซักถามฟาร์มและขอดูใบเพ็ดดีกรีของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ให้แน่ใจก่อนเสมอ

 

แมวพันธุ์นี้กับเด็ก


แม้ว่าแมวสายพันธุ์นี้จะไม่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรและรักเด็กเป็นอันดับต้น ๆ  แต่แมวแต่ละตัวล้วนแตกต่างกัน หากฝึกให้คุ้นเคยกับเด็กแล้วย่อมอารมณ์ดีและอยู่ร่วมกับเด็กได้

 

Zoomed product photo

บริติช ช็อตแฮร์ (British Shorthair)

ทำความรู้จักแมวบริติช ช็อตแฮร์ (British Shorthair) 
ว่ากันว่า British Shorthair เป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ด้วยลักษณะเด่นที่มีขนหนานุ่มน่ากอด กับนิสัยเท่ ๆ ถึงจะอยู่แบบเงียบ ๆ แต่ก็เข้ากับทุกคนได้ง่าย แถมยังเป็นมิตรอีกต่างหาก ถ้าใครกำลังมองหาเพื่อนแท้ซักตัวที่จะอยู่เคียงข้างแบบไม่กวนใจ มองมาทางนี้เลย น้องแมวบริติช ช็อตแฮร์ (British Shorthair) รอที่จะครองใจคุณอยู่ 

 

The need-to-know

 

  • แมวขี้เล่นขี้สงสัย
  • เป็นมิตรแต่รักอิสระ
  • แมวเงียบ
  • รูปร่างใหญ่และตันกว่าปกติ
  • ต้องดูแล/ตัดขนสัปดาห์ละครั้ง
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • ต้องการพื้นที่นอกบ้านบ้าง
  • อาจต้องทำความคุ้นเคยก่อนนำมาคลุกคลีกับลูก 
บุคลิกภาพ

น้องแมวบริติช ช็อตแฮร์ นั้นน่ารัก เรียบร้อย และเข้ากับคนอื่นง่าย ทำให้น้องกลายเป็นแมวเลี้ยงที่ลงตัวมากสำหรับครอบครัว น้องแมวบริติช ช็อตแฮร์ ชอบที่จะเป็นรักและสนใจจากคนรอบข้าง แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องความสนใจจนมากเกินไป น้องมักชอบเดินตามเจ้าของไปรอบ ๆ บ้านแล้วนั่งลงข้าง ๆ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร

บริติช ช็อตแฮร์ เป็นน้องแมวที่ค่อนข้างสงบเสงี่ยม ไม่ค่อยส่งเสียงดังหรือร้องเรียกในสิ่งที่ต้องการมากเท่าไรนัก น้องจะไม่ปีนขึ้นมานั่งบนตักขอให้คุณเกาคางให้ แต่จะเข้ามานั่งข้าง ๆ แทน อีกอย่างคือเพียงแค่ลูบกันก็พอไม่ต้องอุ้มไปไหนมาไหนมากก็ได้

น้องแมวบริติช ช็อตแฮร์ เป็นแมวที่ต้องการกิจกรรมและออกกำลังกายในระดับปานกลาง แน่นอนว่าตอนยังเป็นเด็กน้อง ๆ จะมีพลังงานสูงมาก แต่ก็จะสงบลงเมื่อเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ แมวบริติช ช็อตแฮร์ ที่โตแล้วส่วนใหญ่เลือกที่จะนอนกลิ้งบนโซฟามากกว่าออกไปเล่นข้างนอก แต่ก็มีน้องแมวบางตัว โดยเฉพาะบริติช ช็อตแฮร์ตัวผู้ ที่ยังชอบทำตัวโก๊ะเหมือนเด็กน้อยอยู่

แมวบริติช ช็อตแฮร์ ไม่ค่อยมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำลายข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ น้อง ๆ มักทำตัวเหมือนเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมมารยาทมาอย่างดีแล้ว และพร้อมที่จะต้อนรับแขกที่มาบ้านด้วยความสุภาพอ่อนโยนแต่มั่นใจสมกับเป็นผู้ดีอังกฤษ 

ประวัติและต้นกำเนิด

ถิ่นกำเนิด: อังกฤษ

 

ประวัติและความเป็นมาของแมวบริติช ช็อตแฮร์ 
หลายคนอาจไม่เคยสังเกต แต่คุณอาจจะเติบโตมากับแมวบริติช ช็อตแฮร์ ก็เป็นได้ น้องแมวสายพันธุ์นี้ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป แมวบริติช ช็อตแฮร์ ปรากฎอยู่ในนิทานและเรื่องเล่าของประเทศอังกฤษและยุโรปในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเหมียวแสนฉลาด Puss in Boots หรือเจ้าแมวยิ้มกว้าง Cheshire ใน Alice in Wonderland

 

ต้นกำเนิดของแมวสายพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์ (British Shorthair) นี้ เชื่อกันว่ามาจากชาวโรมันโบราณที่ได้บุกมายึดครองประเทศอังกฤษและได้นำแมวบ้านสายพันธุ์อียิปต์มาเลี้ยง และเมื่อแมวเหล่านี้ผสมกับแมวป่าสายพันธุ์ยุโรปทั่วไปก็ทำให้ถือกำเนิดสายพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์

ด้วยการเพิ่มขึ้นของความนิยมในการเลี้ยงแมวในเกรทบริเตนช่วงยุควิคตอเรีย เหล่าผู้คลั่งไคล้แมวได้พยายามทำการปรับปรุงและสร้างมาตรฐานสายพันธุ์ให้กับแมวบริติช ช็อตแฮร์ ว่ากันว่าในงานแสดงโชว์แมวในช่วงแรกนั้น บริติช ช็อตแฮร์เป็นแมวเพียงสายพันธุ์เดียวที่ถือว่าเป็นพันธุ์แท้

สงครามโลกทั้งสองครั้งได้ลดจำนวนน้องแมวบริติช ช็อตแฮร์ ลงไปอย่างมาก หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีแมวบริติช ช็อตแฮร์ เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่ต้องขอบคุณความพยายามของเหล่านักเพาะพันธุ์และผู้ที่นิยมชมชอบในแมวบริติช ช็อตแฮร์ ที่ทำให้น้องแมวสายพันธุ์นี้กลับมาได้อีกครั้ง สมาคมสายพันธุ์แมวแห่งอเมริกา (American Cat Association) ได้รู้จักแมวบริติช ช็อตแฮร์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 แล้วแต่ยังไม่ทำการรับรองสายพันธุ์ให้จนกระทั้งปี ค.ศ.1980

 

ขนาดของแมวบริติช ช็อตแฮร์

แมวบริติช ช็อตแฮร์ เป็นแมวขนาดกลางถึงใหญ่ โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 3.5–9 กิโลกรัม ความสูงเฉลี่ย 10–14 นิ้ว และความยาวลำตัวประมาณ 20–25 นิ้ว

จุดเด่นของบริติช ช็อตแฮร์คือรูปร่างที่ดูแน่น กลมแต่สมส่วน น้องแมวจะมีใบหน้ากลม แก้มยุ้ยน่ารัก ใบหูขนาดกลางค่อนข้างกลม และดวงตากลมโตที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนโยนมากขึ้น ลำตัวค่อนข้างหนา อกกว้าง ขาแข็งแรง อุ้งเท้ากลม และมีหางหนาปลายมน

ด้วยรูปร่างกลม  ๆ ขนแน่นนุ่ม และหน้าตาน่าเอ็นดู แมวบริติช ช็อตแฮร์จึงดูคล้ายกับตุ๊กตาน่ากอดที่มีชีวิตเลยทีเดียว 

โภชนาการและการให้อาหาร

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับบริติช ช็อตแฮร์ ควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวันของแมวสายพันธุ์นี้ โดยสารอาหารจำเป็นที่ควรมีในอาหารของบริติช ช็อตแฮร์ ได้แก่

  1. โปรตีน: เพื่อสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ในอาหารควรมีกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของโปรตีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้

     

  2. คาร์โบไฮเดรต: เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ดเลือดแดง อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วน

     

  3. ไขมัน: ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยให้พลังงานได้สูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน รวมทั้งยังช่วยเสริมการทำงานของระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ  

     

  4. วิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ: แม้ร่างกายจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย และทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้ ตัวอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายสุนัขต้องการ ได้แก่ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น 
ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ

บริติช ช็อตแฮร์เป็นแมวที่ค่อนข้างแข็งแรงและดูแลง่าย แต่ยังมีโอกาสพบปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคเหงือกอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ หรือ HCM ก้อนขนอุดตัน รวมถึงปัญหาขนร่วงและผิวหนัง เจ้าของจึงควรสังเกตความผิดปกติ เช่น กลิ่นปาก เหงือกแดง หายใจเหนื่อยง่าย ขนร่วงผิดปกติ หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และควรพาไปพบสัตวแพทย์เมื่อพบอาการผิดปกติ

 

วิธีดูแลสุขภาพแมวบริติช ช็อตแฮร์

การดูแลสุขภาพควรครอบคลุมทั้งช่องปาก เล็บ ดวงตา หู ขน และกระบะทราย เช่น แปรงฟันเป็นประจำ ตัดเล็บทุก 1–2 สัปดาห์ เช็ดรอบดวงตาและดูแลความสะอาดหูอย่างเหมาะสม รวมถึงแปรงขนประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และรักษาความสะอาดของกระบะทรายอยู่เสมอ

 

ควรเลี้ยงแมวบริติช ช็อตแฮร์ในระบบเปิด หรือระบบปิดดี

สำหรับการเลี้ยง บริติช ช็อตแฮร์ควรเลี้ยงในบ้านเป็นหลักเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากโรค อุบัติเหตุ การทะเลาะกับสัตว์อื่น และการสูญหาย

 

การเป็นสมาชิกครอบครัว

แมวบริติช ช็อตแฮร์เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เลี้ยงแมวเป็นครั้งแรก เพราะเป็นแมวสุขุม เลี้ยงง่าย และสามารถอยู่ร่วมกับแมวหรือสุนัขบางสายพันธุ์ได้ หากค่อย ๆ ทำความรู้จักกันอย่างเหมาะสม 

Zoomed product photo

อะบิสซิเนียน

อะบิสซิเนียเป็นแมวขนาดกลาง รูปร่างสง่า มีลำตัวเพรียวและขาเรียวยาวแข็งแรง หัวทรงกลม ปลายจมูกเรียวแหลม มีกระจุกขนโดดเด่นบริเวณปลายหู ดวงตากลมหางตาชี้ เนื่องจากแมวพันธุ์นี้ขนสั้นและเรียงชิดติดกัน จึงมีลวดลายเฉียบคมเป็นเอกลักษณ์ซึ่งเกิดจากแถบสีของเส้นขน สีที่พบได้บ่อยคือสีส้ม แต่ก็มีสีอื่นๆ ด้วย

 

The need-to-know

 

  • แมวตื่นตัว อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา
  • เข้ากับคนง่ายและต้องการการดูแล
  • แมวพูดเก่งเล็กน้อย
  • รูปร่างทั่วไป
  • ต้องดูแล/ตัดขนสัปดาห์ละครั้ง
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • แมวที่เลี้ยงนอกบ้าน
  • แมวที่เหมาะกับเลี้ยงในครอบครัว
Personality
ดีใจ
บุคลิกภาพ

แมวอะบิสซีเนียนมีนิสัยรักสงบ ฉลาดและขี้สงสัย ว่ากันว่าเป็นแมวที่ชอบคนและติดฝูง ชอบทำกิจกรรมอยู่ในที่กว้าง เป็นนักปีนป่ายชั้นเลิศ และชอบสวนที่มีต้นไม้ให้ปีนเล่น แต่ถึงแมวพันธ์ุนี้จะขี้เล่น แต่บางทีก็อารมณ์เสียง่าย เพราะฉะนั้นอย่าได้เผลอ

ประวัติและต้นกำเนิด

ถิ่นกำเนิด: อะบิสซีเนีย (เอธิโอเปีย)

 

ชื่ออื่น ๆ: อะบีซ แมวกระต่าย

 

แมวพันธุ์อะบิสซิเนียนมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงแมวป่าแอฟริกันซึ่งเป็นบรรพบุรุษของแมวบ้าน แต่ประวัติความเป็นมาของแมวพันธุ์นี้ในสหราชอาณาจักรยังคงคลุมเครือ เชื่อกันว่าทหารที่เดินทางกลับจากอะบิสซีเนีย (ปัจจุบันคือประเทศเอธิโอเปีย) ได้นำแมวพันธุ์อะบิสซิเนียนกลับมาด้วยในช่วงทศวรรษที่ 1860 ในช่วงแรกมีการผสมแมวอะบิสซิเนียนกับแมวพันธุ์บริติช ช๊อตแฮร์ (British Shorthairs) ก่อนนำไปผสมพันธุ์กับแมวเอเชียในภายหลัง จนเกิดเป็นลูกแมวอะบิสซิเนียนพันธุ์ขนยาว ซึ่งต่อมาในปี 1970 ก็มีการบันทึกสายพันธ์ุแยกนี้เป็น แมวพันธุ์โซมาลี (Somali)

โภชนาการและการให้อาหาร

แมวทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เมื่อพูดถึงอาหารแต่ละตัวจะมีความชอบ ไม่ชอบ และความต้องการแตกต่างกัน แมวเป็นสัตว์กินเนื้อและต้องได้รับสารอาหารต่าง ๆ ที่ครบถ้วน 41 ชนิดจากอาหารที่กินเข้าไป สัดส่วนของสารอาหารเหล่านี้แตกต่างกันไปตามอายุ วิถีชีวิต และสุขภาพโดยรวม จึงไม่ต้องแปลกใจไปหากลูกแมวที่กำลังโตและพลังล้นเหลือจะต้องการสารอาหารที่ต่างจากแมวสูงวัยที่ไม่ชอบขยับตัวไปไหน อีกข้อหนึ่งที่ต้องระลึกให้ขึ้นใจคือ ควรให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อรักษา “รูปร่างให้สมส่วน” ตามคำแนะนำของสายพันธุ์ และจัดอาหารสูตรเปียกหรือสูตรแห้งให้ตามที่แมวชอบ

 

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ


แมวพันธุ์อะบิสซีเนียนมีโรคประจำสายพันธ์ุ คือ โรคขาดเอ็นไซม์ไปรูเวทไคเนส (pyruvate kinase deficiency) ทำให้เลือดจาง ปัจจุบันสามารถตรวจหาอาการนี้ได้ ผู้ที่อยากเลี้ยงแมวพันธุ์นี้ควรซักถามฟาร์มเพาะพันธุ์ให้แน่ใจว่า แมวได้ผ่านตรวจสุขภาพและปราศจากอาการดังกล่าว ส่วนปัญหาเกี่ยวกับจอประสาทตาเสื่อม (progressive retinal atrophy) ที่จะทำให้ตาค่อย ๆ บอดก็พบได้ในบางประเทศ จึงควรถามฟาร์มให้แน่ชัดก่อนเช่นกัน

 

แมวพันธุ์นี้กับเด็ก


แม้ว่าแมวพันธ์ุนี้จะเข้ากันได้ดีกับเด็ก แต่ก็อย่าลืมว่าแมวแต่ละตัวก็มีลักษณะนิสัยต่างกันขึ้นอยู่กับการสอนและประสบการณ์ชีวิต ถ้าต้องการรับเลี้ยง ควรปรึกษากับองค์กรที่ขอรับเลี้ยงเพื่อเรียนรู้ลักษณะนิสัยของแมว