Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
Skip to main content
Toxic Food for Cats
เมนูอันตราย เช็คลิสต์อาหารที่แมวห้ามกิน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เมนูอันตราย!!! ห้ามน้องแมวแตะเลยนะของพวกนี้ เมนูเด็ดของอร่อยหลายเมนูที่เราชอบทานอาจจะเป็นเมนูที่สร้างมื้อแห่งความสุขให้กับเรา แต่รู้หรือเปล่าว่าของอร่อยหลายอย่าง อาจเป็นเมนูให้โทษกับน้องแมวที่เป็นอันตรายถึงตายได้เลยทีเดียวนะ ท่องจำให้ขึ้นใจว่าน้องแมวห้ามกินอะไร เพราะนี่คืออาหารต้องห้ามสำหรับแมว 1. ลูกเกดและองุ่น - ผลไม้แสนอร่อยที่เป็นของโปรดของหลายๆ คน แต่สำหรับน้องแมวแล้วถ้าเผลอกินองุ่นหรือลูกเกดเข้าไปจะทำให้เกิดภาวะคลื่นไส้ อาเจียน อย่างรุนแรงได้ ถึงอร่อยสำหรับเราแต่น้องแมว>ห้ามกินเลยล่ะ
การให้อาหารและโภชนาการ
Choosing Cats' Food
เลือกอาหารแมวอย่างผู้รู้ ให้ดูที่ฉลาก
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เลือกอาหารแมวอย่างผู้รู้ ให้ดูที่ฉลาก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับน้องแมวมีอยู่มากมาย จนบางครั้งหลายๆ คนก็เริ่มสับสนว่านอกจากคุณค่าทางสารอาหารที่ได้จากวัตถุดิบชั้นดีที่เจ้าของน้องแมวทุกท่านพยายามเลือกสรรให้น้องแมวแล้ว เจ้าของน้องแมวควรใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารอีกบ้างนะ? เรื่องนี้บอกเลยว่าถ้าอยากเลือกอาหารแมวให้ได้อย่างผู้รู้ ต้องไม่ลืมหันมาดูฉลากที่แปะอยู่บนถุงด้วย เพราะมีข้อมูลอีกมากมาย ช่วยให้เราทราบถึงส่วนประกอบ และคุณค่าทางโภชนาการ ที่สำคัญยังบอกปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับตัวของน้องแมวของเรา ดูง่ายๆ ก็จากฉลากอาหารนี้แหละ มาดูกันดีกว่าว่าฉลากอาหารมีอะไรที่จะช่วยให้เราตัดสินใจในการเลือกซื้ออาหารแมวได้บ้าง มองหาเลขทะเบียนอาหารสัตว์ 10 หลัก สิ่งสำคัญที่จะบอกว่าอาหารแมวชนิดนั้นๆ ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์แล้ว ก็คือเลขทะเบียนอาหารสัตว์ สังเกตง่ายๆ ด้วยตัวเลข 10 หลัก ที่อยู่ด้านหลังซองอาหาร วันผลิตและหมดอายุ ข้อนี้สำคัญมากๆ และควรดูก่อนเลือกซื้ออาหารทุกๆ ครั้ง เพื่อให้น้องแมวได้กินอาหารที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ ส่วนประกอบของอาหาร ส่วนประกอบของอาหารจะบอกเราได้ว่าในอาหารหนึ่งถุงนั้นทำมาจากอะไร ช่วยให้เราสามารถเลือกวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบหลักให้กับน้องแมว หรือเลือกชนิดของวัตถุดิบที่น้องแมวในกรณีที่น้องแมวมีปัญหาแพ้อาหารได้ ซึ่งสำหรับน้องแมวแล้วส่วนประกอบหลักที่มีปริมาณสูงที่สุดในอาหารคือ โปรตีน ตามมาด้วยไขมัน และใยอาหาร โดยที่มาของส่วนประกอบควรเป็นเกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม และมีคุณภาพสูง เช่น โปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาแซลมอนแท้ หรือเนื้อไก่แท้ โดยมีสัดส่วนที่มากกว่าส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ปลายข้าว ซึ่งโปรตีนคุณภาพสูง นี้เป็นแหล่งสำคัญของกรดอะมิโน ที่นอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและหัวใจน้องแมวให้แข็งแรงแล้ว วัตถุดิบจากเนื้อปลาแท้และเนื้อไก่เต็มๆ ยังมีรสชาติที่อร่อยถูกใจน้องแมว ช่วยให้น้องแมวเจริญอาหารอิ่มอร่อยอีกด้วย สารอาหาร เพราะน้องแมวแต่ละช่วงวัย และไลฟ์สไตล์ ล้วนมีความต้องการของร่างกายแตกต่างกัน เช่น น้องแมวที่กำลังเติบโตก่อนอายุ 1 ปี จะมีความต้องการปริมาณโปรตีนในอาหารแมวที่สูงกว่าน้องแมวที่โตเต็มวัย หรือน้องแมวที่เลี้ยงในบ้านควรเลือกอาหารแคลอรี่ต่ำ ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และมีสารอาหารอื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A, E และซิลีเนียม ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียมและฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง โอเมก้า 3 และ 6 ช่วยบำรุงผิวหนังและขน ให้สุขภาพดีเงางาม เลือกอาหารที่ดีต้องมีครบ 6 สัญญาณสุขภาพดี เสริมมาให้ เช่น เพียวริน่า วัน เท็นเดอร์ ซีเล็กซ์ เบลนด์ สูตรปลาแซลมอน และสูตรเนื้อไก่ อาหารแมวชนิดเม็ด เกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม สำหรับแมวโต อายุ 1-7 ปี ทุกสายพันธุ์ ครบคุณค่าที่สุดแห่งการบำรุง ให้แมวของคุณสุขภาพแข็งแรง o มีโปรตีนคุณภาพสูงจาก เนื้อปลาแซลมอนแท้ (สำหรับสูตรปลาแซลมอน) และเนื้อไก่ (สำหรับสูตรเนื้อไก่) ให้กล้ามเนื้อ และหัวใจแข็งแรง o มีโอเมก้า 6 และ วิตามิน เอ และ อี ช่วย ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้สุขภาพดีเงางาม o มีใยอาหารสูง ลดการเกิดก้อนขน ช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย o มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง ปริมาณการให้อาหารที่แนะนำต่อวัน ปริมาณแนะนำต่อวันที่น้องแมวควรได้รับจะแบ่งตามน้ำหนักตัวของน้องแมว เพื่อให้เจ้าของแมวสะดวกในการตวงอาหารในแต่ละวันให้กับน้องแมว น้องแมวจะได้ไม่ขาดสารอาหารจากการได้รับอาหารน้อยเกินไป หรือกินมากเกินไปจนน้ำหนักเกิน น้ำหนักสุทธิ ถ้าเราเลี้ยงน้องแมวที่บ้านหลายตัว อาจเลือกอาหารถุงใหญ่ เพื่อความสะดวกในการจัดการ ไม่ต้องหาซื้ออาหารบ่อยๆ แต่ถ้าหากเลี้ยงน้องแมวไม่กี่ตัว ก็ต้องประเมินปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ไม่เก็บอาหารค้างไว้นานเกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณภาพและความน่ากินของอาหารลดลง เห็นหรือเปล่าว่าฉลากอาหารแมวบอกอะไรกับเราได้มากมาย แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจในการเลือกคือ ควรเลือกอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูง ทำจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก คัดสรรมาอย่างดีและอุดมด้วยสารอาหารครบคุณค่า เพื่อให้เหมาะกับแมวแต่ละช่วงวัย อย่าง Purina ONE ที่จะช่วยให้น้องแมวของคุณมีสุขภาพดี มีครบสัญญาณสุขภาพดีทั้ง 6 ประการ มาถึงตรงนี้แล้วต้องไม่ลืมอ่านฉลากทุกครั้งที่จะเลือกซื้ออาหารแมวนะ เพราะจะเลือกอย่างผู้รู้ทั้งที ก็ต้องดูฉลากให้เป็นด้วย
การให้อาหารและโภชนาการ
Feeding Cats and Kittens
เทคนิคให้อาหารลูกแมวและแมวโต ที่ทุกคนควรรู้
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เทคนิคให้อาหารแมวและลูกแมวที่ทุกคนควรรู้ ทราบไหมคะ ว่าน้องแมวแต่ละตัวนั้น มีนิสัยการกินที่แตกต่างกัน บางตัวอาจจะทานง่าย กินทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่น้องแมวบางตัวก็อาจจะเลือกกินแบบสุดๆ เอาใจยากเสียเหลือเกิน ซึ่งพฤติกรรมการกินของน้องแมวส่วนใหญ่นั้นมักจะควบคุมไม่ได้ เพราะเกิดจากสัญชาติญาณที่ติดตัวเค้ามาตั้งแต่เกิด แต่ถ้าเราให้เวลากับน้องแมวมากพอ รวมถึงลองใช้เทคนิคสำหรับเลี้ยงแมวตามนี้ ไม่ว่าใครก็จะกลายเป็นคนรักที่แสนรู้ใจของน้อง และดูแลเค้าให้มีสุขภาพดีได้ไม่ยากเลยค่ะ ใช้ภาชนะแบบไหนดีนะ? เชื่อว่าหลายคนก็คงไม่เคยรู้มาก่อน ว่าสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจในการเลือกชามอาหารให้กับน้องแมวก็คือ ความกว้างและความลึกของชาม โดยจะต้องไม่ทำให้ “หนวด” ของเค้าเลอะเทอะระหว่างที่กำลังทานนั่นเอง โดยมีเทคนิคง่ายๆดังนี้ค่ะ - ควรเลือกชามอาหารที่มีความลึกพอสำหรับใส่อาหารทั้งวันของน้องแมว - ชามอาหารที่ใช้ควรมีความกว้างเพียงพอที่หนวดของน้องแมวจะไม่สัมผัสกับขอบชาม รวมถึงควรเลือกชามที่มีระดับความสูงพอเหมาะ เพื่อให้เค้าเคี้ยวอาหารได้โดยไม่เลอะเทอะหนวดค่ะ - ถ้าใครที่มีน้องแมวชอบทานมูมมาม แนะนำให้ปูแผ่นรองกันเปื้อนเอาไว้ใต้จานกันเลอะจะช่วยได้มากเลยล่ะ แล้วควรจะวางชามข้าวแมวไว้ตรงไหนดีนะ? จุดที่คุณควรจะวางชามอาหารแมวนั้นสำคัญกว่าที่คิดมากค่ะ เพราะน้องแมวส่วนใหญ่มักจะชอบทานอาหารท่ามกลางพื้นที่โล่งที่สามารถมองเห็นได้รอบตัว ซึ่งเป็นสัญชาตญาณ นักล่าของเค้า ที่จะคอยระวังอันตรายเวลาทานอาหารนั่นเอง ซึ่งเทคนิคการเลือกสถานที่วางชามข้าวน้องแมวที่แนะนำก็คือ - หลีกเลี่ยงการวางชามข้าวแมวเอาไว้ที่มุมห้อง เพราะเป็นมุมอับ ไม่เหมาะสำหรับพฤติกรรมตามธรรมชาติของน้องแมว - วางชามข้าวแมวเอาไว้ในที่โล่ง ที่เค้าสามารถมองเห็นรอบตัวได้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะทำให้เค้าสบายใจไม่กดดันระหว่างที่ทานอาหารค่ะ - เพื่อสุขอนามัยที่ดีของน้องแมว แนะนำให้วางชามอาหารแมวเอาไว้ในจุดที่ห่างจากโซนที่ใช้ขับถ่าย ไม่ว่าจะเป็นกระบะทรายแมวของเค้า หรือห้องน้ำของเราเองเองนะคะ จะได้ลดโอกาสที่เชื้อโรคใดๆ เข้าไปปะปนกับอาหารของน้องแมวจนอาจส่งผลต่อสุขภาพของเค้าได้นั่นเอง เครื่องให้อาหารแมวช่วยอะไรได้บ้าง? ยุคนี้คนรักแมวหลายคนก็อาจจะสนใจอุปกรณ์เลี้ยงแมวยุคใหม่ อย่างเครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติที่สามารถตั้งการจ่ายอาหารแมวลงในชามในปริมาณที่กำหนดได้เอง ซึ่งเหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เจ้าของแมวไม่สะดวก หรือไม่อยู่บ้าน รวมถึงยังสามารถจำกัดปริมาณการกินอาหารของน้องแมวที่มีน้ำหนักเกินได้อีกด้วย หรือเพื่อนๆ อาจจะเลือกซื้อของเล่นแมวอย่างเขาวงกตหรือลูกบอลสำหรับให้อาหารแมว สำหรับให้เค้าวิ่งไล่เพื่อให้อาหารออกมา ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องควบคุมปริมาณอาหารแล้ว ยังกระตุ้นให้เค้าเกิดความสนุกสนาน ได้ออกกำลังกาย และร่าเริงได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ แล้วควรจะให้อาหารน้องแมวมากแค่ไหนดีนะ?
การให้อาหารและโภชนาการ
Night Active Cats
เหตุผลแมวชอบปลุกตอนดึก
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เหตุผลแมวชอบปลุกตอนดึก เคยไหม ที่ยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วกำลังหลับฝันหวานอยู่ดีๆ ก็ต้องได้ยินเสียงแมวร้อง หรือไม่ก็ชวนเล่นจนเจ้าของอย่างเรานอนกันไม่ได้ นิสัยแมวปลุกแมวกวนเราช่วงกลางดึกแบบนี้เป็นนิสัยปกติหรือเปล่า ถ้าอยากรู้ มาค้นหาคำตอบไปด้วยกัน พร้อมเคล็ดลับจัดการปัญหาง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเองกันดีกว่า ทำไมแมวถึงปลุกเราตอนดึก ตามธรรมชาติ แมวจะใช้เวลานอน 16 – 20 ชั่วโมงต่อวัน ด้วยความที่แมวเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในประเภทนักล่าและก็เป็นผู้ถูกล่าด้วยเช่นกัน ทำให้แมวมีลักษณะการใช้ชีวิตแบบนอนกลางวันและตื่นในช่วงเย็นหรือกลางคืน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ขณะเจ้าของกำลังหลับอาจได้ยินเสียงแมวกวนในตอนกลางคืนได้ สาเหตุส่วนใหญ่ที่แมวปลุกเจ้าของขึ้นมากลางดึก ก็อาจเป็นเพราะอยากชวนเจ้าของขึ้นมาเล่นด้วยกัน หรือหิวอยากได้อะไรมากินให้สบายใจ ตัวอย่างแมวที่ชอบร้องปลุกเจ้าของมาขอกินช่วงกลางดึกนั้น เช่นในช่วงของการเลี้ยงแมวแรกคลอด เพราะแมวแรกคลอดจะกินบ่อย โดยเจ้าของต้องมาป้อนนมกันทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เลยทีเดียว บ้านไหนที่เพิ่งมีแมวเล็กก็ไม่ต้องกังวลไป แต่อาจจะต้องทำใจหน่อยในช่วงสัปดาห์แรกๆ ที่ลูกแมวคลอดออกมา สำหรับแมวที่โตเต็มวัยแล้ว หากคืนไหนที่นอนแมวว่างเปล่า เพราะแมวลุกออกมาเดินวนเวียน หรือส่งเสียงร้องมากกว่าปกติที่เคยเป็น เจ้าของอาจต้องคิดถึงปัญหาสุขภาพของน้องแมวเอาไว้ด้วย เพราะน้องแมวอาจจะเกิดปัญหาเจ็บป่วยบางอย่าง ซึ่งความผิดปกตินั้นเจ้าของก็สังเกตได้เองไม่ยาก โดยแมวไม่เพียงแต่จะร้องตอนกลางคืน แต่จะร้องมากในเวลากลางวันจนผิดปกติด้วยเช่นกัน หากเกิดความผิดปกติลักษณะนี้แนะนำให้พาน้องแมวไปพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม และหาสาเหตุความผิดปกติต่อไป จัดการปัญหาแมวร้องกวนกลางดึก ปัญหาการเลี้ยงแมวที่ชอบร้องกวนตอนดึกไม่ใช่เรื่องยาก เรามีคำแนะนำให้ดังต่อไปนี้ • เล่นกับแมวในช่วงเย็น โดยเลือกของเล่นเป็นพวกหนูปลอมตัวจิ๋ว หรือบอลลูกเล็กๆ ซัก 10-15 นาที ให้แมวได้ออกแรง • ให้อาหารแมวก่อนเวลาเข้านอน เพราะแมวมักจะเข้านอนหลังอาหารค่ำแสนอร่อยมื้อหลัก เลือกเป็นอาหารแมวชนิดเม็ด เกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม อย่าง Purina ONE สูตรสำหรับแมวโตที่เลี้ยงในบ้าน เพราะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของน้องแมวขึ้นไปอีกขั้นด้วยImmune defend +และทำให้กล้ามเนื้อและหัวใจแข็งแรงด้วยโปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อสัตว์ให้ร่างกายสมส่วนช่วยอิ่มท้องนอนได้นาน​ • เพิ่มกิจกรรมช่วงกลางวัน จะช่วยให้แมวร้องกวนตอนกลางคืนน้อยลง และนอนหลับได้ดี • ลดปัญหาแมวปลุก แมวกวน ด้วยการหาเพื่อนแมวอีกสักตัวก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะทำให้น้องแมวหันไปเล่นสนุกกันเอง และปล่อยเราให้นอนเงียบๆ บ้าง สำคัญที่สุดคือ หากน้องแมวร้องอยากเล่น หรือกวนเพราะหิว ต้องใจแข็งอย่าไปเล่นด้วย หรือเติมอาหารให้กลางดึก เพราะน้องแมวอาจจะเข้าใจผิดไปได้ว่าการที่แมวปลุก หรือแมวร้องกวน เจ้าของก็จะลุกขึ้นมาเล่นด้วย แถมยังตบรางวัลด้วยอาหาร แสนอร่อยชามโต แบบนี้ล่ะงานเข้ายาวทุกคืนแน่ๆ เลยล่ะ
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Cat Training Guide
เทคนิกฝึกน้องแมวให้เชื่องได้ใจ ทำแบบนี้
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เทคนิคฝึกน้องแมวให้เชื่องได้ใจ ทำแบบนี้ เป็นที่รู้กันดีกว่า น้องแมวนั้นเป็นสัตว์ที่มีนิสัยรักอิสระชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ทำให้คนเลี้ยงแมวส่วนใหญ่คิดว่าเค้าไม่เหมาะกับการนำมาฝึก แต่อันที่จริงแล้วเราสามารถเลี้ยงแมวเชื่อง เชื่อฟัง และทำตามกฏกติกาที่เราตั้งเอาไว้ได้นะคะ เพียงแต่ต้องรู้เทคนิคที่เหมาะสม รวมถึงควรเริ่มต้นฝึกลูกแมวเค้าตั้งแต่ยังเล็กอยู่ เท่านี้โอกาสที่จะฝึกเค้าได้สำเร็จก็จะมากขึ้นแล้วล่ะ มาดูเทคนิคการฝึกแมวกันเลยดีกว่า เริ่มฝึกแมวให้คุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับคนอื่น ก่อนจะเริ่มการฝึกแมวนี้ สิ่งสำคัญก็คือเราต้องเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานของแมวให้ดีก่อนค่ะ เพราะโดยปกติแล้วแมวมักจะเป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของความไร้เดียงสาและความมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่ด้วยกัน ดังนั้นเจ้าของจะต้องใช้ความอดทน เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้อารมณ์ของน้องแมวก่อน ด้วยวิธีตามนี้ • ก่อนจะฝึกให้คนที่ไม่คุ้นเคยจับน้องแมว ให้ลองสังเกตก่อนว่าเค้ามีการร้องเสียงดัง ขู่เสียงฟ่อๆ หรือใบหูลู่พับซะจนแบนติดหัว หนวดเหยียดตรงไปทางข้างหน้า แกว่งหางไปมาและและเตรียมขาตะปบพร้อมกับใช้เล็บแหลมคมข่วนตอนที่คนแปลกหน้ายื่นมือเข้าไปใกล้ตัวเค้าหรือไม่ ถ้าน้องแมวมีอาการแบบนี้เมื่อไหร่ให้หยุดเข้าใกล้ทันทีแล้วถอยห่างออกมา • สำหรับลูกแมว การฝึกแมวให้คุ้นเคยกับคนจะง่ายกว่าค่ะ แนะนำให้เราค่อยๆ ห่มตัวแมวด้วยผ้าเช็ดตัวอย่างเบามือถึงคอ แล้วค่อยจับอุ้มขึ้นมาโดยให้หันหน้าน้องแมวออกจากอกของเรา เพื่อสร้างความอบอุ่นและลดความเสี่ยงในการถูกข่วนหรือกัดได้อีกด้วย จากนั้นให้ลูบและพูดคุยกับแมวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อสร้างความไว้วางใจ • ถ้าแมวรู้สึกดีใจที่จะได้พบกับเจ้าของนั้น ส่วนใหญ่เค้าจะรีบวิ่งเข้ามาหา หูตั้งตรง ตาขยายกลมโต หนวดกระดิก รวมถึงใช้หางพันแข้งพันขาเจ้าของ ซึ่งหากเราเห็นสัญญาณเหล่านี้ ก็ถือเป็นไฟเขียวที่น้องแมวจะอนุญาตให้เราลูบหัวลูบตัวเพื่อแสดงความรักกลับได้ ฝึกเรียกชื่อน้องแมว เพื่อให้เค้าคุ้นเคยและเข้ามาหา โดยปกติแล้วน้องแมวนั้นจะสามารถจำชื่อของตัวเองได้ไม่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น ซึ่งเพื่อนๆ ควรจะตั้งชื่อให้เค้าด้วยคำที่ออกเสียงได้ง่ายมีความยาวไม่เกิน 2 พยางค์ รวมถึงฝึกเรียกชื่อน้องแมวบ่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่เค้ายังเล็ก ซึ่งจะทำให้การฝึกได้ผลมากยิ่งขึ้น และอย่าลืมว่าถ้าเรียกชื่อแล้วน้องแมวเข้ามาหา เราก็ควรให้ความสนใจกับเค้า เพื่อเป็นการให้รางวัลตอกย้ำว่าสิ่งที่น้องเหมียวกำลังทำนั้นดีงามแล้วนะคะ ฝึกลูกแมวให้ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง แมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะรักความสะอาดมาก การฝึกแมวให้ขับถ่ายเป็นที่เลยไม่ใช่เรื่องยากเกินไปค่ะ เพราะแม่แมวจะคอยดูแลและสอนวิธีทำความสะอาดแก่ลูกๆ ด้วยการเลียที่บริเวณก้นหลังจากกินนมเพื่อกระตุ้นให้ลูกแมวขับถ่าย คนเลี้ยงแมวจึงควรเตรียมถาดทรายแมวเอาไว้สำหรับลูกแมวในช่วงนี้ โดยให้ตั้งถาดทรายแมวเอาไว้ในมุมสงบที่ห่างจากมุมวางถาดอาหาร แล้วอุ้มลูกแมวไปวางในกระบะทรายแมว เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับกลิ่นและสัมผัสของทรายแมว ปล่อยไว้แบบนั้น 2 - 3 นาที ถึงลูกแมวยังไม่ขับถ่ายก็ไม่เป็นไร ต่อไปหลังกินอาหารและตอนตื่นนอนก็ให้พาลูกแมวมาที่กระบะทรายแมวอีก รวมถึงเวลาไหนก็ตามที่เราคิดว่าลูกแมวน่าจะอยากเข้าห้องน้ำ หรือมีอาการนั่งยองๆ ที่อื่นเมื่อไหร่ ให้รีบอุ้มไปใช้กระบะทรายแมวทันทีค่ะ ฝึกลูกแมวให้คุ้นเคยกับการอาบน้ำและการตัดเล็บแมว น้องแมวส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยชอบการอาบน้ำหรือการโดนจับที่เท้าเพื่อตัดเล็บแมวเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเราสามารถฝึกให้เค้าคุ้นชินกับกิจกรรมทั้งสองอย่างนี้ได้ ก็จะช่วยให้ดูแลน้องแมวได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ โดยเทคนิคฝึกอาบน้ำแมวได้ง่ายขึ้นนั้น อาจจะเริ่มต้นด้วยการทำให้น้องแมวรู้สึกคุ้นชินกับห้องน้ำและอ่างอาบน้ำแมวก่อนค่ะ เพียงพาน้องแมวเข้าไปเล่นของเล่นที่เค้าชอบภายในอ่างอาบน้ำซักระยะก่อนที่จะเริ่มเปิดก็อกน้ำ (ไม่แนะนำให้จับน้องแมวหย่อนลงอ่างน้ำที่มีน้ำทันทีนะคะ) เท่านี้ก็จะช่วยลดความหวาดระแวงให้กับน้องแมวได้มาก จากนั้นให้เราค่อยๆ ราดน้ำอุ่นลงบนตัวแมวจนเปียกทั้งตัวโดยควรเทน้ำอย่างเบามือ จะลูบขนแมวไปด้วยก็ได้เพื่อให้แมวรู้สึกสงบค่ะ ส่วนการฟอกแชมพูลงบนตัวแมวนั้นก็ควรทำอย่างเบามือเช่นกัน และหากอาบน้ำแมวเสร็จแล้วก็ให้เอาผ้าขนหนูห่อตัวน้องแมวไว้ให้เค้ารู้สึกอุ่นใจ สุดท้ายก็อย่าลืมตบรางวัลให้น้องแมวด้วยการกอด เล่น และให้ขนมหรืออาหารอร่อยๆ เป็นของตอบแทนด้วยนะคะ สำหรับการตัดเล็บแมวถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่เลี้ยงแมวในบ้าน เพราะเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงที่เล็บของเค้าจะฉีกหรือหัก รวมถึงช่วยลดความแหลมคมที่อาจทำร้ายสิ่งของภายในบ้านหรือคนรอบข้างได้อีกด้วย แต่อย่างที่เราทราบกันว่าน้องแมวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบให้ใครมาจับเท้า ดังนั้นเราควรจะเริ่มฝึกลูกแมวด้วยการลูบๆ จับๆ ที่อุ้งเท้าทั้งสี่ของเค้าบ่อยๆ พร้อมกับให้ขนมเป็นรางวัลเพื่อให้เกิดความรู้สึกดีและความเคยชินเสียก่อน พอแมวเริ่มคุ้นเคยให้เอามือจับอุ้งตีนแมวไว้ จากนั้นหงายมือให้ฝ่ามือของคุณประกบกับฝ่ามือของแมวเพื่อกดเบาๆ ให้เล็บที่ซ่อนไว้ออกมา (หากทำได้อย่าลืมให้รางวัลด้วย) จากนั้นให้เริ่มฝึกแมวให้นั่งในท่าสบายๆ ที่เหมาะสำหรับการตัดเล็บแมวอย่างการนั่งบนตักของเราเพื่อลดการดิ้นไปพร้อมกัน จุดสำคัญก็คือต้องระวังอย่าลงกรรไกรตัดเล็บแมวลึกจนเกินจุดสังเกตที่หน้าตาเหมือนสามเหลี่ยมจิ๋วๆ สีชมพู ซ่อนอยู่ในเล็บใสๆ ของน้องแมว เพราะอาจจะทำให้เลือดไหลได้ค่ะ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำหรือการตัดเล็บแมว เราควรเลือกทำในเวลาที่เค้ากำลังผ่อนคลาย ไม่ควรเลือกเวลาหลังการเล่น หรือช่วงที่เค้าอารมณ์ไม่ดีนะคะ เท่านี้เราก็สามารถดูแลเค้าได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้วล่ะ ฝึกลูกแมวให้ทานอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยเพื่อสุขภาพแมวที่ดี ลูกแมวนั้นถือเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นพิเศษ เลยขอแนะนำให้คนเลี้ยงแมวเลือกซื้ออาหารแมว Purina ONE สูตร Healthy Kitten Formula สำหรับแมวอายุ 3 สัปดาห์ ถึง 1 ขวบปี ให้เค้าได้ทานเป็นประจำนะคะ เพราะอาหารแมว Purina ONE สูตรนี้จะมีโปรตีนจากเนื้อไก่ ที่สูงมากถึง 40% เหมาะสำหรับลูกแมวที่กำลังเจริญเติบโต อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ DHA ซึ่งเป็นสารที่พบในน้ำนมแม่ ทำให้ลูกแมวสามารถพัฒนาการสมองและสายตาเพื่อสร้างสุขภาพแมวครบ 6 สัญญาณสุขภาพดี โดยเพื่อนๆ อาจจะฝึกลูกแมวได้ทานอาหารเป็นเวลา เพื่อควบคุมไม่ให้ลูกแมวทานมากจนเกินไป แบ่งเป็นทานวันละ 4 มื้อ จนกระทั่งน้องแมวมีอายุ 12 สัปดาห์ค่อยลดลงเหลือวันละ 3 มื้อ เรื่อยไปจนกระทั่งน้องแมวมีอายุได้ 6 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงโตเต็มวัย จึงค่อยลดอาหารให้เหลือแค่วันละ 2 มื้อ ในช่วงเช้า และตอนค่ำก็เพียงพอค่ะ เป็นไงบ้างคะสำหรับเทคนิคดีๆ ที่จะเลี้ยงแมวเชื่องได้ จุดสำคัญก็คือผู้ฝึกแมวจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืมให้รางวัลกับเค้าหากด้วยการชื่นชมหรืออาหารแมวให้เล็กๆ น้อยๆ เมื่อเค้าทำได้ถูกต้อง ที่สำคัญก็คือไม่ควรลงโทษน้องแมวด้วยวิธีใดๆ เมื่อเค้าไม่เชื่อฟังหรือทำสิ่งที่เราสอนไม่ได้ เพราะจะทำให้น้องแมวเกิดความไม่ไว้วางใจหรือกลัวจนไม่สามารถฝึกเค้าได้อีกค่ะ โดยแทนที่จะลงโทษ แนะนำว่าให้เลือกใช้วิธีวางเฉยไม่สนใจเมื่อน้องแมวทำพฤติกรรมที่ไม่ดีแทนจะเหมาะสมที่สุด เท่านี้เราก็ฝึกแมวได้ตามต้องการแล้วล่ะค่ะ ที่มา ฝึกแมวจรจัดให้เชื่อ : http://th.wikihow.com/ฝึกแมวจรจัดให้เชื่อ ฝึกลูกแมวให้ขับถ่ายในกระบะทราย : http://th.wikihow.com/ฝึกลูกแมวให้ขับถ่ายในกระบะทราย วิธีการฝึกแมวให้เชื่อง : http://cattatar.blogspot.com/2015 /02/blog-post_5.html สอนลูกแมวให้เชื่อง : http://httpwwwtlcthaicompicpost 1674.blogspot.com/2011/12/blog-post.html วิธีการ อาบน้ำลูกแมว https://th.wikihow.com/อาบน้ำลูกแมว วิธีการ ตัดเล็บแมว https://th.wikihow.com/ตัดเล็บแมว
ดูแลลูกแมว
Urine Odor
แก้ปัญหาคาใจ ทำยังไงถึงกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวอย่างได้ผล
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
แก้ปัญหาคาใจ ทำยังไงถึงกำจัดกลิ่นปัสสาวะแมวอย่างได้ผล นับว่าเป็นปัญหาชวนปวดหัวของคนเลี้ยงน้องแมวไม่น้อยเมื่อในบ้านมีกลิ่นปัสสาวะแมวที่กำจัดอย่างไรก็ไม่หมดเสียที โดยปกติแมวมักจะปัสสาวะบนกระบะทรายอยู่แล้ว แต่ในบางกรณีก็อาจจะมีโอกาสทำเลอะเทอะภายในบ้านบ้าง ดังนั้นเราจึงควรเตรียมตัวดับกลิ่นแมวรับมือกันไว้ เพราะคงไม่ดีแน่ถ้ามีแขกมาเยี่ยมบ้านแล้วพบว่าบ้านเราอบอวลไปด้วยกลิ่นปัสสาวะแมวเต็มไปหมด ซึ่งการกำจัดปัญหากลิ่นแมวอย่างได้ผลนั้นบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด ขั้นตอนที่ 1 : รีบซับปัสสาวะแมวให้เร็วที่สุดด้วยกระดาษทิชชู่ ข้อผิดพลาดแรกที่เจ้าของแมวทุกท่านพลาดคือปล่อยให้ปัสสาวะทิ้งไว้นานก่อนจะเริ่มต้นทำความสะอาด เมื่อปัสสาวะแมวแห้งแล้วจะมองเห็นยากทำให้มีโอกาสที่เราเผลอไม่ได้ทำความสะอาดไป ซึ่งปัสสาวะแมวที่หลงเหลือนั้นจะส่งกลิ่นปัสสาวะแมวและกระตุ้นให้แมวมาปัสสาวะซ้ำที่เดิมอีก ดังนั้นควรรีบทำความสะอาดตั้งแต่แรก ด้วยการนำกระดาษทิชชู่ (แผ่นใหญ่แบบที่ใช้ในห้องครัว) ซับบริเวณที่แมวปัสสาวะจนไม่มีน้ำปัสสาวะติดขึ้นมาอีก แต่อย่างไรก็ดีอย่าลืมหาสาเหตุด้วยว่าทำไมแมวถึงปัสสาวะนอกกระบะทราย ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากสาเหตุจากสุขภาพ เช่น โรคจากทางเดินปัสสาวะ ดังนั้นอย่าลืมบำรุงสุขภาพน้องแมวของเราให้แข็งแรงด้วย Purina ONE อาหารแมวเกรดซุปเปอร์ พรีเมี่ยม ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เหมาะกับแมวแต่ละวัย เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแรง ไม่มีโรคต่างๆ มากวนใจ ขั้นตอนที่ 2 : ขจัดกลิ่นด้วยน้ำส้มสายชู นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำในอัตราส่วนเท่าๆ กัน แล้วฉีดหรือพรมไปบริเวณที่แมวปัสสาวะ กรดในน้ำส้มสายชูจะทำปฏิกิริยากับปัสสาวะแมวทำให้ดับกลิ่นแมวหรือทำให้กลิ่นปัสสาวะแมวจางหายไปได้ หลังจากฉีดน้ำส้มสายชูให้นำแปรงสีฟันหรือแปรงขนอ่อนค่อยๆ ถูบริเวณที่มีปัสสาวะแมวก่อนที่จะใช้กระดาษทิชชู่ซับจนแห้งสนิท หรือถ้าใครมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดับกลิ่นแมวชนิด Enzymatic Cleaner ก็สามารถใช้แทนน้ำส้มสายชูได้เช่นกัน ขั้นตอนที่ 3 : ทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่น ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดสิ่งสกปรกและฝุ่นผงบริเวณนั้นให้หมดเพื่อป้องกันอนุภาคกลิ่นปัสสาวะแมวที่ยังติดค้างอยู่ ถ้าเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดของเหลวได้ยิ่งดี และควรหลีกเลี่ยงการใช้ไดร์เป่าผมหรือเครื่องเป่าที่มีไอร้อนเป่าบริเวณที่เลอะปัสสาวะแมว เพราะความร้อนจะยิ่งทำให้อนุภาคของกลิ่นแมวติดแน่นกับเส้นใยของเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นผิวต่างๆ มากขึ้น ขั้นตอนที่ 4 : เพิ่มความมั่นใจด้วยเบกกิ้งโซดา หลังเสร็จสิ้น 3 ขั้นตอนข้างต้น ให้นำเบกกิ้ง โซดาผสมกับน้ำ โดยกะดูให้เข้มข้นพอสมควร จากนั้นพรมหรือฉีดสเปรย์ใส่บริเวณที่เคยเปื้อนปัสสาวะเพื่อดับกลิ่นแมวอีกครั้ง เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต มีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นแมวที่ดีมาก หลังฉีดแล้วให้รอจนแห้งแล้วดูดฝุ่นบริเวณนั้นซ้ำอีกครั้ง โดยปกติแล้วแมวมักจะปัสสาวะบนกระบะทราย แต่ถ้าแมวเริ่มปัสสาวะในที่อื่นของบ้านอาจหมายถึงกระบะทรายสกปรก มีน้อยเกินไป หรือวางในจุดที่ไม่เหมาะสม ลองค่อยๆ หาสาเหตุว่าทำไมแมวถึงปัสสาวะบริเวณอื่นในบ้านและแก้ไข เพราะบางทีสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้อาจจะเป็นร่องรอยของความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะของแมว เช่น โรคนิ่ว ได้ ดังนั้นอย่าลืมสังเกตพฤติกรรมของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และดูแลแมวของเราให้มีสุขภาพแข็งแรงในทุกวันๆ ด้วยอาหารแมว Purina ONE อาหารแมวเกรด ซุปเปอร์ พรีเมี่ยม ทุกสูตรผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง อุดมด้วยสารอาหารที่เหมาะสมกับแมวในแต่ละช่วงวัย ครบคุณค่าที่สุดแห่งการบำรุง ให้แมวของคุณสุขภาพแข็งแรง พิสูจน์สัญญาณสุขภาพใน 3 สัปดาห์ ผ่าน3สัญญาณสุขภาพดี ผ่าน 6 สัญญาณสุขภาพดี อ้างอิง https://www.petfinder.com/cats/living-with-your-cat/5-cat-urine-odor-removal-tips/ https://www.petmd.com/cat/care/evr_ct_ultimate-guide-to-eliminating-cat-pee-smell
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
อาหารมีความสำคัญอย่างไรในสุนัขที่มีปัญหาผิวหนังและขน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
หากคุณสังเกตเห็นสุนัขของคุณมีอาการคัน โดยเกา กัดแทะ หรือเลียตามตัวอย่างต่อเนื่องมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าสุนัขของคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพผิว โดยสาเหตุนั้นอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น • แพ้น้ำลายหมัด ที่เกิดจากการโดนหมัดกัดที่ผิวหนัง • มีปรสิตภายนอก เช่น ไรขี้เรื้อนขุมขน หรือเห็บ • ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ เชื้อรา หรือ ยีสต์ • ได้รับสารก่อภูมิแพ้ภายนอก เช่น ละอองเกสร ละอองพืช ไรฝุ่น ฯลฯ • เกิดจากการแพ้โปรตีนจากสัตว์ หรือ พืช บางชนิด • สายพันธุ์ เช่น เฟรนช์ บูลด็อก หรือ ไซบีเรียน ฮัสกี้ และบางสายพันธุ์อาจมีแนวโน้มจะมีปัญหาแพ้ง่ายกว่าพันธุ์อื่นๆ เมื่อพบเห็นอาการคันของสุนัข จากอาการเกาและกัดแทะตามตัวมากกว่าปกติ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ การพาสุนัขไปปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของการระคายเคืองผิวหนังให้พบ ทั้งนี้สัตวแพทย์ของคุณอาจจะแนะนำแนวทางการรักษาในหลากหลายรูปแบบ เช่น • การให้ยา เพื่อแก้ปัญหาการติดเชื้อที่ผิวหนังและลดอาการคัน • การเปลี่ยนมาใช้แชมพูสุนัขสูตรเฉพาะผิวแพ้ง่าย หรือ ใช้แชมพูยา • การลองเปลี่ยนอาหารมาเป็นสูตรสำหรับสุนัขที่มีภาวะผิวแพ้ง่าย และ/หรือ ใช้อาหารจากแหล่งโปรตีนทางเลือก ( เช่น ปลา หรือ แกะ )
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
สุนัขมองโลกอย่างไร
การมองเห็นของสุนัขเป็นอย่างไร แตกต่างจากมนุษย์ไหม
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
สุนัขมองโลกอย่างไร สุนัขคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วคุณทราบหรือไม่ว่าสุนัขมองโลกอย่างไร บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมซึ่งสะท้อนความคิดของสุนัขที่มีต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น ถ้าคุณเคยสงสัยว่าสุนัขกำลังคิดอะไร บอกได้เลยว่าคุณไม่ได้สงสัยอยู่เพียงคนเดียว ความคิดและมุมมองของสุนัขอาจแลดูยุ่งเหยิงเกินไปสำหรับมนุษย์อย่างเรา หากคุณสงสัยว่าอะไรที่ทำให้สุนัขมีความสุข ทำไมสุนัขถือกลัวเสียงฟ้าผ่านัก สุนัขมองกระต่ายอย่างไร แล้วทำไมต้องวิ่งไล่ เราแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ต่อไปเพื่อค้นหาว่าสุนัขนั้นมองโลกรวมถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างไร และคุณจะสามารถช่วยดูแลเอาใจใส่หรือตอบสนองความต้องการของสุนัขได้อย่างไร สุนัขมองเห็นสิ่งต่างๆ ในโลกอย่างไร ก่อนอื่น มนุษย์ควรทำความเข้าใจว่าสุนัขใช้กลไกในการเข้าใจโลกต่างจากเรา สุนัขมีประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขสามารถมองเห็น รู้รสชาติ ได้ยิน ได้กลิ่น และสัมผัสสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกันกับเรา แต่สำหรับสุนัขแล้ว สัมผัสเหล่านี้มีระดับของความสำคัญที่ต่างกันออกไป ประสาทสัมผัสทั้งหลายเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก เพราะประสาทสัมผัสจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบหรือทำความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา เช่น การสัมผัสจะบ่งบอกเราว่าในสิ่งแวดล้อมนั้นประกอบด้วยสิ่งใด และมีใครบ้าง การดมกลิ่นจะทำให้เรารู้ว่าสิ่งนี้กินได้ ปลอดภัย หรือเน่าเสีย ส่วนการได้ยินสามารถส่งสัญญาณเตือนภยันตรายต่างๆ ให้เราระวังไว้ และการมองเห็นจะทำให้เราสามารถเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของพื้นที่และสิ่งต่างๆ รอบตัวเราได้ สำหรับมนุษย์นั้น เรามักจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเสมอ แต่สำหรับสุนัขแล้ว ประสาทสัมผัสทั้งหลายมีลำดับความสำคัญแตกต่างกันไป การมองเห็น หากคุณเคยถามตัวเองว่า สุนัขนั้นมองเห็นโลกเป็นอย่างไร คำตอบสั้นๆ ก็คือ ไม่ค่อยชัดเจนนัก เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์แล้ว สุนัขมีสายตาที่แย่กว่ามนุษย์มาก หมายความว่า สิ่งที่สุนัขมองเห็นมักเป็นภาพที่พร่ามัว ไม่ชัดเจน นอกจากนั้นแล้ว สุนัขยังไม่สามารถมองเห็นสีบางสีได้ ครั้งหนึ่งมนุษย์เคยเชื่อว่าสุนัขมองเห็นโลกเป็นสีขาวดำแต่ความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง การมองเห็นสีวัตถุต่างๆ ของสุนัขนั้นใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเรียกว่า ภาวะตาบอดสีในมนุษย์ สุนัขจึงจำแนกสีบางกลุ่มได้อย่างยากลำบาก สุนัขจะแยกสีแดงและสีเขียวได้ยาก พวกเขาจะมองเห็นเป็นเฉดสีเทาแทน ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: การที่สุนัขมองเห็นวัตถุต่างๆ เป็นภาพที่พร่ามัวนั้นก็หมายถึงว่าสุนัขจะไม่สามารถมองเห็นคุณได้จากระยะไกล แต่ทักษะการมองเห็นนั้นไม่ใช่ประสาทสัมผัสหลักที่สุนัขใช้มองโลก ทักษะการใช้หูฟังและการดมกลิ่นยังมีส่วนช่วยสุนัขอย่างมากเลยทีเดียว หากสุนัขสูญเสียการได้ยินหรือสูญเสียประสาทการดมกลิ่นไป คุณจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่ดูแลสุนัขเป็นพิเศษเพราะประสาทตาและการมองเห็นของพวกเขาก็ไม่ดีอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว ในกรณีนี้ คุณจะต้องคอยช่วยเหลือสุนัขอย่างถูกวิธี การดมกลิ่น การดมกลิ่นเป็นวิธีพื้นฐานที่สุนัขใช้ สุนัขมีเซลล์ประสาทรับกลิ่นมากถึง 220 ล้านตัว ในขณะที่มนุษย์มีเพียงแค่ 5 ล้านตัวเท่านั้น สุนัขใช้กลิ่นในการทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเช่นเดียวกับการใช้กลิ่นเพื่อจดจำคนและสัตว์ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: สุนัขจมูกไวและอ่อนไหวต่อการรับกลิ่นมาก สุนัขอาจจะรับรู้สิ่งต่างๆ ได้โดยที่คุณไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำ สุนัขจะอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อสภาพแวดล้อมใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานที่ที่มีกลิ่นใหม่ๆ มากมายที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน และกลิ่นแปลกปลอมเหล่านี้จะทำให้สุนัขไม่คุ้นชินและสับสน ดังนั้น คำถามที่ว่าสุนัขรับรู้และมองเห็นโลกภายนอกอย่างไร คำตอบก็คือมองผ่านจมูกนี่เอง เมื่อสุนัขต้องไปอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ ขอให้คุณอดทนกับพฤติกรรมการสำรวจโลกของสุนัขสักนิดเพราะสุนัขของคุณจะวิ่งไปดมทุกสิ่งทุกอย่าง ดมจนทั่วบริเวณเลยทีเดียว มันก็เหมือนกับเวลาที่คนเราย้ายเข้าบ้านใหม่ เราก็ต้องเดินสำรวจบ้านจนครบทุกซอกทุกมุมเช่นกัน ความสามารถของประสาทการรับกลิ่นของสุนัขยังสามารถทำให้พวกเขารับความรู้สึกของเราได้ไวอีกด้วย เมื่อเรากังวลใจ เสียใจ หรือผิดหวัง กลิ่นของเราอาจเปลี่ยนไปจนสุนัขสัมผัสได้ คุณจึงควรควบคุมอารมณ์ตนเองให้ดีเมื่อต้องการบอกให้สุนัขนิ่งและสงบลง ถ้าจิตใจคุณยังไม่สงบนิ่ง ใช้อารมณ์ในการออกคำสั่ง สุนัขจะสัมผัสได้ทันที อย่าลืมว่าคุณหลอกประสาทการรับกลิ่นของสุนัขไม่ได้หรอก การฟังและการได้ยิน สุนัขมีประสาทสัมผัสด้านการได้ยินที่ดีเลิศ เชื่อกันว่าสุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่ต่ำและสูงกว่าช่วงการได้ยินของมนุษย์ถึงสองเท่า ฉะนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า สุนัขมองโลกอย่างไร ก็ควรต้องตอบว่า สุนัขใช้ขีดสุดของศักยภาพทั้งการดมกลิ่นและการฟังเสียงเพื่อมองโลก ประสาทสัมผัสด้านการได้ยินนั้นทำให้สุนัขเป็นนักล่าที่ดีกว่าสัตว์อื่นๆ สุนัขจึงเป็นสัตว์อารักขาที่ยอดเยี่ยม เพราะสุนัขสามารถเตือนภัยได้ล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานก่อนที่อันตรายจะมาถึงเพราะความสามารถในการได้ยินระยะไกลนั่นเอง ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: ประสาทสัมผัสในการได้ยินของสุนัขจะครอบคลุมไปถึงความสามารถในการเตือนภัยด้วย ต่อให้เราพยายามจะเดินย่องด้วยปลายเท้าก็ยังยากที่จะรอดพ้นความสามารถในการได้ยินของสุนัขไปได้ นั่นก็หมายความว่า หูของสุนัขก็จะไวต่อเสียงรบกวนอื่นๆ ไปด้วย เช่น พลุหรือประทัดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สุนัขกลัวเป็นพิเศษเนื่องจากสุนัขจะได้ยินเสียงเหล่านี้ดังกว่าที่เราได้ยิน และอีกอย่าง พลุนั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้สำหรับสุนัข เช่นเดียวกับเสียงพายุฝนฟ้าคะนองที่เป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับสุนัขเช่นกัน ดังนั้น คุณจึงควรปลอบหรือพยายามปกป้องสุนัขของคุณให้ห่างไกลจากเสียงรบกวนเหล่านี้จะดีที่สุด การเคลื่อนไหว ในขณะที่สุนัขสายตาไม่ค่อยดี แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายนั้นสุนัขกลับไวกว่าเรามาก ซึ่งนั่นก็หมายความว่า สุนัขสามารถสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของวัตถุได้ในระยะไกล แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไวต่อการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันกระชั้นชิด หรือเห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวสุนัขได้ ผลกระทบที่มีต่อการดูแลสุนัข: ความไวต่อการเคลื่อนไหวของสุนัขอธิบายได้ว่าทำไมสุนัขจึงตกใจผวาหรือรู้สึกหงุดหงิดเมื่อมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น ดังนั้นการเคลื่อนไหวช้าๆ หรือการทำท่าผ่อนคลายของคุณอาจทำให้สุนัขรำคาญใจได้ เพราะสุนัขอาจเข้าใจไปว่านี่คือสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเพิ่งรับสุนัขเข้ามาในครอบครัวและเพิ่งทำความรู้จักกันใหม่ๆ การใช้ภาษากายด้วยท่าทางต่างๆ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุนัข และสร้างมุมมองที่สำคัญให้กับการมองโลกของสุนัข ความไวต่อการเคลื่อนไหวของสุนัขเป็นตัวกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวสุนัขอีกด้วย คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมสุนัขจึงมักวิ่งไล่กระต่าย แมว รถ หรือจักรยาน นั่นก็เพราะสัญชาตญาณนักล่าของสุนัขกระตุ้นให้มันล่านั่นเอง ดังนั้น การพาสุนัขเดินไปนอกสถานที่นั้นสุนัขอาจถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปตามสิ่งเร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินเข้าไปในป่าซึ่งมีสัตว์ป่านานาชนิด คุณก็ควรที่จะเพิ่มความระมัดระวังสัญชาตญาณการต้องการออกล่านี้ด้วย โลกของสุนัขเป็นโลกที่แตกต่างจากโลกของเรามากสุนัขอาจไม่ได้มีสายตาที่แหลมคม แต่สุนัขก็มีประสาทสัมผัสในการได้ยินและได้กลิ่นที่ดีมากเป็นพิเศษ ซึ่งดีกว่ามนุษย์หลายเท่านัก นั่นก็หมายความว่า ความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อโลกนั้นเกิดจากการมองเห็นเรื่องราวและเล่าผ่านภาพที่ต่อเนื่องกันจำนวนมาก (เหมือนภาพยนตร์สักเรื่อง) ในขณะที่โลกของสุนัขถูกบอกเล่าโดยการใช้กลิ่น เสียง และการเคลื่อนไหว การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงในส่วนนี้จึงจะช่วยให้คุณดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณได้ดียิ่งขึ้น และไม่แน่ว่าคุณอาจจะอยากลองแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความมหัศจรรย์ต่างๆ เหล่านี้กับเพื่อนซี้สี่ขาดูบ้างก็ได้
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
flats-dogs
สุนัขพันธุ์ใดที่เหมาะกับการเลี้ยงในพื้นที่จำกัดมากที่สุด
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
สุนัขพันธุ์ใดที่เหมาะกับการเลี้ยงในพื้นที่จำกัดมากที่สุด หากคุณอาศัยอยู่ในคอนโดและต้องการเลือกสุนัขมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสักตัว คุณอาจมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในสมอง ลองอ่านบทความนี้ดูเพื่อค้นหาว่าสุนัขพันธุ์ใดที่เหมาะกับการเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนข้างกายในพื้นที่ที่จำกัดมากที่สุด ในยุคปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ แทนการอาศัยอยู่ที่บ้าน และนับเป็นเรื่องที่พบเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยทั่วไป คนมักมีความเชื่อกันว่าหากคุณเลือกอยู่คอนโดคุณก็เลือกเลี้ยงสุนัขไม่ได้ เพราะสุนัขต้องการพื้นที่ในการเดินไปมาผ่อนคลาย แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ความเชื่อหนึ่งเท่านั้น การอาศัยอยู่ในคอนโดไม่ได้ปิดโอกาสการเลี้ยงสุนัขของคุณไปเลยเสียทีเดียว สิ่งที่คุณต้องทำคือคุณต้องเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีและเข้ากันได้ดีกับวิถีชีวิตของคุณ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสุนัขที่อาศัยอยู่ร่วมกับคุณนั้นต้องมีความสุข มีสุขภาพดีและได้รับการออกกำลังกายที่เหมาะสม ในบทความนี้ เราจะพูดคุยกันถึงปัจจัยสำคัญสองสามประการที่คุณควรคำนึงถึงเมื่อคิดจะเลือกสุนัขมาอาศัยอยู่ร่วมกันกับคุณในแฟลต ลักษณะนิสัยสุนัขที่คุณควรมองหา เมื่อคุณต้องเลือกสุนัขสักตัวเข้ามาเลี้ยงในคอนโดร่วมกันกับคุณ วิธีเลือกสุนัขสายพันธุ์ที่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดได้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง ทำให้การเลือกสุนัขที่ต้องการใช้พื้นที่มากเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล เพราะสุนัขเหล่านั้นจะไม่มีความสุขและได้ออกกำลังน้อยเกินไป ดังนั้น สายพันธุ์ของสุนัขที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงในคอนโดที่สุดจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ขนาด: หากคุณอาศัยอยู่ในคอนโด การเลือกสุนัขสายพันธุ์เล็กถึงกลางก็จะเหมาะสมกว่า เพราะพื้นที่ในห้องจะมีมากพอให้สุนัขได้ผ่อนคลายอิริยาบถ เคลื่อนที่ไปมาได้มากกว่าสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ อย่างเช่น สุนัขพันธุ์เกรทเดน แค่เดินไปเดินมาก็ลำบากแล้ว อย่างไรก็ดี สุนัขสายพันธุ์ที่เล็กที่สุด หรือสุนัขจิ๋วบางสายพันธุ์ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเช่นกัน สุนัขพันธุ์เล็กบางสายพันธุ์มีพลังงานสูงมากเป็นพิเศษทำให้ต้องการใช้พื้นที่ในการอยู่อาศัยมาก การต้องอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดจะกลายเป็นปัญหา ความกระตือรือร้น: สุนัขที่เหมาะกับการเลี้ยงในคอนโดมากที่สุดได้แก่สุนัขจำพวกที่ไม่ต้องการกิจกรรมจำนวนมาก หรือจำพวกที่ไม่ซน ไม่รื้อค้น กัดแทะบ้านไม่หยุดหย่อน สุนัขประเภทนี้ต้องการการเดินเล่นที่สวนสาธารณะแค่เพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้นก็มีความสุขแล้ว โดยไม่ต้องมีกิจกรรมอื่นๆ มากมายมาช่วยเสริมแต่อย่างใด สงบนิ่ง: ลักษณะนิสัยสุนัขที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการเลือกสุนัขมาเลี้ยงในคอนโดก็คือสุนัขควรมีอาการที่สงบนิ่ง เพราะคอนโดอาจมีพื้นที่ขนาดเล็ก จึงอาจมีแค่พื้นที่แคบๆ ให้กับสุนัขได้สร้างอาณาเขต ‘ส่วนตัว’ ดังนั้น สุนัขที่เหมาะกับการเลี้ยงในคอนโดคือสุนัขที่เรียบร้อย สงบนิ่งเมื่อเจอสิ่งรบกวน เช่น ต้องเป็นสุนัขที่ไม่เห่า ไม่ตกใจง่าย หรือวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว คุณสมบัติในการสงบนิ่งของสุนัขนั้นเป็นลักษณะนิสัยที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตวุ่นวายในเมืองใหญ่ สุนัขที่ถูกนำไปเลี้ยงในอะพาร์ตเมนต์ก็ควรมีคุณสมบัตินี้ด้วยเช่นกัน รู้จักเงียบ: การเลือกสุนัขที่ค่อนข้างเงียบก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ผนังของคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ส่วนมากจะค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับผนังบ้าน และเพื่อนบ้านก็อาจถูกรบกวนไปด้วยหากสุนัขส่งเสียงดังบ่อยเกินไป พฤติกรรมไม่พึงประสงค์เหล่านี้นับรวมถึงการเห่ายาวนานตลอดเวลาเป็นชั่วโมง หรือวิ่งเล่นเสียงดังรอบบ้าน (ซึ่งอาจรบกวนเพื่อนบ้านทั้งรอบข้างและผู้อยู่อาศัยอยู่ด้านล่างด้วย) เชื่อว่าการได้รับข้อร้องเรียนจากเพื่อนบ้านเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณอยากให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อนั้นคุณจะใช้ชีวิตแต่ละวันได้ยากลำบากมากขึ้นเลยทีเดียว คุณควรต้องทำอย่างไรให้สุนัขมีความสุขอยู่เสมอ การเลือกสุนัขที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับการเลี้ยงในแฟลตคอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์นั้นสำคัญมาก แต่ก็อย่าลืมว่าพื้นที่ที่คุณจัดเตรียมไว้ให้สุนัขนั้นต้องทำให้สุนัขอยู่แล้วมีความสุขไปพร้อมกันด้วย ต่อไปนี้เราจะขอนำเสนอข้อมูลสำคัญๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้และเตรียมให้พร้อมไว้สำหรับสุนัขเพื่อตอบสนองสิ่งที่สุนัขต้องการ และคุณเองก็ได้ดูแลสุนัขทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตไปด้วยในเวลาเดียวกัน พยายามเก็บของบนพื้นให้มีพื้นที่ว่างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ – อะพาร์ตเมนต์อาจมีขนาดเล็กกว่าบ้าน แต่มันก็พอมีทางที่จะทำให้ดูกว้างและใหญ่ขึ้นได้ การจัดเก็บของบนพื้นให้หายรกเป็นหนึ่งในหลายๆ วิธี ที่ว่างบนพื้นมีความสำคัญมากหากสุนัขอาศัยอยู่ในคอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์เพราะสุนัขจะสามารถเดินไปมาได้อย่างอิสระ นอนกลิ้งผ่อนคลายที่ใดก็ได้ที่พวกเขารู้สึกสบายใจ แต่หากพื้นห้องของคุณเต็มไปด้วยสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน การหาพื้นที่ว่างให้สุนัขก็อาจกลายเป็นเรื่องยาก การเพิ่มพื้นที่ว่างบนพื้นทำได้โดยการเก็บของใช้ที่ไม่จำเป็นไว้ในกล่องเก็บของ การทำเช่นนี้จะให้ประโยชน์ถึง 2 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างให้บ้านคุณ และสองจะสามารถช่วยเก็บของตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถแตกหักเสียหายให้พ้นอันตรายได้ หาพื้นที่สีเขียวใกล้ๆ บ้านไว้ – สุนัขชอบอยู่ใกล้กับธรรมชาติ แม้แต่กับสุนัขที่เหมาะกับการเลี้ยงในคอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์ที่สุดก็ยังออกอาการตื่นเต้นแบบสุดขีดเมื่อมีโอกาสได้ออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ หนึ่งในการทำให้สุนัขมีความสุขอยู่เสมอนั้น ก็คือการพาสุนัขออกไปเห็นพื้นที่สีเขียวใกล้ที่พักบ้าง พยายามหาสถานที่ธรรมชาติที่พอจะพาสุนัขไปเดินเล่นได้อย่างอิสระ ได้วิ่งเล่นมากเท่าที่ต้องการ (ซึ่งทำได้ยากในการอยู่อะพาร์ตเมนต์) เพียงแค่พาสุนัขไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะเป็นประจำเพื่อให้สุนัขยังได้ออกกำลังกายบ้าง จงจำไว้ว่า สุนัขส่วนมากต้องการการเดินเล่นพักผ่อนประมาณ 2 ครั้งต่อวัน ดังนั้น อย่าลืมมองหาสถานที่ในการออกกำลังกายสำหรับสุนัขไว้บ้าง สร้างพื้นที่ส่วนตัว – คอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์อาจค่อนข้างจอแจเนื่องจากมีผู้คนอาศัยอยู่มากมายร่วมกันในพื้นที่ขนาดเล็ก ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น การสร้างพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมาจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุนัขอย่างยิ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ การได้อยู่ในบ้านเล็กๆ ตรงมุมห้อง มีเตียงนอนก็เพียงพอแล้ว ในอดีต สุนัขใช้วิธีหลบเข้าไปอยู่ในที่มืดเมื่อใดก็ตามที่ต้องการความรู้สึกปลอดภัย ดังนั้น คุณจึงควรเตรียมพื้นที่เล็กๆ ไว้ให้สุนัข การทำเช่นนี้จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับสุนัขเมื่อมีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน หรือมีงานเลี้ยงฉลอง มีคนแปลกหน้ามากมายจนสุนัขรู้สึกว่าตั้งรับไม่ทัน จริงอยู่ การเลือกสุนัขให้เหมาะกับการเลี้ยงในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์นั้นสัมพันธ์กับวิธีเลือกสุนัขสายพันธุ์ที่มีบุคลิกลักษณะนิสัยข้างต้น แต่การจัดระเบียบที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่นั้นมีผลดีอย่างยิ่งต่อการสร้างความสุขให้สุนัข สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสุนัขก็คือการใช้เวลาสร้างความทรงจำร่วมกันให้ได้มากที่สุด คุณควรให้เวลากับสุนัขสม่ำเสมอโดยไม่หลงลืมที่จะเล่นกับสุนัข และชวนสุนัขให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ด้วยกัน การเอาใจใส่สุนัขในลักษณะนี้ทุกวันนั้นจะทำให้พวกเขาคลายความกังวลเรื่องขนาดของที่อยู่อาศัย หรือเสียงรบกวน และความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ลงได้ ไม่ว่าตารางงานคุณจะแน่นเพียงใด คุณควรพยายามหาเวลาว่างพาสุนัขออกไปวิ่งเล่นในสวน และชวนสุนัขเล่นสนุกอยู่เสมอ คุณสามารถค้นหาสายพันธุ์สุนัขที่เหมาะกับตัวคุณได้โดยการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ หรือจากสัตวแพทย์ก็ได้
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Cause of Cat Vomiting
แมวอาเจียนเพราะอะไร และลักษณะของอ้วกแมวบอกอะไรได้บ้าง
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
แมวอ้วกเกิดจากสาเหตุไหนได้บ้าง? การทำงานของระบบย่อยอาหารที่ดี ถือเป็นหนึ่งสัญญาณแมวที่บ่งบอกว่าแมวของเรามีสุขภาพแข็งแรง แต่หากแมวของเราเริ่มมีความผิดปกติ เช่น แมวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร นอนทั้งวัน หรือเริ่มพบว่าแมวของเราอาเจียนออกมา ก็ควรรีบหาสาเหตุ และแก้ไขปัญหาก่อนที่ปัญหาสุขภาพจะลุกลามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเรื่องแมวอ้วก หรือแมวอาเจียนไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มาดูกันว่าแมวอ้วกนั้นเกิดจากสาเหตุไหนได้บ้าง สาเหตุที่แมวอ้วก แมวอ้วกนั้นเกิดได้จากการระคายเคืองในกระเพาะ หรือเกิดการอุดตันที่ทำให้สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารไม่สามารถเคลื่อนไปยังระบบทางเดินอาหารในส่วนอื่นๆ ได้ ซึ่งปัญหาแมวอาเจียนที่เราพบได้บ่อย เช่น แมวอาเจียนออกมาเป็นเส้นขน (อ่านเพิ่มเติมเรื่องก้อนขนแมวอุดตัน) หรือพบว่าเป็นอาหารเม็ดที่ยังย่อยไม่หมดจากการที่แมวกินอาหารเร็วเกินไป นอกจากการระคายเคืองที่กระเพาะอาหารแล้ว สาเหตุของการอาเจียนยังเกิดได้จากการติดเชื้อ การติดพยาธิ การได้รับสารพิษ โรคไต โรคตับ โรคตับอ่อน การกินสิ่งแปลกปลอม โรคมะเร็ง และอีกนานาสาเหตุ หากพบว่าแมวอ้วกไม่กินอาหาร รวมทั้งพบว่าแมวมีอาการซึม นอนทั้งวัน ถ่ายเหลว ร่วมด้วยนั้น แสดงว่าแมวอาจมีอาการป่วย ซึ่งเจ้าของควรสังเกตความผิดปกติของอาเจียนเพิ่มเติม เช่น มีสิ่งแปลกปลอมปนออกมา มีเลือด หรือมีเมือกปนออกมาในอาเจียนหรือไม่ และควรนับจำนวนความถี่ของการอาเจียนด้วยเพื่อให้ข้อมูลกับสัตวแพทย์ประกอบการวินิจฉัยโรค จัดการปัญหาแมวอ้วก เพราะสาเหตุที่ทำให้แมวอ้วกนั้นมีหลากหลาย การป้องกันไม่ให้แมวอ้วกหรือแมวอาเจียนจึงอาจเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถทำได้ คือป้องกันไม่ให้แมวกินสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้าไปด้วยการเก็บของอันตราย เก็บสารพิษต่างๆ ให้พ้นมือแมว หมั่นแปรงขน และเลือกอาหารที่ลดปัญหาการอุดตันของก้อนขน ด้วยสูตรที่ช่วยดูแลปัญหาเรื่องแฮร์บอล เช่น Purina ONE สูตร Indoor Advantage หรือแมวเลี้ยงในบ้าน ที่มีใยอาหารสูง ช่วยลดการเกิดก้อนขนอุดตัน ช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย นอกจากจะลดปัญหาก้อนขนแล้ว ยังช่วยให้แมวมีสุขภาพทางเดินอาหารที่ดีอีกด้วย
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง

Pagination

  • First page
  • Previous page
  • …
  • Page 15
  • Page 16
  • Page 17
  • Page 18
  • Page 19
  • Page 20
  • Page 21
  • Page 22
  • Page 23
  • …
  • Next page
  • Last page
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.
© 2026 Purina. All Rights Reserved.