Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
Skip to main content
Refusing Cats Feeding Guide
แมวไม่กินอาหารเม็ดควรทำยังไงดี
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
แมวไม่กินอาหารเม็ดควรทำยังไงดี แมวไม่กินอาหารเม็ดถือว่าเป็นปัญหาโลกแตกของคนเลี้ยงแมวเลยทีเดียว จริงๆ แล้วเรื่องนี้สาเหตุอาจเกิดได้จากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ อาหารที่ให้ ความสะอาด หรือแม้แต่ตัวนิสัยของแมวเอง โดยผลเสียของการที่แมวไม่กินอาหารเม็ดคือจะทำให้เขาได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอจนอาจทำให้ป่วยตามมา รวมไปถึงยังสร้างนิสัยเลือกกินขึ้นได้ในอนาคต ในคราวนี้เราเลยขอพาทุกท่านมาวิเคราะห์รวมไปถึงเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างได้ผลกัน ว่าทำต้องทำอย่างไรถึงเอาชนะใจน้องเหมียวให้กลับมาทานอาหารเม็ดได้ สาเหตุ 1. ให้ขนมแมวมากเกินไป : อันนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย เมื่อเราให้ขนมแมวมากเกินไป ทำให้แมวติดใจรสชาติของขนมแมวจนทำให้แมวไม่กินอาหารเม็ด ซึ่งการให้ขนมแมวมากเกินไปอาจทำให้แมวสุขภาพแย่ลงและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนหรือขาดสารอาหารที่จำเป็นได้ 2. ภาชนะใส่อาหารหรือสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม : บางครั้งแมวไม่กินอาหารเม็ดอาจเพราะชามสกปรกหรือสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมก็เป็นไปได้เช่นกัน รวมไปถึงอย่าลืมเช็คว่าอาหารเม็ดที่เราให้นั้นมีคุณภาพดี ยังไม่หมดอายุ หรือเปียกชื้น เพราะสิ่งเหล่านี้ก็มีผลต่อการตัดสินใจกินของแมวด้วยเช่นกัน สถานที่วางชามอาหารแมวควรเป็นที่สะอาด สงบ และไม่มีคนพลุกพล่าน 3. แมวมีนิสัยเลือกกินหรือชอบอาหารเปียกมากกว่า : ต้องบอกว่าแมวบางตัวมีนิสัยไม่ชอบอาหารเม็ดเลยจริงๆ จะยอมกินก็แต่อาหารเปียกหรืออาหารที่ตัวเองชื่นชอบเท่านั้น แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะว่าเรามีวิธีการเปลี่ยนใจน้องแมวให้กลับมากินอาหารเม็ดแบบง่ายๆและได้ผลมาฝากกัน วิธีเปลี่ยนใจแมวให้ชื่นชอบอาหารเม็ด 1. ค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนอาหารเม็ดลงในอาหารมื้อหลัก : ทำให้แมวคุ้นชินกับอาหารเม็ดด้วยการผสมอาหารเม็ดลงไปในอาหารเปียกทีละน้อย ก่อนที่จะค่อยๆ เพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างช้าๆ และลดปริมาณอาหารเปียกลง จะทำให้แมวค่อยๆ รู้จักกับอาหารเม็ดและยอมกินได้ในที่สุด ค่อยๆ ผสมอาหารเปียกกับอาหารเม็ดเข้าด้วยกัน จากนั้นเพิ่มปริมาณอาหารเม็ดให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้แมวค่อยๆ ชินกับรสชาติของอาหารเม็ด 2. เลือกให้อาหารเม็ดคุณภาพสูง : เคล็ดลับอยู่ที่ถ้าจะให้อาหารเม็ดกับน้องแมวทั้งที ควรเลือกให้อาหารเม็ดมีคุณภาพสูงหรือเกรดพรีเมี่ยม เพราะจะมีกลิ่นและรสชาติที่อร่อย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าอาหารเม็ดเกรดพรีเมี่ยมมักทำมาจากส่วนของเนื้อแดงซึ่งมีคุณภาพสูง มีปริมาณสัดส่วนของเนื้อสัตว์มาก และมีโปรตีนสูง เลยทำให้แมวรู้สึกว่าน่ากินมากกว่าอาหารเม็ดแบบปกติธรรมดา อีกทั้งยังให้สารอาหารครบถ้วน ให้น้องแมวมีสุขภาพแข็งแรง 3. ตรวจสอบว่าสิ่งแวดล้อมและภาชนะใส่อาหารที่เหมาะสม : ใช้ภาชนะใส่อาหารที่แห้งและสะอาด รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมที่กินอาหารของแมวควรเงียบ ไม่มีคนพลุกพล่าน หรือสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแมว 4. ให้อาหารเป็นเวลา : ให้อาหารตรงเวลาอย่างเคร่งครัดและกำหนดเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าเกิดว่าแมวไม่กินอาหารเม็ดให้เก็บจานอาหารและใจแข็งไม่ยอมให้เขาได้ทานอะไรจนกว่ามื้อถัดไป จะทำให้แมวเรียนรู้ได้ว่าต้องกินอาหารในช่วงเวลานี้เท่านั้น การให้อาหารแมวเป็นเวลาที่แน่นอนจะทำให้เขาเข้าใจว่าต้องกินอาหารในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งจะช่วยทำให้แมวกินอาหารเม็ดได้ง่ายขึ้น และไม่ควรให้อาหารหรือขนมแมวนอกช่วงเวลาอาหารต่อให้เขาร้องขอก็ตาม 5. งดให้ขนมแมว (ชั่วคราว) : งดขนมแมวจะช่วยให้น้องแมวมีความอยากอาหารมากขึ้น และทำให้ยอมกินอาหารเม็ดง่ายขึ้นด้วย ในช่วงที่ฝึกให้กินอาหารเม็ดไม่ควรให้ขนมแมวจนกว่าเขาจะยอมกินอาหารเม็ดอย่างต่อเนื่อง และเมื่อกลับมาให้ขนมแมวก็ควรจำกัดปริมาณที่ให้ต่อวัน อาหารแมวชนิดเม็ดถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ สำหรับคนเลี้ยงแมว เพราะว่าในอาหารเม็ดมีสารอาหารครบครัน ทำให้สุขภาพของแมวแข็งแรง อีกทั้งยังเก็บรักษาดูแลง่าย และที่สำคัญคือมีราคาถูกกว่าอาหารแมวแบบเปียกทำให้เจ้าของแมวสามารถเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ ดังนั้นอย่าลืมเลือกซื้ออาหารเม็ดสำหรับแมวกัน โดยต้องเลือกอาหารเม็ดที่คุณภาพและมีคุณประโยชน์ครบถ้วนตามที่แมวแต่ละช่วงวัยต้องการอย่าง Purina ONE อาหารแมวเกรด ซุปเปอร์ พรีเมี่ยม ที่ทุกสูตรผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง รสชาติอร่อย อุดมด้วยโปรตีนและสารอาหารที่เหมาะสมกับแมวในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นลูกแมวหรือแมวโตเต็มวัย ครบคุณค่าที่สุดแห่งการบำรุง ให้แมวของคุณสุขภาพแข็งแรง จนสามารถพิสูจน์สัญญาณสุขภาพใน 3 สัปดาห์ ผ่าน3สัญญาณสุขภาพดี อ้างอิง https://www.petmd.com/cat/nutrition/evr_ct_why-wont-my-cat-eat-his-food https://pets.thenest.com/cats-stop-eating-dry-food-9137.html
การให้อาหารและโภชนาการ
Facts About Cats
เรื่องน่ารู้ของแมวที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
แอบส่องความลับของน้องแมวที่คุณยังไม่เคยรู้ หากพูดถึงน้องแมวแล้วเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงความน่ารักไม่เหมือนใครจนทำเอาใครต่อใครหลายคนตกหลุมรักจนกลายเป็นทาสแมวกันโดย ไม่รู้ตัว แต่นอกจากความน่ารักแล้ว น้องแมวก็ยังมีความลับอันน่ามหัศจรรย์ต่างๆ มากมายอยู่ในอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมีความพิเศษอะไรบ้างนั้น เราขอเผยเรื่องน่ารู้ของแมวและความลับของส่วนต่างๆ กันตามนี้เลย เรื่องน่ารู้ของแมวเรื่องที่ 1 : ตาแมว เชื่อกันว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีสายตาดีมากๆ แต่จริงๆ แล้ว แมวอาจจะไม่ได้สายตาดีอย่างที่เราคิด เพราะตาของแมวนั้นแม้ว่าจะมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าในมนุษย์ถึง 6-8 เท่า แต่ก็มองเห็นในที่สว่างได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ใครที่เลี้ยงแมวคงจะสังเกตเห็นว่าในที่สว่างรูม่านตาแมวจะหดลงเพื่อลดการรับแสงจนเห็นเป็นขีด จึงทำให้แมวมองเห็นในที่สว่างได้ในระยะประมาณ 1 ฟุตเท่านั้น นี่จึงกลายเป็นเหตุผลที่แมวต้องค่อยๆ ย่องเข้าหาเหยื่อ อีกทั้งแมวยังมองเห็นได้ดีแค่สีฟ้ากับสีเหลือง ในขณะที่มองเห็นสีเขียวและสีแดงได้ไม่ดีนัก ทำให้โลกที่แมวมองเห็นนั้นมีสีค่อนข้างซีดกว่าที่มนุษย์อย่างเราเห็นนั่นเอง เรื่องน่ารู้ของแมวเรื่องที่ 2 : หนวดแมว พูดถึงหนวดแมวนี่บอกเลยว่าเป็นของหวงของแมว เพราะว่าหนวดแมวเป็นอวัยวะพิเศษที่ใช้รับความรู้สึก (Sensory Receptor) นั่นเอง หากเปรียบเทียบแล้วหนวดแมวก็เหมือนเรดาห์ที่ช่วยรับรู้และสำรวจสิ่งที่อยู่รอบๆ เวลาอยู่ในที่มืด ทำให้แมวเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจ หนวดแมวนั้นจะมีลักษณะยาวและหนามากกว่าขนตามลำตัว และหนวดแมวนั้นจะยาวเท่ากับความกว้างของลำตัวแมวเสมอ ดังนั้นในตรอกแคบๆ หากหนวดแมวผ่านไปได้ตัวแมวก็จะผ่านไปได้เช่นกัน พอรู้ความสำคัญแบบนี้แล้วก็ใครที่เลี้ยงแมว ห้ามตัดหนวดแมวเด็ดขาดนะ เพราะนั่นจะทำให้เค้าสูญเสียความมั่นใจจนหงอยเลยทีเดียว เรื่องน่ารู้ของแมวเรื่องที่ 3 : หูแมว แมวเป็นสัตว์ที่หูไวมาก เรียกว่าหูดีกว่ามนุษย์หลายเท่าเลยทีเดียว ด้วยประสาทการฟังที่ดีเยี่ยมนี้เอง ทำให้แมวใช้การฟังเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสเพื่อการล่าเหยื่อ เพราะพวกเค้าสามารถได้ยินเสียงเล็กๆ น้อยๆ ที่สัตว์ตัวเล็กๆ เช่น หนู หรือกระต่ายส่งเสียงออกมาได้ ด้วยเหตุนี้แมวถึงตามหาเหยื่อได้แม้ว่าจะหลบซ่อนอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันแมวก็เป็นสัตว์ที่เกลียดเสียงดังและไม่ชอบอยู่ในสถานที่วุ่นวาย เพราะแมวสามารถได้ยินเสียงดังมากกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า แน่นอนว่าเสียงเหล่านั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพแมวในระยะยาวได้เช่นกัน ใครที่เลี้ยงแมวก็ควรมีพื้นที่สงบเงียบให้แมวได้พักผ่อนและไม่ควรพาแมวไปในที่ๆ วุ่นวายและมีเสียงดังเป็นระยะเวลานานๆ นะ เพราะนั่นช่างค้านกับพฤติกรรมแมวตามธรรมชาติจริงๆ เรื่องน่ารู้ของแมวเรื่องที่ 4 : จมูกแมว แม้ว่าจะไม่ได้ดมกลิ่นเก่งเท่ากับสุนัข แต่แมวก็มีประสาทรับกลิ่นที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะโพรงจมูกของแมวหากเทียบกับขนาดตัวแล้วถือว่าใหญ่กว่ามนุษย์ถึง 5 เท่า แมวจึงใช้ประสาทการดมแยกแยะว่าใครเป็นใคร รวมถึงใช้กลิ่นเพื่อสร้างอาณาเขตอีกด้วย และไม่แปลกที่เวลาแมวจะกินอะไร ต้องดมอาหารก่อนกินเสมอ เพราะพฤติกรรมแมวจะใช้กลิ่นเป็นตัวตัดสินใจว่า อาหารนั้นๆ น่ากินหรือไม่ อย่างที่คนเลี้ยงแมวทราบกันดีว่า แมวเป็นสัตว์ที่ช่างเลือกกินจริงๆ อวัยวะทุกส่วนของแมว ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับการดำรงชีวิตของแมว เพราะทุกอย่างต้องทำงานสอดคล้องกันไป ดังนั้นแล้วการดูแลเจ้าแมวเหมียวให้มีสุขภาพดีและร่างกายแข็งแรงจึงจำเป็นมาก แต่ที่สำคัญอย่าลืมดูแลเค้าด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอด้วยอาหารแมว Purina ONE ทุกสูตรได้เลยค่ะ เพราะ Purina ONE ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมคัดสรรอย่างดีเพื่อให้เหมาะกับแมวในแต่ละช่วงวัย ทำให้ทุกอวัยวะของน้องแมวไม่ว่าจะส่วนไหนล้วนแล้วแต่มีสุขภาพแข็งแรง เห็น การเปลี่ยนแปลงของน้องแมวผ่าน3สัญญาณสุขภาพดี ใน 3 สัปดาห์แน่นอนค่ะ อ้างอิงข้อมูล Dorling Kindersley. Feline Biology. The Cat Encyclopedia Difinitive Edition 2009. P.42-66 https://www.wired.com/2013/10/cats-eye-view/
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Nutrition for Each Life Stage
อาหารเสริมสุภาพสุนัขที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ทำไมต้องทราบถึงสารอาหารที่จำเป็นของสุนัขแต่ละช่วงวัย สุนัขในแต่ละช่วงวัยนั้นมีธรรมชาติ และความต้องการของร่างกายที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกิจกรรมแต่ละช่วงวัย พฤติกรรมต่าง ๆ และแน่นอนว่าต้องรวมไปถึงความต้องการด้านสารอาหารด้วย หากเจ้าของสุนัขมีความรู้และเข้าใจถึงความแตกต่างด้านความต้องการสารอาหารในสุนัขแต่ละช่วงวัย ก็จะช่วยให้เจ้าของสุนัขสามารถดูแล และป้องกันปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสุนัขได้ มาเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องสารอาหารที่จำเป็นในสุนัขในแต่ละช่วงวัยไปด้วยกัน แล้วคุณจะพบว่าการให้อาหารสุนัขที่เหมาะสมกับช่วงวัยต่าง ๆ สามารถสามารถช่วยให้สุนัขมีสุขภาพดี ร่าเริงสดใส และมีอายุที่ยืนยาว
การให้อาหารและโภชนาการ
Healthy Cats
สัญญาณสุขภาพดี ดูได้จากวิถีการกินของน้องแมว
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
สัญญาณสุขภาพดี ดูได้จากวิถีการกินของน้องแมว ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่าน้องแมวของเรามีสุขภาพแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่า ครั้งนี้เรามีวิธีสังเกตเบื้องต้นแบบไม่ยากมาแนะนำทุกคนกันค่ะ นั่นก็คือเวลาที่เราให้อาหารน้องแมวทุกครั้ง ให้ลองสังเกตดู “พฤติกรรมการกิน” ของเค้า เพราะพฤติกรรมแมวเหล่านี้คือคำใบ้ที่จะคอยบอกเราว่า ตอนนี้สุขภาพแมวกำลังเป็นอย่างไร หากน้องแมวมีพฤติกรรมการกินที่แปลกไป นั่นคือสัญญาณอันตราย ซึ่งถ้าเราสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันเราก็สามารถแก้ไขสาเหตุ หรือพาไปพบคุณหมอได้ทันเวลานั่นเองค่ะ มาทำความเข้าใจพฤติกรรมการกินอาหารของน้องแมวกันดีกว่า ก่อนที่เราจะ สังเกตได้ว่า พฤติกรรมแมวของเรา นั้นมีการทานอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปยังบ้าง ขั้น แรก เราต้องรู้เสียก่อนว่าโดยปกติแล้วน้องเหมียวของเรานั้นมีรูปแบบการกินอาหารอย่างไร หากวันไหนที่เพื่อนๆ มีเวลาอยู่บ้าน ทั้งวัน เวลาให้อาหารน้องแมว แนะนำให้ลองสังเกตและอย่าลืมจดบันทึกข้อสังเกตเหล่านี้เก็บเอาไว้อ้างอิงด้วยนะคะ • ลักษณะการกิน : แมวของเรากินอย่างรวดเร็ว หรือค่อยๆ ละเลียดกินช้าๆ • ปริมาณ : ดูว่าในแต่ละวันเค้าทานอาหารจนหมด หรือมีอาหารเหลือเอาไว้ • วิธีกิน : น้องเหมียวกินอาหารครั้งละเยอะๆ หรือค่อยๆ ทานไปเรื่อยๆ ตลอดวัน เมื่อเราทราบรูปแบบพฤติกรรมแมวของเราแล้ว คราวนี้เราจะสามารถตามดูการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจจะเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่างได้แล้วล่ะค่ะ สัญญาณของการกินอาหารแมวอย่างมีสุขภาพดีเป็นอย่างไรนะ? หลังจากที่รู้ว่าน้องแมวของเรามีนิสัยการทานอาหารยังไงแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาเช็กแล้วค่ะ ว่าพฤติกรรมการทานอาหารของน้องเหมียวของเราเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่า • มากินทันทีที่เราเทอาหารแมวลงในชามของเค้า • ตื่นตัวกับเรื่องกิน ตื่นเต้นที่จะได้อาหาร • มีเวลาและจำนวนครั้งในการกินที่คงเส้นคงวา • กินอาหารในปริมาณคงที่หรือเปล่า ถ้าน้องแมวของเพื่อนๆ มีสัญญาณการกินดังนี้ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ เพราะน้องแมวของเพื่อนๆ ยังมีความสุขกับการกินอาหารซึ่งเป็นสัญญาณของการกินอย่างมีสุขภาพที่ดี ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพบว่าเค้าเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่นเริ่มทานเร็วขึ้น ทานมากขึ้น กลายเป็นแมวกินน้อยเกินไป เลือกกินอาหาร หรือกลายเป็นแมวเบื่ออาหารไม่ยอมทานอะไรเลยตลอดทั้งวัน นั่นคือพฤติกรรมที่เริ่มส่งสัญญาณมาแล้วค่ะว่าสุขภาพแมวกำลังมีปัญหา แล้วอาหารแมวแบบไหนที่เหมาะกับน้องแมวของเรากันล่ะ? ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแมว Purina ONE ได้คัดเลือกและปรับปรุง อาหารที่เหมาะสมกับน้องแมวทุกสายพันธุ์มาแล้ว ทว่าไม่ใช่แมวทุกตัวที่เหมาะกับอาหารทุกสูตร การเลือกซื้ออาหารแมวตามช่วงวัยและการเลี้ยงดูให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อที่เราจะได้เลือกอาหารแมวสูตรที่ถูกต้องและเหมาะสมให้แก่เค้าค่ะ เช่น ถ้าเป็นลูกแมว (อายุ 3 สัปดาห์ - 1 ปี) ควรเลือกซื้ออาหารเม็ดแมว Purina ONE สูตร Healthy Kitten เพราะมีโปรตีนสูงเป็นพิเศษและสารอาหารที่จำเป็น เหมาะสำหรับลูกแมวที่กำลังเจริญเติบโต ส่วนน้องแมวที่โตเต็มวัยแล้ว หรือแมวเลี้ยงภายในบ้านที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมมากนัก ควรกินอาหารเม็ดแมว Purina ONE สูตร Indoor Advantage เพราะช่วย ควบคุมน้ำหนัก และช่วยลดปัญหาจากการเกิดก้อนขนได้ดี จึงเหมาะกับน้องแมวพันธุ์ที่มีขนสวยงามอย่างแมวเปอร์เซีย อเมริกันช็อตแฮร์ สก็อตทิชโฟลด์ ฯลฯ เช่นกัน ส่วนอาหารเม็ดแมว สูตร Purina ONE สูตร Salmon & Tuna Formula ก็เหมาะสำหรับแมวโตเช่นกัน อุดมด้วยกรดอะมิโนจากเนื้อปลาแซลมอนและทูน่า เพื่อกล้ามเนื้อและหัวใจแข็งแรง และมีโอเมก้า 3 & 6 ช่วยบำรุงให้ขนเงางาม ผิวหนังสุขภาพดี ดวงตาสดใส พร้อมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ให้เค้าป่วยง่าย โดยทุกสูตรนั้นจะช่วยเปลี่ยนแปลงสุขภาพของแมวคุณให้แข็งแรง มีครบ 6 สัญญาณสุขภาพดี เพื่อนๆ สามารถคลิกเข้าไปเลือกซื้ออาหารเม็ดแมวได้ ที่นี่ เลยค่ะ การสังเกตว่าน้องแมวดื่มน้ำอย่างไร ก็ถือเป็นการตรวจสอบสัญญาณสุขภาพที่สำคัญนะ สำหรับน้องแมวนั้นการดื่มน้ำก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทานอาหารเลยค่ะ เนื่องจากน้องแมวของเราของเราจำเป็นจะต้องได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาเรื่องทางเดินปัสสาวะ หรือเสี่ยงเป็นโรคนิ่ว ดังนั้น อย่าลืมเช็กให้ชัวร์ว่าเราวางชามใส่น้ำแมวเอาไว้ให้เค้าเพียงพอในแต่ละวันแล้ว โดยเพื่อนๆ จะสามารถสังเกตว่าเค้ามีพฤติกรรมการดื่มน้ำที่เป็นสัญญาณสุขภาพดีได้ จากการที่เค้า “ดื่มน้ำสม่ำเสมอ” ตลอดทั้งวันโดยเฉพาะ อย่างยิ่งหลังมื้ออาหาร หรือการออกแรงจากกิจกรรมต่างๆ นั่นเองค่ะ แล้วน้องแมวต้องดื่มน้ำมากแค่ไหนกันล่ะ? รู้หรือไม่ว่าร่างกายของแมว มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 60% เลย ดังนั้นน้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุขภาพของเค้าแข็งแรง ซึ่งปริมาณน้ำที่ควรได้รับในแต่ละวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 60 มิลลิลิตร (มล.) ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งหากน้องแมวของเรามีน้ำหนัก 4 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า เค้าควรได้รับน้ำอย่างน้อย 240 มล. นั่นเอง อย่างที่บอกไปว่าร่างกายของแมวมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก ดังนั้นหากเค้าขาดน้ำเพียงแค่ 10% ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยรวมทั้งหมด เพื่อนๆ ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมการดื่มน้ำของน้องแมวอยู่เสมอ หากวันใดวันหนึ่งที่เริ่มมีพฤติกรรมแมวที่ไม่ปกติ นั่นอาจจะเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าน้องแมวของเรากำลังมีปัญหาก็ได้ สำหรับพฤติกรรมต้องสงสัยที่ควรระวังไว้ให้ดี คือ 1.การที่เค้าดื่มน้ำตลอดเวลา หรือไม่ดื่มเลยตลอดวัน 2.ไม่ยอมปัสสาวะในที่ๆ เราจัดไว้ให้ หรือไม่ยอมแม้แต่จะปัสสาวะเลย รวมไปถึงการมีอาการของผิวหนังลอกและแห้ง ผิวแข็งและไม่ยืดหยุ่น วิธีแก้ปัญหา ถ้าน้องแมวกินน้ำน้อย สำหรับใครที่มีปัญหาน้องแมวกินน้ำน้อยนั้น เราขอแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น นั่นก็คือ ให้เปลี่ยนภาชนะสำหรับใส่น้ำดื่มของเค้านะคะ โดย Purina ONE แนะนำให้เลือกชามที่มีกลไกลักษณะคล้ายน้ำพุเล็กๆ พุ่งขึ้นมาตลอดเวลาค่ะ Purina ONE เพราะโดยปกติของ แมวมักถูกดึงดูดด้วยน้ำที่ไหลไปมาไม่หยุดนิ่ง จึงมีแนวโน้มที่เค้าจะดื่มน้ำได้มากขึ้นนั่นเอง แต่หากเปลี่ยนภาชนะแล้วน้องแมวยังมีพฤติกรรมที่ผิดปกติอยู่ แนะนำให้พาเค้าไปพบคุณหมอโดยด่วนนะคะ จะเห็นได้ว่า “การทานอาหาร” หรือ “การดื่มน้ำ” ของน้องแมวนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป การคอยหมั่นสังเกตพฤติกรรมของน้องแมว รวมถึงให้อาหารแมวที่ดีมีคุณภาพคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เค้ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ครบทั้ง 6 สัญญาณสุขภาพดี น้องแมวจะร่าเริงแจ่มใสได้ ย่อมเริ่มต้นที่ร่างกายแข็งแรงเป็นอันดับแรกค่ะ ที่มา ภาวะขาดน้ำในแมว : http://i.ibluewind.com/2010/04/feline-dehydration/
การให้อาหารและโภชนาการ
Cat Genders
วิธีดูเพศลูกแมว : ดูง่ายๆ ใช้วิธีนี้
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
วิธีดูเพศลูกแมว : ดูง่ายๆ ใช้วิธีนี้ หากใครที่ตัดสินใจว่าจะเลี้ยงลูกแมวน่ารักๆ สักตัว หรือเมื่อน้องแมวที่บ้านของเราคลอดออกมา สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะสงสัยเราจะดูเพศแมวยังไง วิธีดูเพศแมวง่ายๆ ทำอย่างไรได้บ้าง เพราะลูกแมวตัวน้อยสังเกตเพศลูกแมวได้ยากกว่าแมวที่โตเต็มที่แล้ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด และได้ลูกแมวที่มีเพศตามต้องการ เราจึงขอเผยเคล็ดไม่ลับวิธีดูเพศแมวอย่างง่ายๆ ที่สามารถดูด้วยตัวคุณเองได้ไม่ยากเลย
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Rabies in Cats
แมวเป็นพิษสุนัขบ้าได้ไหม อาการแมวเป็นพิษสุนัขบ้าเป็นอย่างไร
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
โรคพิษสุนัขบ้า โรคอันตรายที่แมวก็เป็นได้ เมื่อเข้าสู่หน้าร้อน หลายๆ คนคงนึกถึงโรคอันตรายที่ระบาดหนักอยู่แทบจะทุกปีอย่างโรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ แม้จะได้ชื่อว่าเกี่ยวกับสุนัข แต่เจ้าของน้องแมวก็อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะโรคพิษสุนัขบ้านี้สามารถติดต่อมาสู่น้องแมวได้ และที่สำคัญคือสามารถติดต่อมาสู่คน รวมทั้งยังติดต่อไปยังสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้องแมว หรือคนที่ติดโรคนี้ เชื้อไวรัสจะก่อให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ มารู้จักโรคพิษสุนัขบ้าในแมวและป้องกันอย่างถูกวิธีไปพร้อมๆ กัน ให้ครอบครัวอุ่นใจ ห่างไกลจากภัยโรคพิษสุนัขบ้ากันดีกว่า โรคพิษสุนัขบ้าติดต่อได้อย่างไร? เชื้อไวรัส “โรคพิษสุนัขบ้า” สามารถติดต่อผ่านทางน้ำลายสัตว์ป่วย เช่น การกัด ข่วน หรือเลียบริเวณบาดแผล ทำให้เชื้อไวรัสในน้ำลายจะเข้าสู่บาดแผล โรคนี้สามารถติดต่อได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคน สุนัข หรือแมว ก็สามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการติดเชื้อในสัตว์ป่า เช่น ค้างคาว ลิง สุนัขจิ้งจอก ได้ด้วยเช่นกัน สัญญาณอันตรายต้องสังเกต หากติดเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าในแมว เชื้อไวรัสจะเข้าทำลายระบบประสาท โดยเมื่อแมวที่ป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแสดงอาการออกมาแล้วก็มักจะทำให้สัตว์ที่ป่วยเสียชีวิตภายใน 10 วัน อาการของโรคแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ในระยะเริ่มต้นจะดูคล้ายอาการป่วยทั่วๆ ไป เช่น ซึม มีไข้ โดยกินระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน จากนั้นจะเข้าสู่ระยะตื่นเต้น โดยจะมีอาการกระวนกระวาย หงุดหงิด พฤติกรรมเปลี่ยนไป และสุดท้ายจะเข้าสู่ระยะอัมพาต โดยจะพบว่าโรคพิษสุนัขบ้าในแมวจะทำให้มีการทรงตัวผิดปกติ กลืนลำบาก ร่างกายบางส่วนหรือทั่วทั้งตัวเป็นอัมพาต น้ำลายไหลมาก จะเห็นว่ามีอาการคล้ายกลัวน้ำในระยะนี้ ป้องกันก่อนสาย โรคร้ายป้องกันได้ด้วยการทำวัคซีน โดยเริ่มทำวัคซีนเข็มแรกที่อายุประมาณ 3 เดือน เข็มที่ 2 เมื่ออายุ 6 เดือน และทำการกระตุ้นวัคซีนเป็นประจำทุกปี หากสงสัยว่าน้องแมวป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที และแจ้งข้อมูลต่างๆ ด้านสุขภาพ เช่น ประวัติการทำวัคซีน ประวัติการดูแลสุขภาพ ลักษณะการเลี้ยงให้ครบถ้วนเพื่อให้คุณหมอทำการตรวจวินิจฉัยต่อไปได้
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
วิธีการเปลี่ยนอาหารให้ลูกสุนัข
เคล็ดลับการเปลี่ยนอาหารลูกสุนัขให้ถูกต้องและปลอดภัย
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
วิธีการเปลี่ยนอาหารให้ลูกสุนัข คงจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เมื่อเราจะต้องเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ที่แสนน่ารักอย่าง “ลูกสุนัข” มาเลี้ยงที่บ้าน ซึ่งหากใครที่มีประสบการณ์ในการรับลูกสุนัขมาเลี้ยงแล้วละก็คงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะเตรียมตัวดูแลเจ้าตูบตัวน้อยแสนซน แต่สำหรับใครที่ไม่เคยเลี้ยงลูกสุนัขหรือสุนัขมาก่อน คงจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
การให้อาหารและโภชนาการ
purinaone-secret-nutrition
ไขความลับ... ทำไมเพียวริน่าวัน​ จึงเป็นอาหารแมวที่ดีที่สุด​
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เพราะแมวใคร ใครก็รัก ดังนั้นแน่นอนว่าคนรักแมวทุกคน ย่อมต้องการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้องแมวของตนเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องอาหาร แต่จะเห็นว่าปัจจุบันนี้อาหารแมวมีหลากหลายยี่ห้อ หลายคนจึงเกิดความสงสัยว่า เราจะเลือกอาหารแมวยี่ห้อไหนดี ที่จะมีคุณค่าและมีประโยชน์กับน้องแมวของเรามากที่สุด โดยปกติแล้ว เราเชื่อว่าคนเลี้ยงแมวแต่ละคนมีวิธีตัดสินใจเลือกซื้ออาหารแมวที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ซื้อโดยดูจากรายละเอียดหน้าถุง บ้างก็ซื้อตามโปรโมชัน แต่เชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่ทุกคนต้องพิจารณา คงหนีไม่พ้นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักอย่าง โปรตีน เพราะโดยธรรมชาติแล้ว แมวเป็นสัตว์นักล่าและเป็นสัตว์กินเนื้อ ดังนั้น โปรตีน จึงเป็นสารอาหารสำคัญที่น้องแมวจำเป็นต้องได้รับอย่างเพียงพอ แต่นอกจากเรื่องปริมาณแล้ว คุณภาพของโปรตีนก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยโปรตีนที่ดี ควรเป็นโปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ ไม่ผสมโปรตีนส่วนอื่น ๆ เช่น กระดูก เล็บ ขนสัตว์ ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นของอาหารแมว เพียวริน่า วัน ที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ เพราะเราใช้โปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์จริง ๆ และใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารคน จึงทำให้น้องแมวได้รับคุณประโยชน์จากโปรตีนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้น้องแมวเล่นซนอารมณ์ดีได้ทั้งวัน หรือช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขน ทำให้น้องแมวขนไม่ร่วงอีกด้วย ไขความลับ.. ทำไมเพียวริน่าวัน จึงเป็นอาหารแมวที่ดีที่สุด ด้วย 6 สัญญาณสุขภาพดี นอกจากนี้ บางคนยังอาจเกิดคำถามในใจอยู่ว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าอาหารแมวที่เราเทให้น้องแมวกินอยู่ทุกวันนั้น มีประโยชน์จริงหรือไม่ หรือจะดูได้อย่างไรว่า น้องแมวของเรามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งวันนี้เราก็มี 6 สัญญาณสุขภาพดี ที่เจ้าของสามารถสังเกตได้เองง่าย ๆ มาฝากกัน ดังต่อไปนี้ 1. ภูมิต้านทานแข็งแรง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากวิตามิน E, A และซิลิเนียม จึงช่วยให้น้องแมวสุขภาพแข็งแรง สดใส ร่าเริง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ 2. ผิวหนังและเส้นขนแข็งแรง ด้วยโอเมก้า 3&6, วิตามิน E, A ที่ช่วยบำรุงชั้นผิวหนัง และเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นขน และช่วยให้น้องแมวขนไม่ร่วง 3. ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายดี ด้วยใยอาหารจากธรรมชาติ จึงทำให้น้องแมวอุจจาระเป็นก้อน และไม่มีกลิ่นเหม็น 4. กล้ามเนื้อและหัวใจแข็งแรง ด้วยโปรตีนสุขภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากเนื้อปลาแซลมอนและทูน่า เนื้อไก่งวง และเนื้อไก่ จึงทำให้น้องแมวมีรูปร่างสมส่วน และมีกล้ามเนื้อโครงสร้างและหัวใจที่แข็งแรง 5. กระดูกและข้อต่อแข็งแรง ด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกต่าง ๆ จึงทำให้น้องแมวเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว และทรงตัวได้ดีเยี่ยม 6. สุขภาพฟันแข็งแรง ด้วยเม็ดอาหารที่กรุบกรอบ จึงมีส่วนช่วยในการขัดฟัน ทำให้ฟันขาว ลดคราบหินปูน และยังลดกลิ่นปากได้อีกด้วย อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจยังลังเลว่า แล้วเรื่องรสชาติ หรือความอร่อยล่ะ เราจึงขอบอกตรงนี้เลยว่า เพียวริน่า วัน เข้าใจเป็นอย่างดี ในประเด็นที่ว่า แม้อาหารแมวสูตรนั้นจะมีคุณภาพดี หรืออุดมด้วยสารอาหารมากแค่ไหน แต่สุดท้ายหากให้แล้วน้องแมวไม่ยอมกินก็ไม่มีความหมาย ด้วยเหตุนี้ทีมสัตวแพทย์ และนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกา จึงร่วมกันคิดค้นสูตรอาหารแมวที่ดีที่สุด ที่นอกจากจะคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังเพิ่มเติมในเรื่องรสชาติ ความหอม อร่อย จึงการันตีได้เลยว่า น้องแมวของคุณต้องชอบ! เพียงเท่านี้ ก็ตอบคำถามของคนรักแมวที่ว่า เราควรเลือกอาหารแมวยี่ห้อไหนดีได้แล้ว ก็คือ เพียวริน่า วัน นั่นเอง เพราะเราเข้าใจคนรักแมวเป็นอย่างดี ว่าจะมีอะไรดีไปกว่าการที่ได้เห็นน้องแมวที่เรารักมีสุขภาพดี และได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขกับคนเลี้ยงได้อย่างยืนยาว ด้วยเหตุนี้เราจึงพิถีพิถัน และเอาใจใส่ในการผลิตคิดค้นสูตรอาหารแมวที่ดีที่สุด มาตอบโจทย์ทั้งเรื่องคุณภาพ และความอร่อย ด้วยคุณประโยชน์ครบถ้วนขนาดนี้ จะไม่ให้ เพียวริน่า วัน เป็นอันดับ 1 ในใจคนรักแมวได้ยังไง…
การให้อาหารและโภชนาการ
Observe Behavior
ไขข้อข้องใจ ทำไมน้องแมวถึงมีนิสัยแบบนั้น ?
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ไขข้อข้องใจ ทำไมน้องแมวถึงมีนิสัยแบบนั้น ? ตั้งแต่เลี้ยงแมวมา เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมน้องเหมียวชอบมีนิสัยที่คาดเดาไม่ค่อยได้? ไม่ว่าจะชอบตะปบสิ่งที่เคลื่อนไหว ชอบมานอนบนรองเท้าของคุณ ชอบขโมยของ หรือแม้แต่ชอบมากวนตอนคุณเล่นคอมพิวเตอร์! มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ในพฤติกรรมเหล่านี้บ้างหรือเปล่า เรามีคำตอบมาไขทุกข้อข้องใจให้ได้รู้กันค่ะ ทำไมน้องแมวถึงชอบกระโดดมาทับตอนเรานอน เชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่คนเลี้ยงแมวทุกคนต้องเคยเจอค่ะ นอนอยู่บนเตียงอยู่ๆ น้องเหมียวก็กระโดดใส่จนสะดุ้งตื่น แถมยังไม่ยอมไปไหน นอนหลับตาพริ้มบนตัวเรานั่นแหละ ถ้าแมวที่บ้านคุณกำลังทำแบบนี้ทราบไว้เลยนะคะว่าเค้ากำลังบอกความต้องการกับคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารแมว น้ำ หรือแม้กระทั่งความสนใจ ถึงจะชอบเวลาถูกอ้อน แต่คงดีกว่าถ้าเราสามารถฝึกเค้าได้สักหน่อย ไม่ดีเท่าไรถ้าเค้าอ้อนทั้งคืนจนเราแทบไม่ได้นอน ใครที่มีปัญหาถูกน้องแมวกวนจนนอนไม่หลับ Purina ONE มีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ 1. แยกห้องนอนกับน้องแมว – โดยปกติแล้วแมวเป็นสัตว์ที่หวงอาณาเขตของตัวเองมากค่ะ ดังนั้นการที่เราเตรียมพื้นที่ให้กลายเป็นที่นอนของเค้าโดยสมบูรณ์แบบ จะทำให้เค้าไม่เข้ามากวนเราเวลานอน และยังทำให้น้องแมวรู้ไปเลยว่าห้องคุณเป็นห้องปลอดแมว โดยเพื่อนๆ อาจจะซื้อคอนโดแมว หรือที่นอนแมวไว้ให้เค้าก็ได้ค่ะ <ref: th.wikihow.com/ฝึกแมวให้เข้านอนเป็นเวลา> 2. เบี่ยงเบนความสนใจ เตรียมของสิ่งอื่นที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวรู้สึกสงบลง เช่น ผ้าห่มนุ่มๆ หรือ ของเล่นที่สร้างเสียงคล้ายๆ เสียงหัวใจเต้น เป็นต้น รู้มั้ย...ทำไมน้องแมวชอบลงไปนอนในกล่อง เห็นน้องเหมียวหน้าตาน่ารักแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วน้องแมวจัดเป็นนักล่าโดยธรรมชาตินะคะ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจไปหากจะเห็นเค้าลงไปซ่อนตัวอยู่ในกล่อง เพราะน้องเหมียวจะใช้กล่องเป็นที่ซ่อนเพื่อซุ่มดูเป้าหมายโดยที่ไม่มีใครเห็น ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เค้ารู้สึกผ่อนคลายได้โดยวางกล่อง 2-3 ใบไว้ตามบริเวณต่างๆ ภายในบ้าน หรือไม่ก็ลองใส่ของเล่นลงไปในกล่องสักใบ วิธีการนี้จะช่วยให้น้องแมวคลายเครียดได้ด้วยค่ะ รู้มั้ย...ทำไมน้องแมวชอบมานั่งบนคอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ อีกหนึ่งข้อสงสัยของคนเลี้ยงแมว ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบไปนอนบนโทรทัศน์นัก นั่นเป็นเพราะอุปกรณ์เหล่านี้มักจะอุ่นสบาย แถมภาพเคลื่อนไหวในจอก็ยังกระตุ้นความสนใจของน้องแมวทั้งหลายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ น้องเหมียวกำลังพยายามดึงความสนใจให้ออกมาจากจอแล้วมาสนใจพวกเค้าแทนนั่นเองค่ะ รู้แบบนี้แล้วก็เล่นกับเค้าซักหน่อยน้า รู้มั้ย...ทำไมน้องแมวชอบกระโดดขึ้นที่สูง พฤติกรรมนี้ก็เกิดจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเจ้าเหมียวทั้งหลายเช่นเดียวกันค่ะ เพราะโดยนิสัยแมวแล้วเค้าจะคิดว่ายิ่งสูง ยิ่งปลอดภัย เพราะถ้ามีอะไรอันตรายเกิดขึ้นเค้าก็จะได้ไหวตัวได้ทันนั่นเอง ซึ่งสถานที่สูงๆ ภายในบ้านก็คงหนีไม่พ้นตู้หรือเฟอร์นิเจอร์แสนรักของทุกคนนั่นเอง ดังนั้น เพื่อปกป้องพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของจากรอยเล็บคมๆ นั่น Purina ONE แนะนำให้หาสถานที่อื่นให้เจ้าเหมียวกระโดดขึ้นไปแทนได้ เช่น ‘คอนโดแมว’ หรือ ‘ต้นไม้แมว’ เป็นต้น อย่าลืมวางคอนโดแมวเหล่านี้ในตำแหน่งที่ทำให้น้องแมวสามารถมองเห็นได้ทั้งห้อง และสามารถกระโดดขึ้นลงได้ง่ายๆ ด้วยนะคะ รู้มั้ย…ทำไมน้องแมวชอบคาบซากสัตว์มาฝากเราเสมอๆ ถ้าวันไหนน้องแมวของเราอยู่ดีๆ ก็คาบสัตว์ตัวเล็กๆ อย่าง หนู จิ้งจก ฯลฯ ที่เค้าล่าได้มามอบให้เรา ไม่ได้หมายความว่าน้องแมวกำลังจะแกล้งให้เราตกใจกลัวเล่นนะคะ แต่เป็นเพราะน้องแมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาติญาณนักล่ามาตั้งแต่กำเนิด จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่เค้าจะชอบไล่ล่าสัตว์ตัวเล็กที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นน้องแมวส่วนใหญ่โดยเฉพาะน้องแมวตัวเมีย ก็มักจะมีนิสัยคาบเหยื่อที่ตัวเองล่าได้มาให้ลูกๆ ได้ฝึกการล่าและกินอาหารอยู่เสมอ ซึ่งถ้าน้องแมวเลือกเอาเหยื่อที่ล่ามาให้เรา นั่นก็หมายความว่าเค้ามองเห็นเราเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวนั่นเองค่ะ รู้มั้ย…ทำไมน้องแมวขยันเอาหัวมาชน เอาแก้มมาถูไถเราได้ทุกวัน หนึ่งในพฤติกรรมที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูของน้องแมว นั่นก็คือการที่เค้ามักจะเอาเอาหัวมาชนหรือเอาแก้มมาถูไถตัวเราบ่อยๆ นั่นเองค่ะ โดยการที่น้องแมวทำแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าช่วงบริเวณใบหน้าของเค้าจะมีต่อมกลิ่นพิเศษที่จะปล่อยฟีโรโมนออกมา ซึ่งกลิ่นนี้แหละค่ะจะช่วยเปลี่ยนกลิ่นให้แมวตัวอื่นหรือเจ้าของให้อยู่ภายในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน แปลได้ง่ายๆ ว่าพฤติกรรมของน้องแมวแบบนี้ ก็คือหนึ่งในวิธีการแสดงความรักและความคุ้นเคยที่น้องแมวจะสื่อให้รู้ว่า เราเป็นพวกเดียวกันกับเค้าแล้วยังไงล่ะคะทุกคน รู้มั้ย...ทำไมน้องแมวชอบสะกิดเราบ่อย จริงๆ แล้วแมวแต่ละตัวต้องการความสนใจไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับบุคลิกของเค้าเอง แมวบางตัวที่เอาขามาสะกิดเรา เพราะเค้าแค่ต้องการให้ลูบเบาๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่บางตัวนั้นต้องการมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการขอให้เล่นด้วย หรือแม้แต่ขนมเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เพื่อนๆ ควรจะเริ่มต้นด้วยการแสดงความรักแบบเบาๆ ก่อนเพื่อเป็นการไม่สปอยล์เค้าจนเกินไป เพราะโดยนิสัยแมวทั่วไปแล้ว น้องเหมียวเค้าจำได้นะเวลาที่เค้าทำอะไร แล้วเราตอบสนองกับพฤติกรรมนั้นอย่างไร เช่น ถ้าเค้าสะกิดตัวเราแล้วร้องเหมียว แล้วเราแกะถุงขนมให้เค้ากิน น้องแมวก็จะจำไว้ว่าถ้าครั้งหน้าอยากได้ขนมก็ต้องทำแบบนี้ ซึ่งถ้าต่อไปเราไม่ให้เค้าก็จะกวนเราไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ในสิ่งที่เค้าต้องการนั่นแหละค่ะ แม้ว่าน้องแมวมักจะมีนิสัยที่คาดเดาไม่ค่อยได้ แต่ก็ขอบอกเลยว่าไม่ยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจค่ะ เพียงแค่เราสังเกต ใส่ใจ และเรียนรู้พฤติกรรมของเค้าไปพร้อมๆ กัน เรากับน้องเหมียวจะได้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และแน่นอนว่าอย่าลืมใส่ใจเรื่องสุขภาพแมวไปพร้อมกัน ด้วยการเลือก อาหารแมว Purina ONE ให้เค้า เพราะทุกสูตรผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม เหมาะกับน้องแมวทุกช่วงวัย ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึง วัยโต เพื่อให้เค้ามีครบทั้ง 6 สัญญาณสุขภาพดี ภูมิต้านทานแข็งแรง มีผิวหนังและขนสุขภาพดี ดวงตาสดใส ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายดี กล้ามเนื้อและหัวใจแข็งแรง กระดูกและข้อต่อแข็งแรง และ ฟันขาว แข็งแรง ไม่มีคราบหินปูน เค้าจะได้ร่าเริงแจ่มใส สร้างความสุขให้เราทุกวัน อ้างอิง: https://www.honestdocs.co/cat-head-butting-what-does-it-mean https://www.mumupetguide.com/blog/cat-gift/ https://www.spokedark.tv/posts/cat-2/
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Signs of Illness in Cats
น้องแมวไม่กินอาหาร ซึม ไม่มีแรง รวมวิธีสังเกตอาการแมวป่วยที่ไม่ควรมองข้าม
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
รู้ได้อย่างไรว่าน้องแมวป่วย : มาสังเกตอาการแมวป่วยกัน เพราะน้องแมวอาจไม่สามารถพูดกับเราได้ว่าเขารู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้อง เวียนหัว หรือมีไข้เหมือนที่เราสามารถพูดกับคุณหมอได้ เมื่อน้องแมวเริ่มมีอาการป่วย แต่ว่าเราไม่รู้ หรือไม่สังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีมารู้อีกทีน้องแมวก็อาจป่วยหนักจนเกินกว่าที่เราจะรักษาได้ทัน หรือแทนที่จะใช้เวลารักษาไม่นาน กลับต้องวิ่งเข้าวิ่งออกโรงพยาบาลสัตว์พบคุณหมอแบบรัวๆ แทนก็ได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าน้องแมวป่วยอยู่ล่ะ? บอกเลยว่าไม่ยากเกินไปแน่นอน มาสังเกตอาการแมวป่วยก่อนจะสายกันเถอะ
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง

Pagination

  • First page
  • Previous page
  • …
  • Page 16
  • Page 17
  • Page 18
  • Page 19
  • Page 20
  • Page 21
  • Page 22
  • Page 23
  • Page 24
  • …
  • Next page
  • Last page
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.
© 2026 Purina. All Rights Reserved.