Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
Skip to main content
cat-hairballs
ปัญหาก้อนขนแมวในทางเดินอาหารแมว ปัญหาที่เจ้าของควรรู้
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ทุกครั้งที่คุณเห็นแมวเลียขนเพื่อดูแลความสะอาด จะมีการกลืนขนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะไปสะสมและจับตัวเป็นก้อนในกระเพาะอาหาร บทความนี้จะอธิบายทั้งปัญหาก้อนขนในทางเดินอาหารแมว และวิธีการจัดการปัญหาดังกล่าว แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดมาก รู้วิธีการดูแลขนตัวเอง จนแทบไม่ต้องอาบน้ำเลย แต่วิธีการดูแลขนแบบนี้ของแมว ทำให้ต้องกลืนขนที่ใกล้หลุดเข้าไปด้วย จึงนำไปสู่ปัญหาก้อนขนในทางเดินอาหาร ตามปกติแมวมักจะปัญหาเรื่องก้อนขนในทางเดินอาหารเป็นระยะ ๆ ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้าคุณสงสัยว่าเจ้าก้อนขนนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แมวจะแสดงอาการแบบไหน และมีวิธีการใดช่วยแก้ปัญหาก้อนขนให้แมวได้บ้าง เรามีสารพัดเคล็ดลับที่คุณควรรู้ในบทความนี้ ปัญหาก้อนขนในทางเดินอาหารแมวคืออะไร? ปัญหาก้อนขนในทางเดินอาหารแมวเกิดจากการสะสมกันของขนที่หลุดร่วง และผสมเข้ากับน้ำย่อยภายในกระเพาะอาหาร โดยแมวจะเลียทำความสะอาดขนตัวเอง และกลืนขนบางส่วนลงไปด้วย จนเกิดการก่อตัวสะสมภายในกระเพาะอาหาร แมวทุกตัวดูแลทำความสะอาดขนตัวเองด้วยการเลีย ลิ้นที่มีหนามเล็ก ๆ จะเกี่ยวติดขนที่ใกล้หลุดร่วงจากการผลัดขน ปลายหนามเหล่านี้จะมีทิศทางตรงไปยังหลอดอาหาร ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติที่ทำให้เกี่ยวขนได้ดี แต่ก็ทำให้แมวจำเป็นต้องกลืนขนเหล่านี้ลงไปด้วย อาการของปัญหาก้อนขนในทางเดินอาหารแมว เวลาแมวอยากอาเจียนเอาก้อนขนออก แมวจะเริ่มสำรอก ทำเสียงเหมือนสำลัก คล้ายคนไอแห้ง ๆ เวลาจะอาเจียน บางครั้งเสียงจากอาการนี้จะเรียกว่า “แมวขย้อน” เพราะเป็นเสียงที่แมวขับออกจากปอดเหมือนไอ ผ่านคอเหมือนเสียงสำลัก และเสียงอาเจียนออกจากท้อง ปัญหาก้อนขนในระบบทางเดินอาหารแมวเป็นเรื่องปกติไหม? เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความกังวลใจสำหรับเจ้าของ ที่ต้องได้ยินแมวของตัวเองสำลักและอาเจียน แต่จริง ๆ แล้ว การที่แมวดูแลทำความสะอาดขนตัวเองนั้นถือเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ และเป็นกลไกดูแลขนให้มีสุขภาพดีตามธรรมชาติ ปกติแล้วขนที่แมวกลืนลงไปจะขับออกทางอุจจาระ แต่จะบางครั้งขนก็อาจสะสมและจับตัวเป็นก้อนภายในกระเพาะอาหาร จนทำให้แมวต้องพยายามอาเจียนก้อนขนออกมา เพื่อไม่ให้เคลื่อนลงไปอุดตันบริเวณลำไส้ ดังนั้นหากเจ้าของเห็นแมวกำลังยืดคอ อ้าปากสำรอก และคายก้อนขนออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เวลาเห็นอาจจะทำให้กังวลใจอยู่บ้าง แต่ไม่มีอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติในแมว
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
เตรียมตัวรับลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน
เตรียมตัวรับลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
และแล้วก็ถึงเวลาต้อนรับลูกแมวตัวน้อย...สมาชิกใหม่ของครอบครัว เข้าสู่บ้านของคุณ! การต้อนรับลูกแมวตัวใหม่ก็เหมือนกับการพาทารกแรกเกิดเข้าบ้านที่ต้องเตรียมทุกสิ่งให้เพียบพร้อม สมาชิกใหม่จะได้รู้สึกดีและปรับตัวเข้ากับบ้านหลังนี้ได้อย่างรวดเร็ว การเลี้ยงลูกแมวนั้นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะแมวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ แต่ยังเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวอีกด้วย! ก่อนพาลูกแมวเข้าบ้าน ควรเตรียมความพร้อมให้เรียบร้อย เราจึงจัดทำบทความฉบับนี้ขึ้นเพื่อนำเสนอสารพัดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกแมวตัวใหม่ เพื่อช่วยคุณสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นมิตรให้กับสมาชิกใหม่ ให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย สุขกายและสุขใจเมื่ออยู่บ้าน เตรียมตัวก่อนนำลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน ก่อนจะพาลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน เช็คสักนิดว่า เตรียมความพร้อมเรื่องเหล่านี้แล้วหรือยัง • หากยังไม่มีสัตวแพทย์ประจำ ลองขอคำแนะนำจากเจ้าของแมวในละแวกบ้านแล้วรีบพาแมวตัวใหม่ไปทำประวัติ คุณจะสบายใจยิ่งขึ้นหากลูกแมวของคุณมีประวัติแล้ว เพราะในอนาคตจะต้องพาเจ้าตัวเล็กไปรับวัคซีนลูกแมว และทำหมันต่อไป ทั้งยังสะดวกเมื่อพาไปรักษาอาการเจ็บป่วยอีกด้วย
ดูแลลูกแมว
dogs-basic-commands
รวม 7 คำสั่งพื้นฐานสำหรับการฝึกลูกสุนัข
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
การสอนและวิธีฝึกสุนัขให้เข้าใจคำสั่งพื้นฐานและสัญญาณต่าง ๆ เป็นเรื่องสนุกและสร้างความทรงจำที่มีค่าสำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง เราควรหาวิธีฝึกสุนัขตั้งแต่ยังเล็กเพื่อปูพื้นฐานให้ถูกต้องก่อนที่เขาจะโตขึ้น นอกจากนี้ การฝึกลูกสุนัขยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ ได้ใช้เวลาร่วมกันและยังสนุกอีกด้วย สุนัขมักเรียนรู้ได้เร็วหากเราใจเย็นค่อย ๆ ฝึกให้เขารู้จักคำสั่ง “มา” “นั่ง” หรือ “คอย” รวมถึงสอนการขับถ่ายให้เป็นที่ เขาจะสัมผัสได้ถึงความรักและกระชับความสัมพันธ์กับคุณพร้อมเติบโตเป็นสุนัขนิสัยดีด้วย ลูกสุนัขนั้นเป็นเหมือนนักเรียนตัวน้อยที่อยากเรียนรู้ ดังนั้นเราควรเริ่มคิดหาวิธีฝึกสุนัขให้เร็วที่สุดตั้งแต่เริ่มนำมาเลี้ยง ว่ากันว่าควรรอให้สุนัขอายุอย่างน้อย 6 เดือนก่อนจึงจะเริ่มฝึกได้ แต่ที่จริงแล้ว “ไม้อ่อนนั้นดัดง่าย” ยิ่งอายุน้อย ยิ่งสอนง่าย ลูกสุนัขเหมือนฟองน้ำขนฟูที่พร้อมดูดซับข้อมูลทั้งหมดที่เราสอนPurina ได้รวบรวมคำแนะนำต่างๆ ที่มีประโยชน์ในการฝึกสุนัขขั้นพื้นฐานไว้แล้วในบทความนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติ่มและวิธีการฝึกสุนัขขั้นสูง ควรปรึกษาครูฝึกสุนัขมืออาชีพ
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
indoor-cats
คู่มือวิธีการเลี้ยงแมวในบ้านแบบครบครัน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
การเลี้ยงแมวในบ้านกำลังเป็นที่นิยม ถ้าคุณต้องการเลี้ยงแมวในบ้าน Purina ได้รวบรวมเทคนิคและสาระน่ารู้เกี่ยวกับการเลี้ยงแมวในบ้านไว้แล้วในบทความนี้ เจ้าของแมวหลายรายมักปล่อยให้แมวออกไปเดินเที่ยวนอกบ้าน แต่ด้วยความเสี่ยงในโลกภายนอกที่เพิ่มมากขึ้น หลายคนจึงหันมาเลี้ยงแมวในบ้านเพื่อความปลอดภัยแทน อันที่จริง มีหลายสาเหตุที่คนหันมาเลี้ยงแมวในบ้านเพิ่มมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะเรื่องความปลอดภัย หรือเป็นเพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดในเมือง มีการจราจรพลุกพล่าน หากคุณเพิ่งเริ่มเลี้ยงลูกแมวหรือแมวตัวใหม่ อาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง แมวจะชอบหรือไม่ ร่วมค้นหาคำตอบได้ในบทความนี้ รู้ได้อย่างไรว่าแมวอยากอยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน การคำนึงถึงความต้องการของแมวเป็นสิ่งสำคัญ สัตว์เลี้ยงมักแสดงความต้องการของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนว่าอยากอยู่ในบ้านหรือออกไปสนุกนอกบ้าน แมวสูงวัย แมวพิการ หรือแมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมักชอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายภายในบ้านมากกว่า นอกจากนี้ แมวที่ตื่นกลัวโลกภายนอกเพราะมีแมวข้างบ้านที่เกเรและหวงอาณาเขต หรือมีเสียงอึกทึกครึกโครมที่เจ้าตัวไม่ชอบ ก็เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงในบ้านเช่นกัน ส่วนแมวที่เลี้ยงนอกบ้านมักชอบขอให้เจ้าของปล่อยออกไปข้างนอกอยู่เรื่อย ๆ และมักส่งเสียงร้องตลอดเวลา หรืออาจหาวิธีออกนอกบ้านหรือวิ่งออกไปทุกครั้งที่ประตูแง้มออก
ดูแลลูกแมว
DOG BACKGROUND
อุจจาระสุนัขบอกอะไรได้บ้าง วิธีสังเกตปัญหาสุขภาพจากอุจจาระของน้องหมา
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ในฐานะเจ้าของสุนัข บางครั้งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณแอบคิดเรื่องอุจจาระสุนัขอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสี รูปร่างหรือความสม่ำเสมอของสี ที่คุณจะคอยสงสัยว่า ปกติดีไหม บทความเรื่องอุจจาระสุนัขนี้ตั้งใจหาคำตอบมาฝากคุณทุกข้อที่ควรรู้ แถมด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ เรารู้ดีว่า สุนัขทุกตัวต้องขับถ่าย อุจจาระสุนัขอาจดูเหมือนไม่สำคัญ แต่รู้ไหมว่า อุจจาระสุนัขบ่งบอกสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี และอาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพบางอย่างในอนาคตได้ด้วยถ้าคุณรู้ว่าจะต้องสังเกตอะไรบ้าง ทำให้ Purina และสัตวแพทย์ ให้ความสำคัญเรื่องการเก็บอุจจาระสุนัข เมื่อคุณพาสุนัขไปเดินเล่นครั้งต่อไป ให้ลองสังเกตอุจจาระของเขาให้ดี เพราะนี่จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลสำคัญที่สุนัขกำลังพยายามบอกอยู่ได้
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
keeping-cats-and-dogs-happy-indoors
10 เคล็ดลับวิธีเลี้ยงแมวกับสุนัขให้อยู่ร่วมกันกับเราได้อย่างมีความสุข
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เมื่อเราต้องอยู่แต่ในบ้านสัตว์เลี้ยงมักกลายเป็นเพื่อนที่ช่วยสร้างความสุขและคลายความกังวลได้เป็นอย่างดี การที่เจ้าของได้เห็นหางที่แกว่งไปมาอย่างมีความสุขหรือได้ยินเสียงออดอ้อนให้อุ้มขณะกำลังไม่สบายใจนั้น ช่วยลดความเครียดได้ แต่สุนัขและแมวก็รู้สึกเบื่อได้เหมือนกันถ้าเขาต้องติดอยู่ในบ้านนาน ๆ บทความนี้ Purina ขอเสนอเคล็ดลับ 10 ข้อในการสร้างความสุขให้สุนัขและแมวที่เลี้ยงในบ้าน เมื่อต้องอยู่ในบ้าน แมวหรือสุนัขที่อยู่รอบตัวเรานั้นเป็นเพื่อนช่วยคลายความเครียดให้เราได้เป็นอย่างดี เมื่อเราอยากบ่นหรืออยากกอดใครสักคน แต่การอยู่แต่ในบ้านกับสัตว์เลี้ยงก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นกัน Purina จึงรวบรวมเคล็ดลับที่จะทำให้คุณและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในสถานการณ์ที่ต้องติดอยู่ในบ้านช่วงนี้ 1. รักษากิจวัตรประจำวัน ช่วงสถานการณ์โควิด คุณอาจต้องปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันจากหน้ามือเป็นหลังมือ และมีความเป็นไปได้สูงที่กิจวัตรของสัตว์เลี้ยงก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ของ Purina ดร. แอนนี วาลุสกา ได้ให้คำแนะนำว่า “ผู้เลี้ยงจะต้องรักษาตารางกิจวัตรประจำวันของสัตว์เลี้ยงให้เหมือนเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การขับถ่ายหรือการเดินออกกำลัง กิจกรรมเหล่านี้ควรเป็นไปตามเวลาเดิมที่ทำเป็นกิจวัตร” นอกจากนี้ ดร. แอนนี วาลุสกา ยังได้เน้นให้เจ้าของหมั่นฝึกสัตว์เลี้ยงให้รักษามารยาทต่าง ๆ อยู่เสมอเช่น ให้นั่งลงก่อนที่จะเดินผ่านประตู หรือไม่สะกิดขออาหารเมื่อเจ้าของกำลังทานข้าว สิ่งเหล่านี้ก็เป็นวิธีที่สำคัญในการรักษากิจวัตรของสัตว์เลี้ยงเช่นกัน 2. กำหนดเวลาพักผ่อน สัตว์เลี้ยงอาจเคยชินที่ได้ใช้เวลาส่วนตัวเมื่อครอบครัวไม่อยู่ ดังนั้นจึงควรให้เขาได้มีเวลาพักผ่อนเป็นช่วง ๆ ตลอดวัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ของ Purina ดร. ฟรานซัวส์ มาร์ติน ได้ย้ำว่า “ไม่ควรเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของสัตว์เลี้ยงโดยให้เข้าสังคมมากเกินไป เพราะว่าสัตว์เลี้ยงนั้นไม่ใช่เด็ก เจ้าของจึงไม่จำเป็นต้องหากิจกรรมให้สัตว์เลี้ยงทำตลอดเวลา” เหล่าพ่อแม่คงโล่งอกที่ได้ยินเช่นนี้ เพราะว่าเด็ก ๆ นั้นต้องมีกิจกรรมให้ทำทั้งวัน แต่สุนัขหรือแมวไม่ต้องทำแบบนี้ และที่จริงแล้วการที่ไม่ต้องทำอะไรกลับมีประโยชน์กับสัตว์เลี้ยงด้วยซ้ำ 3. กินขนมแก้เครียดบ้าง เมื่อเราต้องยุ่งกับประชุม ต้องเรียนออนไลน์ หรือแม้แต่อยากอยู่เงียบ ๆ ลองให้แมวหรือสุนัขหลบมุมอยู่กับขนมขบเคี้ยวเงียบ ๆ บ้างก็ได้ ดร. แซเวอร์รีน ลีกูต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ของ Purina ได้ย้ำว่า แม้สัตว์เลี้ยงอาจชอบที่ได้ขบเคี้ยวขนมแต่อย่าให้ขนมเขามากเกินพอดีได้ ต้องระวังเรื่องแคลอรี่ อาจต้องควบคุมโดยลดปริมาณอาหารมื้อหลักให้เหมาะสมกับปริมาณแคลอรี่ที่ได้จากขนมไปแล้ว 4. ออกกำลังกายคือคำตอบ มาลองรักษาสุขภาพจิตและปล่อยพลังงานลบออกไปด้วยวิธีเชิงบวก นั่นคือ การออกกำลังกาย การทำกิจกรรมให้ร่างกายได้ขยับในช่วงเวลาที่ต้องอยู่แต่ในบ้านนี้มีประโยชน์ต่อตัวเราเองและสัตว์เลี้ยง เราอาจจะพาสุนัขไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะไม่ได้ แต่ก็มีวิธีออกกำลังกายอื่นได้ แม้แต่การเดินไปส่งจดหมายก็ถือเป็นการออกกำลังกายได้เหมือนกัน ถ้าต้องอยู่แต่ในบ้าน เราควรเก็บกวาดบ้านให้โล่งจะได้มีพื้นที่เล่นกับเขา ถ้าหากมีสวนหลังบ้านก็ออกไปเล่นวิ่งไล่จับกันบ้าง Purina ขอแนะนำให้เจ้าของนำการออกกำลังกายมาประยุกต์เพื่อรักษาตารางกิจวัตรให้กับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ควรกำหนดตารางเวลาการเล่นให้อยู่ในช่วงเดียวกันทุกวัน ให้สัตว์เลี้ยงเคยชินกับตารางกิจกรรมประจำวัน ได้กระตุ้นร่างกายและจิตใจในขณะที่กระชับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงด้วย 5. เล่นเกมฝึกสมอง วิธีการอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังคือ การกระตุ้นสมองเช่น การสอนให้เล่นเกมใหม่ ๆ สักอย่างสองอย่าง! คุณคงเคยอยากให้สุนัขม้วนตัวได้หรือแม้แต่สอนให้แมวเต้นรำใช่ไหมล่ะ ช่วงนี้ล่ะที่เหมาะที่จะสอนสิ่งเหล่านี้ “สัตว์เลี้ยงก็เหมือนกับคน คือมีประสบการณ์ที่เรียกว่า ‘ปรากฏการณ์ยูเรก้า’ (Eureka Effect) หรือปรากฎการณ์ร้อง “อ๋อ” เวลาแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ” ดร. เรแกน แม็คกอแวน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ของ Purina ได้อธิบายเพิ่มเติม “ช่วงเวลาที่เราแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ เราจะอารมณ์ดี สัตว์เลี้ยงเองก็มีความรู้สึกนี้เช่นเดียวกัน” เราอาจกระตุ้นสมองสัตว์เลี้ยงช่วงเวลาให้อาหาร โดยนำอาหารไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ในบ้านแล้วให้เขาลองดมหา หรือนำ เกมตัวต่อจิ๊กซอร์ มาประยุกต์เพื่อกระตุ้นสมองให้ฝึกคิดมากขึ้นก็ได้
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
new-kitten-not-eating
สาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาลูกแมวไม่กินข้าว
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ลูกแมวเป็นสัตว์ที่มีความรู้สึกไว และยังมีนิสัยจู้จี้จุกจิกเวลากินข้าวให้เห็นบ่อย ๆ หากคุณสงสัยว่าทำไมลูกแมวไม่กินข้าว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเขามากยิ่งขึ้น คุณจัดเตรียมทุกอย่างไว้ต้อนรับลูกแมวตัวใหม่เรียบร้อยแล้ว มีอาหารลูกแมวอย่างดี จัดเตรียมไว้ในตู้พร้อมกับขนมสำหรับแมวที่ไว้ใช้เป็นรางวัล แทบจะอดใจไม่ไหว ที่จะได้เห็นลูกแมวอร่อยเพลิดเพลินไปกับมื้อแรก แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเป็น ลูกแมวที่ไม่ยอมกินอาหาร แถมยังเมินใส่แบบไม่ใยดีอีกด้วย เวลาที่ลูกแมวไม่กินอาหาร เรามักสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติกับอาหารหรือเปล่า อาหารที่ให้มันร้อนไปหรือเย็นไป แฉะไปหรือแห้งเกิน เนื้อปลายังไม่โดนใจ หรือรสชาติ สี กลิ่น ยังไม่ใช่ แต่ที่จริงแล้ว การที่แมวจุกจิกเลือกกินจนปฏิเสธอาหารเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้แปลว่าอาหารลูกแมวนั้นรสชาติแย่เสมอไป บทความนี้จะบอกเล่าถึงสาเหตุที่แมวไม่ยอมกินอาหาร ทำไมลูกแมวตัวใหม่ไม่ยอมกินข้าว? ชามที่ใช้ ลูกแมวไม่ชอบให้หนวดของตนสัมผัสกับขอบถ้วยเวลาที่ก้มลงไปกินอาหาร ปัจจุบัน มีคณะวิจัยกำลังศึกษาอาการ รำคาญหนวดตนเอง และยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจน แต่ที่แน่นอนคือหนวดแมวเป็นเสมือนเสาสัญญาณที่รับสิ่งต่าง ๆ ได้ไว ทำให้ลูกแมวสัมผัสได้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัว ในทางทฤษฎีกล่าวว่า หากหนวดแมวสัมผัสถูกสิ่งต่าง ๆ ระหว่างกินอาหาร จะทำให้แมวรู้สึกไม่อยากกินอาหารได้ เป็นเหตุผลที่เราแนะนำให้ใช้ถ้วยที่มีปากกว้างและก้นตื้น เพื่อไม่ให้หนวดแมวสัมผัสโดนภาชนะ ตำแหน่งที่วาง ตำแหน่งที่คุณวางถ้วยอาหารแมวก็สำคัญพอ ๆ กับการเลือกอาหารเลย หากลูกแมวตัวใหม่ไม่ยอมกินอาหาร นั่นอาจเกิดจากตำแหน่งที่วางถ้วยอาหารก็ได้ ควรวางถ้วยไว้ให้ห่างจากกระบะทรายแมว ในบริเวณที่สงบไม่วุ่นวาย เพื่อให้แมวกินได้อย่างสบายใจ หากคุณเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นไว้ในบ้าน ด้วยสัญชาติญาณนักล่าที่ยังคงอยู่ของแมว อาจทำให้ลูกแมวอยากจับสัตว์เหล่านั้นมาเป็นมื้อค่ำแทนก็ได้ ลองวางถ้วยอาหารแมวให้ห่าง แล้วดูว่าแมวจะยอมกินหรือไม่ ความสะอาด ลูกแมวไม่กินอาหาร ถ้าหากถ้วยที่ใส่อาหารไม่สะอาดพอ อย่าลืมใช้น้ำยาล้างจานล้างให้สะอาด แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าให้หมดจดทุกครั้งที่แมวกินอาหารเสร็จ อาจจะใช้ถ้วยเซรามิกแทน เพราะเซรามิกจะไม่ดูดกลิ่นแบบพลาสติก
ดูแลลูกแมว
ทำไมแมวถึงกระดิกหาง
แมวหาตั้งหรือทำท่ากระดิกหาง หมายถึงอะไร
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เรามักเข้าใจผิดว่าแมวจะกระดิกหางเมื่อกำลังโกรธ แต่จริง ๆ แล้วยังมีเหตุผลอื่นเบื้องหลังพฤติกรรมนี้ พบกับสารพัดเคล็ดลับที่ควรรู้ เกี่ยวกับภาษา “หางแมว” ได้ในบทความนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่า ภาษากายของแมว อ่านยาก เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มีความซับซ้อน และมักไม่ค่อยแสดงความรู้สึกให้เราทราบชัดเจนเสมอไป การตีความพฤติกรรมของแมวจึงผิดพลาดได้ง่าย ทำให้เจ้าของถูกลงโทษอยู่บ่อย ๆ เพราะแมวหงุดหงิดเมื่อเราเอ็นดูผิดเวลา สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราทราบว่าแมวกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนก็คือหาง แม้จะค้านกับความเชื่อส่วนใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว หางแมวเป็นสิ่งที่แสดงอารมณ์แมวได้ชัดเจน และช่วยให้เรารู้ความรู้สึกของแมวว่าพวกเขากำลังร่าเริง สุขใจ หรือหวาดกลัว อ่านบทความนี้ แล้วคุณจะค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาษาหางแมว พร้อมเรื่องน่ารู้อื่น ๆ เกี่ยวกับอารมณ์ของแมว ทำไมแมวถึงกระดิกหาง แมวต่างจากสุนัขตรงที่แมวจะกระดิกหางเมื่อโกรธหรือไม่พอใจ แต่ก็ไม่เสมอไป “หางแมว” เป็นช่องทางสื่อสารที่ลึกซึ้งและบ่งบอกอารมณ์ของแมวได้เป็นอย่างดี หากพิจารณาดูทิศทางการเคลื่อนไหวและความไวในการกระดิกหาง ประกอบกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เราก็มักจะบอกได้ว่าแมวกำลังรู้สึกอย่างไร คำอธิบายต่อไปนี้อาจช่วยไขปริศนาได้ว่า แมวกระดิกหางหมายถึงอะไร
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
wag-tails-mean
ทำไมแมวถึงชอบกล่องกระดาษ
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เจ้าของแมวอาจแปลกใจว่าเมื่อซื้อของเล่นชิ้นใหม่มาให้แต่แมวกลับสนใจกล่องที่ใส่มามากกว่า แล้วทำไมแมวถึงชอบเอาตัวไปคลุกอยู่ในกล่องกระดาษ หาคำตอบได้ในบทความนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าแมวชอบกล่องเป็นที่สุด สำหรับแมวแล้ว ไม่มีของเล่นชิ้นใดสู้กล่องกระดาษอันแสนเรียบง่ายนี้ได้ ไม่ว่าของเล่นจะแพงหรือน่าสนใจเพียงใด เจ้าของส่วนใหญ่คงเคยพบกับเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ไม่ว่าจะซื้อที่นอนหรือของเล่นชิ้นใหม่มาให้ แต่ดูเหมือนว่าแมวของเราจะชอบกล่องใส่ของแทน ในบทความนี้ คุณจะได้ค้นพบว่า ทำไมแมวถึงชื่นชอบกล่องกระดาษ และทำไมกล่องถึงเป็นที่ที่เหมาะแก่การงีบหลับและล่าเหยื่อของแมว ทำไมแมวถึงชอบกล่องกระดาษ แมวชอบกล่องกระดาษเพราะเหตุผลหลายข้อ แต่หลัก ๆ เป็นเพราะกล่องคือ “พื้นที่ปิด” ที่มีทางเข้าออกจำกัด ตามธรรมชาติแล้ว แมวเป็นนักล่าที่ชอบซุ่มโจมตีและมีสัญชาตญานในการมองหาสถานที่ปิดล้อมที่ตนสามารถซ่อนตัว และดักเหยื่อ โดยที่รู้สึกปลอดภัยและอุ่นสบาย ซึ่งกล่องกระดาษน่าสบายนี้ตอบโจทย์แมวทุกประการ กล่องเป็นที่ที่ปลอดภัย แมวจะรู้สึกสบายและปลอดภัยในพื้นที่ปิด ดังนั้นแมวจึงชอบอยู่ในกล่องกระดาษ แมวใช้กล่องเป็นที่ซ่อนตัวเพราะศัตรูจะไม่สามารถย่องมาจากด้านหลังหรือด้านข้างได้ เมื่อแมวอยู่ในกล่อง “ผู้บุกรุก” ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์เลี้ยงตัวอื่น หรือแม้แต่เหยื่อ จะต้องเข้าหาจากด้านหน้าและอยู่ในสายตาของแมว จึงไม่มีใครโผล่มาทำให้ตกใจได้ นอกจากนี้ แมวยังชอบกล่องเพราะกล่องช่วย ลดความเครียด และเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่แมวใช้สังเกตการณ์ได้โดยไม่มีใครเห็น จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจแมวซึ่งมักวิ่งหนีและหาที่ซ่อนตัวเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด การอยู่ในพื้นที่กึ่งปิด เป็นส่วนตัวและปลอดภัยนี้จึงน่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แมวชอบกล่อง
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
cats-whiskers
หนวดแมวมีไว้ทำอะไรกันนะ
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
หนวดไม่ได้มีไว้แค่ทำให้แมวดูน่ารัก แต่ยังมีประโยชน์ต่อแมวอีกหลายประการ ตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องวัดระยะ ไปจนช่วยเรื่องการมองระยะใกล้ หนวดแมวเป็นอวัยวะที่น่าทึ่งโดยแท้ หนวดเป็นอวัยวะที่โดดเด่นของร่างกายแมว แมวมีหนวดที่ไม่ได้เพียงแต่ทำให้แมวดูน่ารักน่าเอ็นดูและจั๊กจี๋เรายามมาอิงแอบ หนวดแมวยังมีความสำคัญอีกไม่น้อย หนวดแมวเป็นอวัยวะที่ไม่มีความใกล้เคียงกับเส้นขน (แม้จะดูคล้ายกันก็ตาม) แต่เป็นอุปกรณ์รับความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังไวต่อสิ่งกระตุ้นอย่างที่สุด คุณอาจสงสัยว่าทำไมแมวถึงมีหนวด และต้องการทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่หรือเรดาห์ส่วนตัวอันแสนพิเศษนี้ หนวดแมวมีวิธีการทำงานและช่วยนำทางแมวในที่มืดได้อย่างไร พบกับทุกคำตอบได้ที่นี่! ทำไมแมวถึงมีหนวด หนวดของแมวมีประโยชน์สารพัด แต่ที่สำคัญที่สุดที่แมวมีหนวดเห็นจะเป็นการทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์รับความรู้สึก ชื่ออย่างเป็นทางการของหนวดแมวคือ ‘Vibrissae’ มาจากคำภาษาละติน ‘Vibrio’ ที่แปลว่า ‘สั่นสะเทือน’ รูขุมขนของหนวดแมวเต็มไปด้วยเส้นประสาท และส่วนปลายหนวดก็มีอวัยวะรับความรู้สึก หรือที่เรียกว่า ปลายประสาทรับรู้อากัปกิริยา (Proprioceptor) เมื่อทำงานร่วมกันแล้ว หนวดแมวจะไวต่อการสั่นสะเทือนและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมอย่างเหลือเชื่อ โดยแมวใช้หนวดของตัวเองเป็นประสาทสัมผัสเพิ่มเติมในการทำความเข้าใจโลกใบนี้ นอกจากนี้ หนวดของแมวยังฝังอยู่ในร่างกายลึกกว่าเส้นขนทั่วไป โดยเชื่อมต่อกับระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท ลักษณะทางกายวิภาคเช่นนี้เองที่ทำให้หนวดสามารถส่งสารเกี่ยวกับการรับความรู้สึกในสภาพแวดล้อมไปยังสมองของแมว ส่งผลให้แมวเป็นนักสำรวจที่ชาญฉลาด! และด้วยความพิเศษของหนวดแมวเช่นนี้ เราจึงรวบรวม 10 อันดับแรกของเคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับอวัยวะมหัศจรรย์บนใบหน้าแมวมาให้คุณ
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง

Pagination

  • First page
  • Previous page
  • …
  • Page 20
  • Page 21
  • Page 22
  • Page 23
  • Page 24
  • Page 25
  • Page 26
  • Page 27
  • Page 28
  • …
  • Next page
  • Last page
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.
© 2026 Purina. All Rights Reserved.