Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
Skip to main content
Cat Flu Signs
รู้ทันโรคหวัดแมว : แมวเป็นหวัดได้เหมือนกันนะ
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
รู้ทันโรคหวัดแมว : แมวเป็นหวัดได้เหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่คนอย่างเราที่พอเจอเข้ากับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนจัด สลับฝนตก ก็อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนแอจนติดเชื้อโรคและป่วยเป็นหวัดได้ รู้หรือไม่ว่าแมวก็มีโอกาสที่จะเป็นหวัดได้ไม่ต่างจากคนเรา แม้ว่าสาเหตุจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรืออาจติดจากแบคทีเรียคนละชนิดกับคน (ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลไปว่าแมวเป็นหวัดแล้วจะมาติดเรา) แต่เมื่อแมวเป็นหวัดแล้วก็อาจติดต่อในหมู่แมวกันเองได้ ซึ่งโรคหวัดแมวนี้เป็นได้ในแมวเด็กและแมวที่โตเต็มวัย มารู้ให้ทันโรคหวัดแมว จะได้รู้จักสังเกตอาการและป้องกันแมวแสนรักของเราให้ปลอดภัยจากหวัดแมวกันดีกว่า
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
Cats Begging
รักแมวต้องรู้ วิธีเล่นกับแมวและเคล็ดลับทำให้แมวอ้อน
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
รักแมวต้องรู้ : อยากให้แมวอ้อนเราต้องทำยังไง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของแมวมือใหม่ หรือเจ้าของแมวมือโปร ก็อยากให้แมวน้อยลูกรักสุดที่เลิฟมาเคล้าคลอ หรืออยากให้แมวอ้อนเราจนละลายกันทั้งนั้น แต่ด้วยความอินดี้สไตล์แมวแล้ว บางทีก็อยากมาอ้อนอยู่นะ แต่ก็ไม่ชอบให้จับตัวเท่าไหร่ เล่นตัวเสียจนเจ้าของก็อ่อนใจกันไปไม่น้อยเหมือนกัน เอาล่ะอย่าเพิ่งท้อแท้ไป เพราะเรามีวิธีบอกรักแมวให้แมวบอกรักตอบมาฝากกัน มาเริ่มยุทธวิธีให้แมวอ้อนเรากันเลยดีกว่า
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Holiday Place with Cats
รวมสถานที่สุดแจ๋วไว้พาน้องแมวเที่ยววันหยุด
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
รวมสถานที่สุดแจ๋วไว้พาน้องแมวเที่ยววันหยุด ใครที่กำลังมองหาสถานที่ที่สามารถพาครอบครัวพร้อมน้องแมวออกไปเที่ยวกัน จะบอกว่าไม่ยากอย่างที่คิดแล้วล่ะ เพราะทุกวันนี้มีโรงแรมและรีสอร์ทหลากหลายแห่ง ที่พร้อมจะรองรับความต้องการของคนรักสัตว์เอาได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องจองและแจ้งให้ทางเจ้าของสถานที่เอาไว้ก่อนเช่นกัน ซึ่งในครั้งนี้ Purina ONE ก็ได้รวบรวมเอาที่พักดีๆ เอาไว้ให้คนเลี้ยงแมวอย่างเราได้เลือกกันแล้วล่ะทุกคน แนะนำที่พักชิลๆ ชิคๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ถ้าใครกำลังมองหาที่พักสบายๆ สำหรับพาน้องแมวออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก เราขอแนะนำ “บ้านขนมปังขิง” ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครนายกนี่เอง โดยที่นี่ถือเป็นที่พักตากอากาศที่เหมาะมากสำหรับครอบครัวและสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากจะมีบรรยากาศที่สวยงาม จัดแบ่งโซนที่พักเป็นสัดส่วน ยังมีลานกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยงให้เราสามารถพาน้องแมวไปเดินเล่นได้อย่างสบายใจ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีบริการรับฝากดูแลน้องแมวเอาไว้ได้ในกรณีที่เราต้องการความเป็นส่วนตัวอีกด้วย บ้านขนมปังขิง ภาพจาก FB: บ้านขนมปังขิง นครนายก โทรศัพท์: +66 92 268 8272 Website: https://www.kanomkhing.com/ แนะนำรีสอร์ทไม่ไกล แต่ได้ใจเรื่องใกล้ชิดธรรมชาติ เพียงขับรถออกจากกรุงเทพฯ มาอีกนิด เราก็จะได้บรรยากาศภูเขาและธรรมชาติเพิ่มขึ้นมาได้อีกเยอะเลย โดยเฉพาะถ้าใครที่หลงเสน่ห์ของสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยแล้วล่ะก็ ขอแนะนำ “สแตมป์ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์ เรสเทอรองต์” เพราะมีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวกับครอบครัวและน้องแมว เพราะที่นี่เค้าอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ฟรี1 ตัวต่อห้อง โดยที่จะต้องน้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม แต่อย่างไรก็ขอแนะนำให้โทรติดต่อเจ้าของที่พักเพื่อยืนยันการจอง และตรวจสอบข้อจำกัดการเข้าพักพร้อมกับน้องแมวอีกครั้งก่อนจะเป็นการดี สแตมป์ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์ เรสเทอรองต์ ภาพจาก: http://hotelandresortthailand.com/read/?p=3907 โทรศัพท์: 081-256-3656 Website: www.suanphungstamphills.comเพราะชีวิตต้องมีทะเล พาน้องเหมียวไปฮาเฮกันริมหาดดีกว่า สำหรับใครที่ชีวิตช่วงนี้ กำลังต้องการสูดไอเกลือที่แสนสดชื่นและเอาเท้าไปสัมผัสกับหาดทรายและน้ำทะเลอยู่ล่ะก็ จังหวัดระยองคือจุดหมายลำดับต้นๆ ที่มีทั้งหาดทรายขาวและทะเลสวยๆ เอาไว้ให้ได้ชมกันจริงไหมเอ่ย เรามีที่พักดีๆ สำหรับพาน้องแมวไปด้วยกันได้มาแนะนำกัน นั่นก็คือ ไวท์ แอท ซี รีสอร์ท White @ Sea Resort ตั้งอยู่ที่หาดแม่รำพึง โดยห้องพักที่นี่ออกแบบในสไตล์โมเดิร์นสีสันสดใส อยู่ติดริมชายหาด และแน่นอนว่าที่นี่อนุญาตให้พาสัตว์เลี้ยงเข้าพักพร้อมกับเราได้ (โดยคิดค่าทำความสะอาดเพิ่มเติม) หากใครสนใจสามารถโทรติดต่อไปจองพร้อมสอบถามข้อมูลกันได้เลย ไวท์ แอท ซี รีสอร์ท ภาพจาก: http://www.chillpainai.com/hotel/1642/ โทรศัพท์: 02-454-8400 Website: www.whiteatsea.com/ หน้าหนาวทั้งที ต้องขึ้นเหนือไปสัมผัสไอหมอกดีๆ ที่เชียงใหม่ ช่วงปลายปีทั้งที เริ่มมีลมหนาวพัดมาเย็นสบาย แน่นอนว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก และสถานที่ๆ แนะนำสำหรับเราและน้องแมวเข้าพักได้พร้อมกันก็คือ “แอท นาธา เชียงใหม่ ชิคจังเกิ้ล” รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำแม่สา อำเภอแม่ริม โดยเป็นที่พักที่ให้ความรู้สึกดิบแต่เท่แถมยังได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่สำคัญก็คือที่นี่อนุญาตให้นำเอาสัตว์เลี้ยงเข้ามาพักได้อีกด้วย แนะนำให้ใครที่สนใจสามารถติดต่อพร้อมแจ้งความต้องการไปที่รีสอร์ทก่อนจะดีที่สุดเช่นกัน แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิ้ล ภาพจาก: https://www.agoda.com/th-th/at-nata-chiangmai-chic-jungle/hotel/chiang-mai-th.html?cid=-211 โทรศัพท์: 08-1603-1717 Website: https://www.atnatachiangmai.com/ แล้วการพาน้องแมวไปเที่ยว ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างนะ? ถึงแม้การพาน้องแมวไปเที่ยวจะได้เปลี่ยนบรรยากาศและได้โอกาสสานสัมพันธ์ระหว่างเราและน้องแมว แต่ก็มีข้อควรระวังที่คนเลี้ยงแมวทุกคนต้องใส่ใจเพิ่มเติม ดังนี้ค่ะ การเตรียมตัวก่อนพาน้องแมวออกเดินทาง - สิ่งสำคัญก่อนพาน้องแมวออกไปท่องเที่ยวนอกสถานที่นั้น ก่อนอื่นก็ต้องเช็กให้ดีก่อนว่า น้องแมวของเราได้รับการตรวจสุขภาพจากคุณหมอเป็นประจำไหม รวมถึงน้องแมวของเราได้วัคซีนครบถ้วนตามกำหนดแล้วหรือยัง โดยเฉพาะน้องแมวที่ยังอายุน้อยจะต้องได้รับวัคซีนตามที่กำหนดเอาไว้ในแต่ละช่วงวัย รวมถึงได้รับยาป้องกันเห็บหมัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยของน้องแมวขณะท่องเที่ยวนั่นเอง - แนะนำให้พาน้องแมวไปทำความคุ้นเคยในรถยนต์เสียก่อน เค้าจะได้ไม่มีอาการแตกตื่นเมื่อต้องอยู่บนรถขณะเคลื่อนที่ โดยระหว่างที่นั่งในรถก็ให้เราพูดคุย ลูบหัว หรืออาจนำขนมและของที่น้องแมวชอบมากระตุ้นให้เค้าอยากอยู่ในรถก็สามารถทำได้ - สำหรับอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นของน้องแมวนั้น คนเลี้ยงแมวอย่างเราก็ควรเตรียมเอาไว้ให้พร้อมเสมอ โดยสิ่งจำเป็นอย่างแรกเลยก็คือกระเป๋าสำหรับใส่น้องแมวเดินทาง โดยหากน้องแมวของใครที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน แนะนำว่าก่อนเดินทางซัก 1 อาทิตย์ ให้เอากระเป๋ามาเปิดวางไว้ในห้องให้น้องแมวได้เข้าไปเล่นและคลุกคลีจนมีกลิ่นตัวเองติดอยู่ ซึ่งกระเป๋าใบนี้จะกลายเป็น Safe Zone ของเค้าในเวลาเดินทางจริงนั่นเอง - นอกจากกระเป๋าแล้ว สิ่งจำเป็นอื่นๆ อาทิเช่น อาหารแมว Purina ONE ที่เค้าทานเป็นประจำ ชามสำหรับให้อาหารแมว ชามใส่น้ำแมว สายรัดอกพร้อมสายจูง กระบะทรายแมวขนาดเล็ก ลูกกลิ้งเหนียว ฯลฯ ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเดินทางของน้องแมวเช่นกัน เมื่อพาน้องแมวเดินทางถึงที่หมายแล้ว - ก่อนจะปล่อยน้องแมว​ออกจากกระเป๋า อย่าลืมปิดประตูหน้าต่างของห้องพักเอาไว้ให้เรียบร้อย รวมถึงจัดเตรียมกระบะทรายแมวและชามให้อาหารแมวเอาไว้ในจุดที่เหมาะสม แล้วจึงค่อยปล่อยน้องแมวออกมาจากกระเป๋า - ควรเปิดกระเป๋าใส่น้องแมวทิ้งไว้ในห้องเพื่อเป็นพื้นที่หลบอันคุ้นเคยของน้องแมว - ช่วงแรกที่เดินทางไปถึงที่หมาย น้องแมวจะเริ่มสำรวจพื้นที่และสร้างอาณาเขตของตัวเอง ซึ่งเจ้าของอย่างเราควรจะต้องอยู่ด้วยตลอดเพื่อให้น้องแมวสบายใจ พอเค้าเริ่มชินพื้นที่จนเริ่มทิ้งตัวนอนแผ่ได้แล้วก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วล่ะ ทั้งนี้ การพาน้องแมวไปเที่ยวนอกสถานที่ เราควรพิจารณาตามลักษณะนิสัยของแมวด้วยว่า สามารถพาเค้าไปตามที่ต่างๆ ได้ด้วยหรือไม่หากน้องแมวไม่สามารถปรับตัวได้ดีนัก และมีความตื่นกลัวหนักก็ไม่แนะนำให้พาเค้าไปจะเป็นการดีที่สุด
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
มือใหม่เตรียมพร้อม รับเลี้ยงลูกแมวตัวแรก
คู่มือเตรียมตัวสำหรับแม่แมวมือใหม่ในการรับเลี้ยงลูกแมวตัวแรก
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
มือใหม่เตรียมพร้อม รับเลี้ยงลูกแมวตัวแรก สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มต้นเลี้ยงแมวตัวแรก หรือมีลูกแมวตัวใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวแล้วล่ะก็ การเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับดูแลเค้า ก็จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่ดูแลน้องแมวตัวน้อยให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เร็วขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เค้ามีอารมณ์ที่สดใสแล้ว ยังช่วยให้ลูกแมวตัวน้อยของเรา กลายเป็นลูกแมว สุขภาพดี สามารถทานอาหาร พักผ่อน และขับถ่ายเป็นปกติ ให้คุณพ่อคุณแม่น้องเหมียวมือใหม่อุ่นใจได้นั่นเองค่ะ 1. ตะกร้าแมว สำหรับเดินทางกลับบ้าน สำหรับการเลี้ยงแมวนี่ คือไอเท็มที่จำเป็นมากเลยค่ะ เพราะการพาลูกแมวไปหาหมอ หรือการเคลื่อนย้ายน้องแมวไปยังสถานที่ใหม่ อาจทำให้ลูกแมวตื่นกลัวและไม่สบายตัว เพื่อนๆ จึงควรเลือกขนาดตะกร้าที่ใหญ่พอให้แมวยืนและหมุนตัวได้ง่าย ควรปิดมิดชิด แต่ต้องระบายอากาศได้ดี และก่อนใช้งานควรปูผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ ที่เราใช้งานไปแล้วรองที่พื้นเสียก่อน เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยจะทำให้ลูกแมวรู้สึกสบายและปลอดภัยค่ะ 2. ชามใส่น้ำและอาหารลูกแมว เพื่อนๆ สามารถเลือกชามที่เหมาะสมกับขนาดตัวของลูกแมวได้อย่างอิสระ แต่แนะนำว่าอย่าลืมเติมน้ำสะอาดเอาไว้ให้เค้าทานเสมอเพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะของแมว ช่วยให้ลูกแมวสุขภาพดี และควรทำความสะอาดชามอาหารลูกแมวทุกวันนะคะ 3. กระบะทราย สำหรับเป็นห้องน้ำแมว ถึงจะยังเป็นเพียงลูกแมวตัวน้อย แต่ก็แนะนำให้มองหากระบะทรายที่ใหญ่พอสำหรับน้องแมวตัวเต็มวัยเอาไว้ก่อนได้ค่ะ เพื่อที่เค้าจะสามารถใช้ได้ยาวๆ จนโต และขอแนะนำให้เลือกกระบะทรายที่มีความลึกอย่างน้อย 3 เซนติเมตร เพื่อให้น้องแมวตะกุยทรายกลบของเสียเค้าได้สะดวกด้วยนะคะ 4. ทรายแมวคุณภาพดี ทรายแมวเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับการขับถ่ายของลูกแมว รวมทั้งยังช่วยให้สุขอนามัยภายในบ้านดีขึ้นอีกด้วย เราจึงควรเลือกใช้ทรายแมวที่ได้คุณภาพ เพราะนอกจากจะช่วยให้กระบะทรายของลูกแมวสะอาดแล้ว ตัวทรายแมวควรจะอุ้มน้ำได้ดีและขจัดกลิ่นได้มากกว่าการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์หรือขี้เลื่อยค่ะ เพื่อนๆ ควรใช้ตะแกรงเหล็กตักของเสียของลูกแมวออกจากทรายแมวทุกวันเพื่อทำความสะอาด เพื่อสุขอนามัยของลูกแมว และล้างด้วยน้ำและสบู่สัปดาห์ละครั้ง เพราะน้องแมวนั้นไม่ชอบกระบะทรายแมวที่เหม็นและสกปรกนะคะ
ดูแลลูกแมว
Top 3 Cats Diseases in Summer
โรคสุดฮอต : 3 โรคหน้าร้อนที่ต้องระวังในน้องแมว
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
โรคสุดฮอต : 3 โรคหน้าร้อนที่ต้องระวังในน้องแมว พอหน้าร้อนทีไร มองออกไปนอกหน้าต่างแค่เห็นแดดก็เพลียแล้ว...อย่าว่าแต่เจ้าของเลย เพราะเจ้าเหมียวของ พวกเราก็มีเรื่องให้ต้องเพลียในหน้าร้อนเหมือนกัน วันนี้เราจึงขออาสาพาทุกท่านมารู้จักกับ 3 โรคแมวสุดฮอตในหน้าร้อน ที่ต้องระวังไม่ให้เกิดขึ้นกับ น้องเหมียว สุดที่รักของเรา จะมีอะไรบ้างนั้น...ไปดูกันเลย พิษสุนัขบ้า หลายท่านยังอาจเข้าใจผิดอยู่ว่า โรคพิษสุนัขบ้า จะพบได้เฉพาะแต่ในหน้าร้อนเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว จะฤดูไหนๆ โรคนี้ก็สามารถระบาดได้ทั้งนั้น แม้ไม่มีคำว่า “แมว” อยู่ในชื่อโรค แต่นี่ก็ถือเป็นหนึ่งใน list ของโรคแมวที่สามารถเป็นได้ ความน่ากลัวของมันก็คือสัตว์ทุกตัวที่ติดเชื้อ ไวรัสพิษสุนัขบ้า หรือ “เรบี่ส์” (Rabies) เข้าไปแล้ว จะไม่มีทางรักษา และต้องเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้มันยังเป็นหนึ่งในโรคที่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ และทำให้คน เสียชีวิตได้เช่นกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการฉีด วัคซีนพิษสุนัขบ้าให้น้องแมวของเราจึงสำคัญอย่างยิ่ง พอๆ กับการฉีดวัคซีน โรคแมวอื่นๆ เลย ซึ่งวัคซีนโรค พิษสุนัขบ้า สามารถเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่ที่น้องแมว อายุ 12 สัปดาห์ หลังจากนั้นควรฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้น้องแมวเป็นประจำทุกปี และอย่าลืมว่า ควรเก็บ หลักฐานประวัติการฉีดวัคซีนของน้องแมว แบบลงวันที่และมีลายเซ็นต์จากสัตวแพทย์ไว้ด้วยทุกครั้ง โรคนี้มีช่องทางการติดต่อคือ ทางน้ำลาย<>ซึ่งทาสแมวทุกท่านต่างทราบดีว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์ที่ชอบเลียอุ้งเท้าตัวเองเป็นที่สุด จึงมีโอกาสที่น้ำลายและเชื้อไวรัสจะไปเคลือบอยู่ที่เล็บแมวได้ ดังนั้น หากท่านไหนที่ถูกแมวแปลกหน้า หรือน้องแมวจรจัดข่วน ก็ต้องไม่​ลืมไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ตัวเองด้วยนะ ยิ่งในขณะนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าใน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ เจ้าของน้องเหมียว ทุกท่านจึงไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ลมแดด โรคลมแดดหรือที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินในชื่อ “ฮีทสโตรก” มันก็คือภาวะที่ร่างกายของน้องแมวร้อนจนไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จนเกิดอาการ “ลมแดด” ขึ้น แม้ว่าน้องแมวจะขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่สามารถทนอากาศร้อนและความแห้งแล้งได้ดีกว่าสุนัขก็ตาม แต่ก็อย่าได้ไว้วางใจอากาศร้อนชนิดเผาไหม้ให้เกรียมได้แบบเมืองไทยนะ เพราะมันอาจทำให้แมวป่วยได้เลยเชียวล่ะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าน้องแมวป่วยเป็นโรคลมแดด ง่ายๆ เลยก็คือ เราจะเห็นน้องแมวซึม เริ่มหายใจเร็วกว่าปกติ เหงือกและลิ้นแดงก่ำ ตัวแมวร้อน เริ่มเดินเซ ทรงตัวไม่ได้ อาเจียน และอาจถึงขั้นหมดสติ หากเจ้าของท่านไหนสังเกตเห็นอาการแบบนี้ประกอบกับน้องแมวตัวร้อนผิดปกติ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วนๆ เลยนะ เพราะโรคนี้อาจอันตรายถึงชีวิตได้เลย ดังนั้นในช่วงหน้าร้อนต้องระมัดระวังดูแลแมวไม่ให้อยู่ในที่ๆ ปิดทึบอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ในรถ หรือในห้องที่ไม่มีหน้าต่างนะ รวมทั้งหมั่นสังเกตว่าแมวกินน้ำน้อยเกินไปหรือเปล่า ท้องเสีย อีกหนึ่งโรคแมวที่หลายคนไม่คาดคิด ถึงจะดูเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรงอะไรแต่ทราบหรือไม่ว่าแค่ “ท้องเสีย” ก็อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเมื่อน้องแมวป่วย เจ้าของมักจะสังเกตเห็นแมวซึม แมวกินน้ำน้อย แมวเบื่ออาหาร และยิ่งร่วมกับอาการแมวท้องเสียด้วยล่ะก็ คราวนี้ร่างกายก็จะขาดน้ำอย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายได้ และหนึ่งในต้นเหตุของปัญหาแมวท้องเสียดังกล่าว ก็อาจจะมาจากอาหารที่พวกเขากินเข้าไปก็ได้ อย่างที่เราจะสังเกตเห็นว่า ในหน้าร้อนแบบนี้ ทั้งขนมหรือของกินที่ไม่ได้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็นมักจะเสียได้ง่าย นั่นก็เพราะอากาศและความชื้นแบบนี้นี่แหละ ที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของแบคทีเรียในอาหารเป็นที่สุด และนั่นก็รวมถึงอาหารของเจ้าเหมียวสุดเลิฟของเราด้วย โดยเฉพาะบ้านไหนที่ให้อาหารแมวแบบเปียก หรืออาหารโฮมเมด ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ หากน้องเหมียวไม่กินหรือกินไม่หมด เราก็ไม่ควรตั้งทิ้งไว้ ควรเก็บและล้างทำความสะอาดภาชนะทันที มิฉะนั้นอาจจะทำให้น้องแมวป่วย เป็นโรคท้องเสียได้นะจ๊ะ รู้แบบนี้แล้ว ในหน้าร้อนนี้ก็อย่าลืมดูแลแมวกันให้ดีๆ ด้วยล่ะ จะได้ไม่ต้องมีโรคร้ายมาทำอันตรายน้องเหมียวของเรา โดยนอกจากทำวัคซีนกันให้ครบแล้ว ก็อย่าลืมเลือกให้อาหารแมวที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมอย่าง Purina ONE ทุกสูตรได้เลย เพราะ Purina ONE ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมคัดสรรอย่างดีเพื่อให้เหมาะกับแมวในแต่ละช่วงวัย แถมยังรสชาติถูกปาก จนลืมเรื่องปัญหาแมวเบื่ออาหารไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลาทูน่า เนื้อไก่ และเนื้อไก่งวงแท้ๆ ซึ่งอุดมด้วยสารอาหาร ทำให้น้องแมวมีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง เห็น สัญญาณสุขภาพดีครบ 6 ประการ ตั้งแต่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้น้องแมวไม่ป่วยง่าย ผิวหนังและขนของเค้ามีสุขภาพดี ดวงตาสดใส รวมถึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายดีซึ่งสังเกตได้จากการที่น้องแมวขับถ่ายเป็นก้อน รวมถึงส่งผลให้เค้ามีกล้ามเนื้อและหัวใจที่แข็งแรงทำให้ร่างกายสมส่วนไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป มีกระดูกและข้อต่อแข็งแรงวิ่งเล่นของเล่นแมวกับเราได้อย่างร่าเริง และยังช่วยลดคราบหินปูนและลดกลิ่นปาก ซึ่งแน่นอนว่าสัญญาณสุขภาพดีทั้งหมดนี้ เพื่อนๆ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จริงใน 30 วันแน่นอน เพื่อนๆ
ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
what-dogs-can-chew
สุนัขเคี้ยวอะไรได้
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
การดูแลสุขภาพฟันของสุนัขอาจเป็นเรื่องยุ่งยากเมื่อสุนัขชอบคาบของที่ไม่เหมาะกับสุนัข แต่การจะสอนให้สุนัขเข้าใจว่าสุนัขห้ามเคี้ยวหรือเอาอะไรเข้าปากได้บ้างอาจเป็นเรื่องยาก บทความนี้ได้รวบรวมสาระดี ๆ เกี่ยวกับของที่สุนัขเคี้ยวได้หรือของต้องห้ามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพช่องปาก สุนัขห้ามเคี้ยวอะไรบ้าง เคี้ยวกิ่งไม้เล่นได้ไหม การเล่นโยนกิ่งไม้ให้สุนัขวิ่งไปคาบในสวนสาธารณะนั้นเป็นกิจวัตรส่วนหนึ่งของการพาสุนัขออกไปเดินเล่นมานาน แต่คุณรู้ไหมว่า สัตวแพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้เล่นแบบนี้ เนื่องจากการคาบกิ่งไม้อาจทำให้สุนัขถูกเสี้ยนตำได้ แต่ถ้าสุนัขเริ่มหัดคาบกิ่งไม้ก็ไม่ต้องกลัว เพราะส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้ถูกเสี้ยนตำเสมอไป คุณควรตรวจดูปากของสุนัขให้ดีหลังจากที่เขาเล่นคาบกิ่งไม้ และหากเป็นไปได้ลอง ให้เขาหัดคาบอย่างอื่นแทน เวลาที่พาสุนัขออกไปเดินเล่น ควรเปลี่ยนให้สุนัขคาบของเล่นหรือลูกบอลแทน ให้ถือว่าเป็นโอกาสให้คุณได้เลือกของเล่นใหม่ให้สุนัขก็ได้ สุนัขเคี้ยวหินเล่นได้ไหม สุนัขหลายตัวชอบเล่นก้อนหินที่เจอเวลาไปเดินเล่นหรือที่ขุดเจอในสวน เนื่องจากก้อนหินมีกลิ่นพิเศษเฉพาะตัวที่ได้จากสิ่งแวดล้อมนอกบ้านและขนาดก็พอเหมาะกับปากสุนัขด้วย อย่างไรก็ตาม สุนัขห้ามเคี้ยวหินบ่อย ๆ ก็เนื่องจากจะผลให้ที่เคลือบฟันสึกกร่อน เคลือบฟันนี้เป็นชั้นที่ป้องกันเนื้อฟัน หากมีการสึกมาก ๆ ก็จะทำให้สุนัขรู้สึกไม่ดีเวลากินอาหาร จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมควรหัดให้สุนัขหัดเคี้ยวของอย่างอื่นที่ปลอดภัยกว่าเช่น ของเล่น แทนที่จะให้เคี้ยวก้อนหินในสวน สุนัขเคี้ยวพลาสติกได้ไหม ถึงแม้ว่าพลาสติกส่วนใหญ่อาจจะดูนิ่ม แต่เมื่อฉีกขาดแล้วก็อาจคมและบาดปากได้ ซึ่งสุนัขที่ชอบคาบและเคี้ยวของเล่นพลาสติกอย่างจานร่อน (Frisbee) หรือวัสดุอื่น ๆ ภายในบ้านอาจเสี่ยงโดนพลาสติกบาดปากได้ ควรเก็บพลาสติกให้ห่างจากสุนัข พร้อมกับตรวจดูสภาพของเล่นต่าง ๆ เช่น จานร่อน (Frisbee) อย่างสม่ำเสมอว่า มีรอยแตกหรือร้าวหรือไม่ หากของเล่นพลาสติกเริ่มมีรอยร้าว ควรหาชิ้นใหม่มาเปลี่ยน สุนัขแทะกระดูกเล่นได้ไหม เจ้าของสุนัขหลายคนชอบเอาใจสุนัขด้วยการให้กระดูกจริงมาเคี้ยวเล่นเป็นครั้งเป็นคราว แม้กระดูกจะมีรสชาติดี แต่ก็อาจเป็นอันตรายได้ เนื่องจากอาจแตกหักและบาดช่องปากสุนัขจนเป็นอันตราย นอกจากนี้ ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่แตกและกลืนเข้าไปอาจทำให้เกิดปัญหาลำไส้ได้ ดังนั้นเจ้าของควรสังเกตเวลาสุนัขเคี้ยวกระดูกเล่นให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว หากให้เขาเคี้ยวกระดูกเล่น ควรลดเวลาให้สั้นลง หรือซื้อกระดูกสังเคราะห์ที่ผลิตเพื่อให้สุนัขเคี้ยวเล่นแทน กระดูกสังเคราะห์นี้ปลอดภัยกว่าและออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยงเล่นโดยเฉพาะ ไม่อันตรายและเหมาะกับการเป็นขนมรสอร่อยสำหรับสุนัข สุนัขเคี้ยวฝักข้าวโพดได้ไหม สุนัขไม่ควรกินฝักข้าวโพด เพราะนอกจากจะครูดช่องปากภายในแล้ว หลังกลืนลงไป ฝักข้าวโพดบางส่วนอาจะยังชิ้นใหญ่เกินไป และอาจบาดลำไส้โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก หากสุนัขของคุณชอบออกวิ่งเล่นนอกบ้าน ต้องแน่ใจว่า สุนัขไม่เข้าไปกัดเคี้ยวฝักข้าวโพด
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Puppy Vaccinations
ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสุนัขโตและลูกสุนัข
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
การฉีดวัคซีนสุนัขเป็นเรื่องจำเป็น แต่อาจสร้างความสับสนแก่มือใหม่ที่เพิ่งหัดเลี้ยงสุนัขได้ สุนัขต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง และฉีดเมื่อไหร่ วัคซีนไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันสุนัขโตหรือลูกสุนัขที่เรารักจากโรคร้ายแรง แต่ยังป้องกันไม่ให้โรคร้ายแพร่ไปยังสุนัขตัวอื่นด้วย การฉีดวัคซีนสุนัขเป็นเรื่องจำเป็นและส่งผลต่อสุขภาพของสุนัขโตและลูกสุนัขอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราจะนำสุนัขมาเลี้ยง ควรขอดูประวัติการฉีดวัคซีนจากผู้เพาะพันธุ์สุนัขตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและวางแผนฉีดวัคซีนให้ต่อเนื่องกับแผนดังกล่าว การฉีดวัคซีนสุนัขให้ตรงตามกำหนดช่วยสร้างภูมิป้องกันโรคร้ายที่อาจทำให้สุนัขเสียชีวิต และที่สำคัญ ยังช่วยให้ลูกสุนัขเติบโตขึ้นเป็นสุนัขที่แข็งแรง หากคุณเป็นมือใหม่หรือกำลังคิดจะเลี้ยงสุนัข คุณก็อาจสงสัยว่าลูกสุนัขต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ฉีดเมื่อไหร่ และค่าใช้จ่ายเท่าใด Purina ได้รวบรวมข้อมูลวัคซีนต่าง ๆ ที่ลูกสุนัขต้องได้รับในบทความนี้ มาดูรายละเอียดกัน กำหนดการฉีดวัคซีนสุนัข สุนัขจะเริ่มได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุประมาณ 6-12 สัปดาห์ ในช่วงนี้ลูกสุนัขยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีพอ ดังนั้นจึงไม่ควรพาเขาไปเดินเล่นข้างนอกหรือพาเขาไปเข้าสังคม พบปะกับสุนัขตัวอื่นนอกบ้าน นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่าสุนัขตัวอื่น ๆ ในบ้านได้ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วหรือยัง ลูกสุนัขควรจะได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม หากสุนัขที่เลี้ยง ได้มาจากผู้เพาะพันธุ์ ให้ขอประวัติการให้วัคซีนมาด้วย แต่หากรับลูกสุนัขมาเลี้ยง ให้ขอข้อมูลจากว่าลูกสุนัขได้รับวัคซีนอะไรบ้าง เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง นอกจากฉีดวัคซีนสุนัขเข็มแรกแล้ว ลูกสุนัขยังต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิเพิ่มเติมด้วย วัคซีนบางตัวอาจสร้างภูมิให้สุนัขได้ตลอดชีวิต แลควรทำการฉีดกระตุ้นทุกปีเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ไม่ต้องกังวล สัตวแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำว่าลูกสุนัขควรฉีดวัคซีนอะไรบ้างและเมื่อไหร่ นอกจากนี้คุณอาจขอคำแนะนำเป็นการส่วนตัวว่าลูกสุนัขของคุณควรฉีดวัคซีนเมื่อไหร่เพื่อให้คุณได้วางแผนกำหนดไว้ในตารางของคุณ
ดูแลสุนัข
Artboard 34
เทคนิควิธีการเลี้ยงแมวในบ้านให้สุขภาพดีมีความสุข
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
เทคนิคเลี้ยงแมวในบ้านให้สุขภาพดีมีความสุข หนึ่งสิ่งที่เจ้าของแมวหลาย ๆ คนเห็นตรงกันก็คือ การเลี้ยงแมวในบ้านนั้นช่วยให้เจ้าของสบายใจทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพ และเรื่องความปลอดภัยสำหรับตัวแมวเอง บวกกับวิถีชีวิตของเจ้าของแมวในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป มีการเข้ามาอาศัยอยู่ในคอนโดกันมากขึ้น อีกทั้งคอนโดหลายแห่งก็อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ จึงไม่แปลกเลยที่การเลี้ยงแมวในคอนโดได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก สำหรับแมวที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดแบบไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกแล้ว การจะดูแลพวกเขาให้มีความสุขนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เรามีเทคนิคเลี้ยงแมวในบ้านให้สุขภาพดีและมีความสุขมาฝากกัน
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
วิธีดูง่ายๆ ว่าแมวของเราอายุเท่าไหร่แล้ว
วิธีดูอายุแมวง่ายๆ ว่าน้องแมวอายุกี่ปีแล้ว
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
วิธีดูง่ายๆ ว่าแมวของเราอายุเท่าไหร่แล้ว ปกติแล้วถ้าเราเลี้ยงน้องแมวมาตั้งแต่เด็กคงไม่มี ปัญหากับเรื่องอายุเพราะเราคงจดบันทึกไว้หรือถ้าลืมก็สามารถนับปีย้อนหลังได้ แต่ สำหรับคนที่นำแมวจรมาเลี้ยง ไม่ว่าจะเจอเองหรืออุปการะมาจากสถานสงเคราะห์ อาจจะพบปัญหาว่าไม่ทราบว่าแมวของเราอายุเท่าไหร่กันแน่ ดังนั้นคราวนี้เราจึง มาบอกวิธีดูอายุแมวแบบเบื้องต้นให้ได้ทราบกันดังนี้ วิธีที่ 1 : ดูอายุแมวจากฟัน ฟันแมวถือว่าเป็นอวัยวะที่ใช้ดูอายุแมวได้ดีที่สุด โดยในเบื้องต้นแมวจะมีฟันน้ำนมที่เป็นฟันตัด (ฟันหน้า) งอกออกมาประมาณ 2- 4 สัปดาห์ จากนั้นฟันเขี้ยวจะงอกตอน 3-4 สัปดาห์ ส่วนฟัน กรามน้อย (premolars) จะงอกออกมาตอน 4-6 สัปดาห์ โดยฟันลูกแมวจะขึ้นครบตอนประมาณ 8 สัปดาห์ ซึ่งเราใช้ตำแหน่งของฟันเหล่านี้คาดคะเนอายุของลูกแมวคร่าวๆ ได้ เมื่อลูกแมวอายุได้ประมาณ 6 เดือน ฟันน้ำนมจะถูกแทนที่ด้วยฟันแท้จนหมด ซึ่งหลังจากนี้เราจะคาดคะเนอายุแมว ได้ยากขึ้นแต่ก็สามารถดูได้ โดยหากแมวตัวนั้นมีฟันแท้ทั้งปากและฟันยังมีสีขาวนวลแสดงว่ามีอายุประมาณ 6-12 เดือน แต่ถ้าฟันแท้เป็นสีเหลืองและบางซี่มีหินปูนนิดหน่อยแสดงว่าอาจจะมีอายุประมาณ 1-2 ปี แต่ถ้าฟันทุกซี่มีหินปูนเกาะหมดแสดงว่าอายุประมาณ 3-4 ปี และสุดท้ายถ้ามีหินปูนมากทุกฟันเลยแสดงว่าอายุ 5-10 ปี แต่ถ้าฟันมีหินปูนมากและมีฟันหลุดหายไปบางซี่ด้วยแสดงว่าอาจจะเป็นแมวแก่อายุ 10 ปีขึ้นไป
พฤติกรรมและการสอนสัตว์เลี้ยง
Cat Avoided Drinking Water
ไขทุกประเด็นกับปัญหาแมวกินน้ำน้อย
ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ไขทุกประเด็นกับปัญหาแมวกินน้ำน้อย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงไม่ค่อยเห็นแมวกินน้ำเลย หรือบางทีกินแต่ก็น้อยมาก แบบนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า จริงๆ แล้วแมวควรกินน้ำเท่าไหร่กันแน่ เพื่อแก้ข้อสงสัยนี้เราจะมาไขปริศนากันว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้แมวไม่กินน้ำและกินน้ำน้อย รวมไปถึงวิธีแก้ไขเบื้องต้นง่ายๆ กัน 1. แมวเป็นสัตว์ที่กินน้ำน้อยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เชื่อกันว่าบรรพบุรุษของแมวถือกำเนิดขึ้นในดินแดนแห้งแล้งแถบทะเลทราย จึงทำให้แมวกินน้ำน้อยเพราะถูกจำกัดโดยสิ่งแวดล้อม แม้ว่าในปัจจุบันเวลาจะผ่านมานานแล้วแต่อุปนิสัยนี้ก็ยังคงติดตัวแมวมาอยู่ดี ทำให้แมวส่วนใหญ่ยังคงกินน้ำน้อยโดยอัตโนมัติ แต่อย่างไรก็ดีสัตวแพทย์ได้วิเคราะห์ออกมาแล้วว่าแมวควรได้รับน้ำประมาณ 44-66 มิลลิลิตร ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยถ้าแมวกินน้ำน้อยเกินไปจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไต โรคนิ่ว และโรคระบบทางเดินปัสสาวะได้
การให้อาหารและโภชนาการ

Pagination

  • First page
  • Previous page
  • …
  • Page 17
  • Page 18
  • Page 19
  • Page 20
  • Page 21
  • Page 22
  • Page 23
  • Page 24
  • Page 25
  • …
  • Next page
  • Last page
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา
  • แมว
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • สุนัข
    • ดูแลสัตว์เลี้ยง
    • ค้นหาสัตว์เลี้ยง
    • ผลิตภัณฑ์
    • แบรนด์ของเรา
  • เกี่ยวกับเรา
    • พันธกิจของเรา
    • เรื่องราวของเรา
    • คำมั่นสัญญาของเพียวริน่า
    • เพียวริน่าในชุมชน
  • อื่นๆ
    • เลือกสายพันธุ์
    • ติดต่อเรา

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.

©Reg. Trademark of Nestlé S.A.

ข้อตกลงและเงื่อนไขสำหรับเว็บไซต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบาย Cookies
© 2026 Purina. All Rights Reserved.
© 2026 Purina. All Rights Reserved.