Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
Skip to main content
hair-loss-in-cats
สาเหตุของปัญหาเชื้อราแมว ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ รวมถึงวิธีป้องกัน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
หากรู้สึกว่าแมวของคุณมีขนไม่หนาฟูเหมือนเดิม หรือมีขนร่วงเป็นหย่อม ๆ ควรให้สัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ปัญหา เนื่องจากอาการขนร่วงเกิดได้จากหลายสาเหตุ เบื้องต้นเจ้าของอาจตรวจหาอาการป่วยได้โดยสังเกตจากสุขภาพขนและผิวหนัง บทความนี้ Puina ขอนำเสนออาการที่เจ้าของพึงระวังเป็นพิเศษ และแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีความกังวลเรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยง สาเหตุที่แมวขนร่วง อาการขนร่วงในแมวหรือ “โรคขนร่วง” (alopecia) เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ควรเริ่มหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมเพื่อให้แมวกลับมาสุขภาพดีแข็งแรงอีกครั้ง ป่วยเป็นโรคทางผิวหนัง ปัญหาขนร่วงอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อทางผิวหนัง กลาก (การติดเชื้อรา) การรบกวนของปรสิต เช่น ไรหรือหมัด หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ ที่เกิดจากภูมิแพ้ ซึ่งทำให้ระคายเคืองผิวหนัง และต้องเกาอย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ การแต่งขนหรือเกามากเกินไปจะทำให้แมวขนร่วงเป็นย่อม ๆ และมีปัญหาก้อนขนที่เกิดจากการกินหรือเลียขนบริเวณดังกล่าว ความเครียดและอาการเจ็บปวด คุณอาจเคยได้ยินที่คนพูดกันว่าเครียดจนต้อง “ทึ้งผม” ซึ่งอาการแบบนี้เกิดขึ้นกับแมวที่เครียดได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะแปลกแต่แมวมักจะเลียขนบริเวณที่เจ็บปวด เช่น บริเวณที่ปวดข้อ ฮอร์โมนแมว ปัญหาขนร่วงส่วนหนึ่งอาจมีสาเหตุมาจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ฮอร์โมนบางประเภทส่งผลต่อการเจริญเติบโตของขนแมวและอาการขนร่วง เมื่อระดับฮอร์โมนดังกล่าวมากหรือน้อยเกินไป นอกจากนี้ คุณอาจพบว่าแมวที่ตั้งท้องหรือกำลังให้นมจะประสบปัญหาขนร่วงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงนั้น แต่ไม่ต้องกังวลเพราะขนจะงอกขึ้นใหม่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาสุขภาพ การขาดสารอาหาร และโรคประจำตัว อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ปัญหาสุขภาพร่างกาย หรือโรคที่ตรวจไม่พบล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้แมวขนร่วง ดังนั้น คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง สาเหตุของอาการขนร่วงบางครั้งอาจส่งผลต่อมนุษย์และเป็นโรคติดต่อได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องแปลก แต่คุณควรเข้าพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อหลักเลี่ยงปัญหาระยะยาว ปกติแมวจะขนร่วงตลอดทั้งปี แต่จะผลัดขนมากในฤดูร้อน หรือที่เรียกว่าฤดูผลัดขน หากแมวขนร่วงทั้งตัว แต่ไม่มีอาการขนร่วงเป็นหย่อม ๆ ถือว่าเป็นอาการที่พบได้ตามปกติและจะหายไปได้เอง
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
food-allergies-in-cats
แมวกับอาการแพ้อาหาร
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
อาการแพ้อาหารของแมวนั้นเกิดขึ้นได้ยากแต่คนมักจะสับสนกับอาการที่พบได้ทั่วไปอย่างเช่นปัญหาเรื่องการย่อยยากซึ่งมีอาการรุนแรงน้อยกว่า บทความนี้รวบรวมวิธีการสังเกตอาการแมวแพ้อาหาร รวมถึงวิธีดูแลให้แมวกลับมาสุขภาพดี มีความสุข อย่างที่เคยเป็น อาการแพ้อาหารของแมวคืออะไร? การแพ้อาหารของแมวจะเกิดขึ้นเมื่อได้กินอาหารบางชนิด แม้จะเป็นปริมาณเพียงนิดเดียว เช่น เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์จากนม หรือ ปลา และถึงแม้ว่าการแพ้อาหารจะพบได้บ่อยในลูกแมว แต่กับแมวโตก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นการตรวจสุขภาพจึงจำเป็นสำหรับแมวทุกช่วงวัย การตรวจอาการแพ้อาหารของแมวทำได้ค่อนข้างยาก เพราะไม่มีชุดตรวจ อาการก็ไม่ตายตัว และปัจจัยที่กระตุ้นก็เกิดได้จากหลายอย่าง
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
diabetes-in-cats
แมวเป็นเบาหวาน: สาเหตุ อาการ และวิธีรับมือ
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
แม้โรคเบาหวานจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน แต่ใช่ว่าแมวจะต้องทรมานและไม่มีความสุขกับอาการป่วยนี้เสมอไป คุณสามารถอ่านคำแนะนำของ Purina ในบทความนี้ ตรวจสอบว่าแมวเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ และหากเป็นแล้วต้องดูแลเขาอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว โรคเบาหวานที่เกิดขึ้นกับแมวไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เนื่องจากเป็นโรคที่มียาช่วยควบคุมอาการได้ระยะยาวโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของแมว อันที่จริงแล้ว หากเรารักและดูแลเอาใจใส่เขา แมวก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองตามปกติได้ก่อนที่เราจะรู้ตัวด้วยซ้ำ หากแมวของคุณป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือสงสัยว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่คนรักแมวต้องรู้ โรคเบาหวานในแมว โรคเบาหวานของแมวนั้นแบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นเดียวกับของมนุษย์ สัตวแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและแจ้งให้ทราบว่าแมวของคุณป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดใดพร้อมให้ข้อมูลต่าง ๆ เบาหวานชนิดที่ 1 (type one) เป็นเบาหวานที่พบมากที่สุดในสุนัข แต่พบได้น้อยในแมว แมวส่วนใหญ่มักป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type II Diabetes) เสียมากกว่า เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘Diabetes Mellitus’ หรือโรค DM เบาหวานชนิดที่ 2 ในแมวคืออะไร เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นภาวะที่ร่างกายแมวนำน้ำตาลไปใช้เป็นแหล่งพลังงานได้น้อย ส่งผลให้ร่างกายส่งพลังงานไปเลี้ยงกล้ามเนื้อผิดวิธี หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้น้ำหนักตัวลดหรือป่วยเป็นโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยปกติแล้วเมื่อแมวกินอาหาร กระเพาะอาหารจะค่อย ๆ ย่อยอาหารเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ตามสารอาหารแต่ละประเภทที่กินเข้าไป หนึ่งในอนุภาคเหล่านี้ก็คือ น้ำตาลหรือกลูโคส เมื่อระบบย่อยอาหารสกัดกลูโคสออกมาแล้ว ร่างกายแมวจะดูดซึมกลูโคสที่ถูกส่งออกจากระบบย่อยอาหารเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อนำไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ กล้ามเนื้อ กลายเป็นแหล่งพลังงานให้แมวปีนป่าย กระโดดหรือเล่นสนุกนั่นเอง ก่อนที่ร่างกายแมวจะนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้นั้นจำเป็นต้องพึ่งพา “อินซูลิน” ฮอร์โมนซึ่งผลิตจากตับอ่อน หากตับอ่อนของแมวผลิตอินซูลินไม่ได้ด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามหรือผลิตไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ร่างกายนำกลูโคสจากเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ร่างกายของแมวจะมีกลูโคสตกค้างจำนวนมาก หรือมีน้ำตาลอยู่ในเลือดมากเกินไป ซึ่งเราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “เบาหวาน” ในแมว เมื่อแมวเป็นเบาหวาน อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายก็จะไม่ได้รับกลูโคสเพียงพอที่จะนำไปใช้เป็นพลังงาน ทำให้แมวต้องนำไขมันและโปรตีนไปใช้สร้างพลังงานแทน ด้วยเหตุนี้แมวจึงมีน้ำหนักลดและอาจมีมวลกล้ามเนื้อน้อยลง
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
copraphagia-in-dogs
โรคโคโพรฟาเจีย (Coprophagia) หรือพฤติกรรมสุนัขกินอึตัวเอง ควรรับมืออย่างไร
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
คงไม่มีใครอยากเห็นสุนัขของตัวเองกินอุจจาระ แต่สุนัขบางตัวมักทำเช่นนั้น ทำให้เจ้าของหลายคนกังวล อยากรู้สาเหตุและหาวิธีแก้ไข
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
cats-catnip
เรื่องน่ารู้ของต้นแคทนิป หรือกัญชาแมว มีสรรพคุณอย่างไรต่อเจ้าแมวกันนะ
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
โรยกัญชาแมวไว้ใกล้ ๆ แมว แล้วคุณจะเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันที ต้นกัญชาแมวคืออะไร อ่านบทความนี้แล้วคุณจะทึ่งเมื่อพบว่าพืชมหัศจรรย์นี้มีผลต่อแมวของคุณอย่างไร กัญชาแมวเป็นพืชที่สัตว์ตระกูลแมวทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ล้วนต้องมนตร์และหลงใหล กัญชาแมวมีผลอย่างไรต่อแมว? ต้นไม้ชนิดนี้มีผลกับมนุษย์หรือไม่? ปลอดภัยหรือเปล่า? เราจะมาไขปริศนาทั้งหลายของพืชชนิดนี้ให้คุณทราบ กัญชาแมวคืออะไร กัญชาแมวหรือแคตนิป มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เนเพตา คาทาเรีย - Nepeta cataria เป็นพืชสมุนไพรในตระกูลมินต์ เดิมพบได้ในบางพื้นที่ของทวีปเอเชียและยุโรป ก่อนจะกระจายไปแทบทุกมุมโลกในปัจจุบัน คุณอาจสังเกตเห็นต้นกัญชาแมวขึ้นอยู่ตามถนนในชนบท และเป็นพืชทนแล้งที่บางคนก็ปลูกไว้ในสวน กัญชาแมวมีผลต่อแมวอย่างไร ลองให้แมวเข้าใกล้ต้นกัญชาแมว แล้วคุณจะพบกับอาการเคลิ้มของแมว โดยจะเริ่มจากการเลียและถูตัวกับต้นกัญชาแมว จากนั้นคุณจะเห็นอาการแปลก ๆ ของเขาแมวมักจะแสดงอาการตื่นเต้นผิดปกติ อาจยืดตัว น้ำลายไหล หรือไม่ก็กระโจนขึ้นลง บ้างก็วิ่งไปมาอย่างคึกคะนอง ในขณะที่บางตัวอาจมีอาการเชื่องหรือสงบมากกว่าปกติ โดยแมวแต่ละตัวมีอาการตอบสนองแตกต่างกันไป ผลลัพธ์ที่ได้จากการสูดดมกัญชาแมวจะอยู่แค่ชั่วคราว และมักหายไปภายในครึ่งชั่วโมง โดยแมวจะมีภูมิต้านทานต่อฤทธิ์กัญชาแมวในช่วงสั้น ๆ และเป็นเรื่องปกติที่แมวจะค่อนข้างนิ่งหลังจากมีปฏิกิริยาเคลิบเคลิ้มเหล่านั้นจนกว่าฤทธิ์จะหมดไป
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
urinary-tract-health
แมวกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หายเองได้ไหม
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
หากคุณสังเกตว่าแมวของคุณมีปัญหาขณะปัสสาวะ นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าแมวป่วยเป็นโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง หรือ Feline Lower Urinary Tract Disease (FLUTD) FLUTD เป็นคำกว้างๆ ที่ใช้อธิบายโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะและส่งผลต่อกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะของแมว ปัญหาทางเดินปัสสาวะที่พบบ่อยที่สุด คือโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (หรือ Cat Cystitis) โดยในแมวเพศผู้มักจะมีอาการร่วมกับการอุดตันของท่อปัสสาวะ ภาวะดังกล่าวเรียกว่า ‘กระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ’ (Idiopathic cat cystitis) ในแมวเป็นสิ่งที่พบบ่อยและมีความซับซ้อน และเนื่องจากภาวะนี้เป็นได้ทั้งจากการเจ็บป่วยและ/หรือพฤติกรรมของแมว เราจึงไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของภาวะดังกล่าว แมวอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะไม่สามารถขับปัสสาวะออกมาได้หมด หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วอาจทำให้ท่อปัสสาวะอุดตันได้ ปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะเหล่านี้มักเกิดจากโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว (FLUTD) แท้จริงแล้วชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อโรคเฉพาะแต่เป็นคำกว้าง ๆ ที่ครอบคลุมภาวะต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อกระเพาะปัสสาวะและ/หรือท่อปัสสาวะในแมว สิ่งที่อาจเป็นสาเหตุของโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว (FLUTD) โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมวเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
cat-skin-problems
วิธีรับมือเมื่อน้องแมวเกาจนเป็นแผล รวมข้อมูลปัญหาแมวเป็นโรคผิวหนัง
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
สุขภาพผิวหนังของแมวบ่งบอกสุขภาพโดยรวมของแมวได้เป็นอย่างดี ผิวหนังของแมวควรเป็นสีชมพูหรือสีดำ (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์) และขนควรมีลักษณะเรียบลื่นเป็นมันเงา หากผิวหนังด้าน มีอาการคัน ลอกเป็นขุย มีจุดด่างดำ ขนหลุดร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือเกิดอาการอักเสบ ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผิวหนังมีความผิดปกติ ถ้ามีจุดดำ ๆ บนผิวหนังก็อาจเกิดจากตัวหมัด ส่วนขนถ้าดูด้านไร้ความมันเงาก็สามารถสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากโรคประจำตัว หากแมวเกาบ่อย ๆ และผิวตกสะเก็ด ก็เข้าข่ายว่าเป็นโรคผิวหนัง ควรเอาใจใส่ตรวจดูผิวหนังบริเวณใบหูของแมวด้วย หากมีของเหลวสีน้ำตาลหรือรอยแดง ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ หากคุณสามารถจับอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่ปรากฎบนผิวหนังของแมวได้ จะเป็นประโยชน์กับแมวเองเพราะพาแมวไปรักษาได้ทันท่วงที แมวกับปัญหาผิวแห้ง ผิวแห้งอาจจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง ยกเว้นว่าจะแห้งจนทำให้แมวเกาไม่หยุด อุณหภูมิภายในบ้านอาจส่งผลให้ผิวแห้งได้ เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศสามารถช่วยให้ผิวแมวชุ่มชื้นขึ้นได้ เห็บ หมัดและปรสิตบริเวณผิวหนัง เห็บหมัดต่าง ๆ ที่อาศัยและหากินอยู่บนผิวหนังของแมว ก่อให้เกิดอาการคัน ผิวหนังอักเสบ เป็นแผล และขนร่วง กรณีร้ายแรงคือการที่ลูกแมวมีตัวหมัดจำนวนมาก ซึ่งจะดูดกินเลือดจนเกิดภาวะโลหิตจาง อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ตัวหมัดสามารถก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ในแมวได้เช่นกัน เรียกว่าอาการแพ้น้ำลายหมัด หรือ Flea Allergy Dermatitis (FAD) สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่าง ปัญหาผิวหนังส่วนใหญ่ที่เกิดจากปรสิตสามารถรักษาหายได้ไม่ยาก แต่จะมีบางกรณีที่ต้องใช้เวลาในการรักษาให้หาย วิธีสังเกตตัวหมัดบนผิวหนังแมว โรคผิวหนังของแมวหลายโรคเกิดจากตัวหมัด อาการที่ชัดเจนที่สุดว่าแมวโดนปรสิตพวกนี้รังควานคือ แมวจะเกาบ่อยมาก ถ้าไม่เกาตัวเองก็จะเลียทำความสะอาดขนบ่อยเกินไป จนขนร่วงเป็นหย่อมๆ
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ข้อมูลและคำแนะนำในการดูแลแมวตั้งท้อง
ข้อมูลและคำแนะนำในการดูแลแมวตั้งครรภ์
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
การมีลูกแมวมาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและตื้นตันใจสำหรับแม่แมวและเจ้าของ ก่อนที่คุณจะได้ต้อนรับลูกแมวเหล่านี้ คุณต้องเรียนรู้วิธีสังเกตว่าแมวกำลังตั้งท้องอยู่หรือไม่ รวมถึงวิธีดูแลให้ช่วงตั้งท้องของแมวเป็นไปอย่างราบรื่น การวางแผนดูแลและตอบสนองความต้องการของแม่แมวและลูกแมวถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อช่วยประคองให้สัตว์เลี้ยงของคุณผ่านการตั้งท้องและคลอดได้อย่างปลอดภัย เรามีสารพัดเคล็ดลับที่ควรรู้ให้คุณ เมื่อแมวตั้งท้อง แมวมีช่วงเวลาไข่ตก พร้อมผสมพันธุ์และมีลูก เหมือนกับมนุษย์ ซึ่งช่วงเวลานี้จะเรียกกันว่าฤดูติดสัด แมวจะมีช่วงติดสัดทุก ๆ 3 สัปดาห์ นั่นหมายความว่าแมวมีโอกาสตั้งท้องได้สูง ถ้าอยากหลีกเลี่ยงสถานการณ์เหล่านี้ เราแนะนำให้ทำหมันแมวตั้งแต่ก่อนจะถึงฤดูติดสัดครั้งแรก เพราะถ้าปล่อยผ่านไป แมวจะมีโอกาสท้องสูงมาก เพราะการเลี้ยงดูลูกแมว เป็นเรื่องที่หนักสำหรับแม่แมว และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับเจ้าของ แมวตั้งท้องนานแค่ไหน? ปกติแมวจะใช้เวลาอุ้มท้องประมาณ 63 - 67 วัน แต่การคาดการณ์อย่างแม่นยำก็เป็นไปได้ยาก เพราะช่วงเวลาตั้งท้องของแมวแต่ละตัวค่อนข้างหลากหลาย อาจจะสั้นแค่ 61 วัน หรือยาวถึง 72 วัน แม่แมวมักจะไม่แสดงสัญญาณใด ๆ ว่ากำลังตั้งท้อง จนกว่าจะผ่านไปหลายสัปดาห์ หากสงสัยว่าแมวของคุณกำลังตั้งท้อง ควรให้สัตวแพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยัน คุณจะสามารถสังเกตลักษณะภายนอกบางประการได้เมื่อแมวตั้งท้องได้ 2 ถึง 3 สัปดาห์ รู้ได้อย่างไรว่าแมวตั้งท้อง? • หลังจากแมวตั้งท้องได้ประมาณ 15 - 18 วัน บริเวณหัวนมและเต้านมของแมวจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีแดง เรียกว่า “นมตั้งเต้า” • แม่แมวที่กำลังตั้งท้องอาจจะอาเจียนเป็นบางครั้ง คล้ายกับมนุษย์เวลาแพ้ท้อง หากสังเกตได้ว่าแม่แมวป่วยบ่อย หรือแสดงอาการไม่สบายให้เห็นชัดเจน ก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์ • หน้าท้องของแม่แมวจะเริ่มขยาย ซึ่งไม่ควรไปแตะต้อง เพราะเสี่ยงต่อการทำให้แม่แมวหรือลูกแมวบาดเจ็บ แต่การที่หน้าท้องขยายก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน ควรเฝ้าดูแลแมวอย่างใกล้ชิดเพื่อสังเกตอาการป่วยอื่น ๆ และอาจปรึกษาสัตวแพทย์หากคุณรู้สึกไม่สบายใจ • ว่แม่แมวจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1 - 2 กิโลกรัม ขึ้นอยู่จำนวนของลูกแมว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าแมวกำลังตั้งท้อง • ช่วงใกล้คลอด แม่แมวมีแนวโน้มที่จะเจริญอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลกับน้ำหนักตัว แต่การอยากอาหารที่มากขึ้นก็อาจเป็นสัญญาณของพยาธิหรืออาการป่วยอื่น ๆ ได้เช่นกัน ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อความมั่นใจ • แมวที่ตั้งท้องจะ ต้องการความใส่ใจและอ้อนเจ้าของมากเป็นพิเศษ • คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์สัตว์บางแห่งสามารถตรวจการตั้งครรถ์ของแมวได้ด้วยการทำอัลตร้าซาวด์ในช่วง 15 วันแรก และหลังจากท้องได้ 40 วัน สัตวแพทย์จะสามารถระบุได้ว่าลูกแมวในท้องมีกี่ตัว แต่ถ้าลูกแมวในท้องมีขนาดใหญ่กว่าอีกตัว ก็อาจทำให้ประเมินจำนวนลูกแมวผิดพลาดได้ เนื่องจากลูกแมวตัวใหญ่อาจไปบังตัวที่เล็กกว่า
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
sensitive-skin-dogs
สุนัขขนร่วง เกิดจากอะไร รวมวิธีการสังเกตอาการและการดูแลปัญหาผิวของสุนัข
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
คุณกำลังกลุ้มใจกับปัญหาผิวแพ้ง่ายของสุนัขอยู่หรือเปล่า? ปัญหาผิวแพ้ง่ายของสุนัขเกิดได้ทั้งจากสภาพแวดล้อมและพันธุกรรม ถ้าหาสาเหตุเจอก็จะช่วยให้การดูแลรักษาเป็นไปได้ง่ายขึ้น บทความต่อไปนี้รวบรวมวิธีสังเกตอาการต่าง ๆ ของปัญหาผิวแพ้ง่าย สาเหตุ และวิธีดูแลผิวหนังของสุนัขให้สุขภาพดีอยู่เสมอ สัญญาณปัญหาผิวแพ้ง่าย
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
raw-meat
ให้แมวกินไก่ดิบได้ไหม รวมข้อดี-ข้อเสียก่อนให้แมวกินของดิบ
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ระหว่างที่ยังคงถกเถียงกันว่า “แมวกินไก่ดิบได้หรือไม่” เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการให้แมวกินเนื้อสัตว์ดิบมาให้คุณ การให้แมวกินอาหารดิบ เป็นหัวข้อที่โต้เถียงกันมาโดยตลอด ซึ่งข้อโต้แย้งของแต่ละฝ่ายต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียจึงไม่น่าแปลกที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังไม่ได้ข้อสรุปว่าแมวควรกินไก่ดิบหรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ปรุงสุกอื่น ๆ หรือไม่ บทความนี้รวบรวมข้อดีและข้อเสียของการให้อาหารประเภทนี้แก่แมวมาฝาก แมวกินไก่ดิบได้หรือไม่ แน่นอน แมวกินไก่ดิบได้ ฝ่ายผู้สนับสนุนให้แมวกินอาหารดิบกล่าวว่า สัตว์ตระกูลแมวมีความพร้อมทางชีวภาพให้สามารถย่อยอาหารดิบได้ แล้วพวกหนูที่แมวป่าจับมากินเป็นอาหารก็ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกเสียหน่อย บางคนกล่าวว่า การให้แมวกินเนื้อสัตว์ดิบนั้นก็เพื่อเลียนแบบมื้ออาหาร ให้แมวที่ผ่านการวิวัฒนาการได้กินเพื่อเติบโต อย่างไรก็ดี แมวบ้านกับสัตว์ป่าในตระกูลเดียวกัน เช่น สิงโตและเสือนั้นต่างกันหลายประการ บางทีคำถามที่เราน่าจะถามกันคือ “แมวควรกินไก่ดิบหรือเนื้อสัตว์ดิบหรือไม่” มากกว่า ก่อนจะตอบคำถามนี้ มาดูความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของทั้งสัตว์เลี้ยงและตัวเราเอง ความเสี่ยงจากการให้แมวกินอาหารดิบ แม้ว่าการให้แมวกินเนื้อดิบอาจดูมีประโยชน์แต่ก็มีความเสี่ยงที่พึงระวังด้วยเช่นกัน พยาธิและแบคทีเรีย ทั้งแมวและมนุษย์อาจเจ็บป่วยจากการติดเชื้อพยาธิและแบคทีเรียที่อยู่ในเนื้อดิบ แต่แมวมีทางเดินอาหารสั้นกว่ามนุษย์มาก ทั้งยังมีระดับของความเป็นกรดในกระเพาะอาหารสูงกว่า จึงมีโอกาสน้อยกว่าที่เชื้อโรคและปรสิตจะใช้เวลาอยู่ในร่างกายของแมวจนทำให้เจ็บป่วย แต่เราควรลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนด้วยการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ดิบที่สดใหม่ ทำความสะอาดพื้นผิวทั้งหมดที่มีการสัมผัสกับเนื้อดิบและล้างมือให้สะอาดหรือสวมถุงมือขณะสัมผัสกับเนื้อดิบ
การให้อาหารและโภชนาการ

Pagination

  • First page
  • Previous page
  • …
  • Page 22
  • Page 23
  • Page 24
  • Page 25
  • Page 26
  • Page 27
  • Page 28
  • Page 29
  • Page 30
  • Next page
  • Last page
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.
© 2026 Purina. All Rights Reserved.