Machine Name
dog
Zoomed product photo

เวลช์ คอร์กี้ (เพ็มโบรค)

เป็นที่รู้จักกันดีถึงขนาดที่กะทัดรัด ยืนสี่เท้าด้วยความมั่นคง พร้อมกับลำตัวใกล้ชิดผืนดิน เป็นจุดเด่นของสุนัขพันธุ์เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ ที่ดึงดูดผู้คนด้วยหน้าตาละม้ายคล้ายสุนัขจิ้งจอก มาพร้อมกับขนเส้นตรง ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป เรียงตัวกันแน่น โดยไม่มีขนอ่อนหรือขนหยิกเข้ามาแทรกเลย

The need-to-know

  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่้เคยเลี้ยงสุนัขมาบ้าง
  • ต้องฝึก
  • ชอบเดินเป็นประจำ
  • ชอบเดินวันละ 1-2 ชั่วโมง
  • สุนัขขนาดกลาง
  • น้ำลายไหลให้น้อยที่สุด
  • ต้องดูแล/ตัดขนสัปดาห์ละครั้ง
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • สุนัขช่างพูดและช่างเห่า
  • สุนัขเฝ้าบ้าน ต้องเห่าและเตือน
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • สุนัขครอบครัวที่ดี
อายุเฉลี่ย :
12-15 ปี
น้ำหนัก :
9-12 กิโลกรัม
ส่วนสูง :
25-30 เซนติเมตร
สีขน :
red, sable, fawn, black และ tan โดยอาจมีแต้มสีขาวร่วมด้วย
ขนาดตัว :
เล็ก
กลุ่มโดยอ้างอิงจาก UK Kennel Club :
Pastoral
บุคลิกภาพ

สุนัขพันธุ์เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ เป็นสุนัขที่รักเจ้าของมาก จนในบางครั้งถ้าเป็นคนอื่นนอกจากเจ้าของแล้วก็อาจจะไม่สนใจไปเลย แต่นิสัยโดยรวมก็เป็นสุนัขที่ค่อนข้างเชื่องและตื่นตัวอยู่เสมอ มาพร้อมกับขนาดตัวเล็ก ซึ่งจริง ๆ แล้วดูเหมือนจะเป็นสุนัขตัวใหญ่ที่ขาสั้นมากกว่าที่จะเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก

เป็นสุนัขที่มีความกล้า น่ารักเป็นมิตร เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย รักเจ้าของมาก และยังทำหน้าที่เฝ้าบ้านได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังชอบที่จะได้เล่นกับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งคงจะดีหากมีกิจกรรมให้สุนัขพันธุ์นี้ได้เล่นด้วยกันบ่อย ๆ และจุดสำคัญที่ลืมไปไม่ได้เลยคือสุนัขเพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ เป็นสุนัขที่มีเชื้อสายมาจากสุนัขต้อนฝูงสัตว์ และด้วยจิตวิญญาณนั้นของเจ้าคอร์กี้ก็เลยอาจจะอยากต้อนฝูงคนและฝูงเด็กไปด้วยเหมือนกัน

ประวัติและต้นกำเนิด

เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นสุนัขทรงเลี้ยงของพระราชีนีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะสุนัขต้อนฝูงวัว โดยเชื่อว่าเริ่มแรกนั้น สุนัขเพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ ถูกพาเข้ามาสู่เวลส์ โดยช่างทอผ้าชาวเฟลมิช ทำงานเป็นสุนัขต้อนฝูงวัวขนาดเล็กจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่ระยะสั้น ๆ แต่อาจใช้ระยะเวลาเป็นวันในการเดินทาง ซึ่งถ้าไม่แข็งแกร่งจริงก็คงจะทำงานนี้ไม่ได้ แต่เจ้าเพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ก็ทำมาแล้ว นอกจากนี้เมื่อก่อนผู้คนเชื่อว่าสุนัขคอร์กี้มีอยู่เพียงคอร์กี้ชนิดเดียว แต่เพิ่งมีการแยกเป็นพันธุ์เพ็มโบรค คอร์กี้ และพันธุ์แคนาเดียน คอร์กี้ เมื่อปี 1934

โภชนาการและการให้อาหาร

การจัดการอาหารให้กับสุนัขควรมีการควบคุมระดับของพลังงานและสารอาหารให้เหมาะสมต่อความต้องการ ควบคู่ไปกับการวางน้ำสะอาดให้พร้อมดื่มได้ทั้งวัน นอกจากนี้ควรประเมินรูปร่างและหุ่นของสุนัขเป็นประจำ เพื่อให้สุนัขมีหุ่นที่ดี ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป โดยการให้อาหารสุนัขพันธุ์คอร์กี้ ควรแบ่งให้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้สามารถดูปริมาณการให้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ที่สุนัขกินอยู่

การออกกำลังกาย

ด้วยความที่สุนัขพันธุ์นี้ถูกคัดเลือกพันธุ์มาเพื่อการเดินทางไกลไล่ต้อนฝูงสัตว์ ดังนั้นคอร์กี้จึงมีพละกำลังมหาศาล ขนาดที่ว่าปริมาณการออกกำลังกายต่อวันของสุนัขพันธุ์นี้ไม่ควรต่ำกว่าวันละ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าจะให้ดีเลยก็คือควรมากกว่านั้น และคอร์กี้ยังต้องการที่จะไล่ต้อนบางสิ่งอยู่เสมอ แต่ถ้าจะให้หาวัวมาเพื่อให้เจ้าคอร์กี้ไล่ต้อนก็คงจะยากเกินไป คุณสามารถเลือกใช้ลูกบอลขนาดใหญ่ “Treiball” or “sheep ball” ทดแทนฝูงสัตว์ให้สุนัขพันธุ์นี้วิ่งต้อนได้ อย่างไรก็ดีคอร์กี้อาจไม่ใช่สุนัขที่เหมาะจะเป็นคู่หูกับเจ้าของนักวิ่ง แต่ก็สามารถเป็นคู่ใจนักเดินทางไกลได้ดีเลยทีเดียว

เจ้าของในอุดมคติ

เจ้าของในอุดมคติของสุนัขพันธุ์เพ็มโบรค คือเจ้าของที่มีความเข้าใจในนิสัยและพฤติกรรมของสุนัขต้อนฝูงสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขต้อนฝูงที่ทำหน้าที่ได้อย่างรอบด้านอย่างเจ้าคอร์กี้ เพื่อที่สุนัขจะได้อยู่ด้วยอย่างสบายใจ ควรมีกิจกรรมบางอย่างให้สุนัขได้ทำสม่ำเสมอ เพราะด้วยจิตวิญญาณของสุนัขต้อนฝูงวัวของเจ้าคอร์กี้แล้ว หากไม่มีอะไรทำก็อาจจะไปทำหน้าที่ต้อนฝูงคนหรือฝูงเด็กแทน ซึ่งถ้าเราไม่เชื่อฟังนักต้อนฝูงผู้นี้ล่ะก็เราอาจจะได้รอยขบกัดประทับที่ข้อเท้าของเราก็เป็นได้

ข้อมูลอื่นๆ

มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง

โดยทั่วไป สุนัขเพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ เป็นสุนัขที่มีร่างกายแข็งแรง แต่ก็อาจเสี่ยงที่จะมีโรคเหล่านี้ได้เช่นกัน ภาวะความเสื่อมของไขสันหลัง (Degenerative myelopathy) อาจส่งผลให้เกิดการอัมพาตบริเวณช่วงขาหลัง

ขนาดพื้นที่ที่ต้องการ

เพ็มโบรค คอร์กี้ เป็นสุนัขที่ไม่ต้องการพื้นที่มากนัก แต่พื้นที่ที่สุนัขพันธุ์นี้ต้องการคือพื้นที่สวนที่ปลอดภัย เพราะความสามารถพิเศษอีกอย่างของคอร์กี้คือการขุดรอบรั้วและมุดลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ออกไปได้ อีกทั้งด้วยสรีระประจำพันธุ์ที่มีลำตัวยาวแต่ขาสั้น จึงควรระวังเรื่องการขึ้น-ลงบันไดของสุนัขพันธุ์นี้ด้วย โดยควรหลีกเลี่ยงการใช้บันไดในสุนัขวัยเด็ก และเมื่อสุนัขโตเต็มวัยก็อาจใช้บันไดได้บ้าง แต่ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น สุนัขคอร์กี้ยังเป็นสุนัขที่อยู่ได้ทั้งในพื้นที่เมืองและพื้นที่ชนบท แต่พฤติกรรมที่ส่งเสียงดังเมื่อรู้สึกตื่นตัว ก็อาจทำให้เหมาะสมที่จะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่หนาแน่น เพื่อป้องกันเสียงที่อาจรบกวนเพื่อนบ้านได้

การฝึกสุนัข

ขนมและสารพัดของเล่น เป็นสิ่งที่ใช้ดึงดูดสุนัขพันธุ์คอร์กี้ในการฝึกได้เป็นอย่างดี ทำให้สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่พร้อมที่จะเล่นกับผู้คนเสมอ แต่ด้วยลักษณะทางกายภาพก็อาจเป็นข้อกำจัดที่ทำให้ทำกิจกรรมบางอย่างไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดีคอร์กี้เป็นสุนัขที่ฉลาดมาก จึงสามารถเล่นหรือทำกิจกรรมที่มีความซับซ้อนได้

เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ และการเป็นสมาชิกครอบครัว

สุนัขพันธุ์นี้เหมาะที่จะเลี้ยงในครอบครัวที่มีสมาชิกค่อนข้างโตแล้ว เพราะเป็นเรื่องธรรมดาหากเจ้าคอร์กี้จะคอยต้อนฝูงคนและขบบริเวณเท้าของคนที่ไม่เชื่อฟัง ซึ่งอาจเป็นปัญหาได้ หากในบ้านมีเด็กเล็กที่ไม่เข้าใจการขบกัดของคอร์กี้และอาจจะตอบสนองไปในแบบที่ไม่เหมาะสม หรืออาจจะเกิดเหตุการณ์วิ่งไล่กันจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ แต่อย่างไรก็ดีด้วยนิสัยของคอร์กี้แล้วก็เป็นสุนัขที่เหมาะกับครอบครัวที่มักมีกิจกรรมร่วมกันบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรกับเด็กแค่ไหน แต่ทั้งเด็กและสุนัขก็ควรได้รับการสอนให้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมถึงวิธีเล่นกันอย่างปลอดภัย ซึ่งอย่างไรก็ดีไม่ว่าจะกรณีไหนก็ไม่ควรทิ้งเด็กกับสุนัขไว้เพียงลำพัง ควรมีผู้ใหญ่จับตาดูอยู่เสมอ

รู้หรือไม่

  • มีตำนานกล่าวไว้ว่าคอร์กี้เป็นสุนัขเวทมนตร์ ที่ทำงานลากเลื่อนให้กับเวลช์แฟร์รี่ คอยนำฝูงให้กับวัวของแฟร์รี่ และยังเป็นสัตว์พาหนะให้กับนักรบแฟร์รี่อีกด้วย โดยเป็นที่กล่าวกันว่าใครก็ตามที่มีดวงตาแหลมคมและหัวใจที่เปิดรับทุกสิ่งจะสามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของอานสำหรับให้แฟร์รี่นั่งที่ระหว่างไหล่ของคอร์กี้
  • พระราชีนีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเลี้ยงสุนัขคอร์กี้ตัวแรกตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ เป็นสุนัขคอร์กี้เพศผู้ ชื่อ ดู๊กกี้ (Dookie) ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ในปี 1933 และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ทรงเลี้ยง เจน (Jane) สุนัขคอร์กี้เพศเมียซึ่งได้มีลูกหลานสืบต่อมาและได้กลายเป็นประเพณีการเลี้ยงสุนัขคอร์กี้ในราชสำนักนับตั้งแต่นั้นมา
  • จนถึงทุกวันนี้ เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ ก็ยังคงเป็นสุนัขที่เก่งเรื่องการต้อนฝูงสัตว์ และยังคงได้เข้าประกวดในการแข่งขันต้อนฝูงสัตว์ของ AKC อยู่จวบจนทุกวันนี้
  • เชื่อว่าชื่อ “คอร์กี้” มี 2 แหล่งที่มา อย่างแรกคือ คำว่า “คอร์”ในภาษาเวลช์ แปลว่าเฝ้าดู/รวบรวม และ “กี้” แปลว่าสุนัข ส่วนอีกที่มากล่าวว่า “คอร์” มีความหมายอีกอย่าง หมายถึงแคระ หรือตัวเล็ก
  • สุนัขเพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ ชื่อ รูฟัส เป็นสุนัขของผู้บริหารและวิศวกรบริษัทแอมะซอน ซึ่งได้ติดตามเจ้าของมาทำงานที่บริษัททุกวัน จนกลายเป็นมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการของบริษัทแอมะซอน
Zoomed product photo

แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย

ถ้าว่าด้วยเรื่องสุนัขเทอร์เรียชนิดนี้ จริง ๆ แล้วถือว่ามีสองสายพันธุ์รัสเซลเทอร์เรียที่ใกล้เคียงกันอยู่ คือ แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย และ พาร์สัน รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Parson Russell Terrier) แต่ชื่อที่เราคุ้นหูมากที่สุดค้นไม่พ้น เจ้าแจ็ค รัสเซลล์ สุนัขไซส์กะทัดรัด ตัวแน่น ที่มาพร้อมกับความร่าเริงและความกระฉับกระเฉง เจ้าเทอร์เรียสายพันธุ์นี้มีส่วนสูงเพียงแค่ 10-14 นิ้ว โดยวัดจากหัวไหล่ถึงพื้นเท่านั้น (หรือในบางตัวอาจจะตัวเล็กได้มากกว่านั้น) ซึ่งขนของสุนัขพันธุ์นี้ก็มีได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนเส้นตรง ขนหยอง ไปจนถึงขนหยิก อีกทั้งยังมีสีหลากหลาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นพื้นขนสี white พร้อมแต้มขนสี black, สี tan หรือสีผสม

The need-to-know

  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่้เคยเลี้ยงสุนัขมาบ้าง
  • จำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน
  • ชอบเดินเป็นประจำ
  • สนุกกับการเดิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
  • สุนัขขนาดเล็ก
  • น้ำลายไหลบ้างเล็กน้อย
  • ต้องดูแล/ตัดขนสัปดาห์ละครั้ง
  • สุนัขช่างพูดและช่างเห่า
  • เห่าและแจ้งเตือน หากมีผู้มาเยี่ยมหรือสิ่งผิดปกติ
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • อาจต้องมีการดูแลเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถอยู่กับเด็กได้ 
อายุเฉลี่ย:
13–16 ปี
น้ำหนัก:
6–8 กิโลกรัม
ส่วนสูง:
25–35 เซนติเมตร
สีขน:
พบได้ทุกสี ส่วนใหญ่มักพบสี white พร้อมแต้มขนสี black/tan
ขนาดตัว:
ขนาดเล็ก
กลุ่มสายพันธุ์สุนัข:
กลุ่มสุนัขเทอร์เรีย
บุคลิกภาพ

ถ้าจะอธิบาย แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย แบบสั้น ๆ คงต้องบอกว่าเป็น “หมาใหญ่ในร่างหมาเล็ก” เพราะแม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ พลังงาน และความกล้าหาญเกินตัว

แจ็ค รัสเซลล์เป็นสุนัขร่าเริง ฉลาด ตื่นตัว และชอบมีส่วนร่วมกับกิจกรรมรอบตัว น้องมีทั้งความทะเล้น ความอยากรู้อยากเห็น และความซุกซน จึงมักสร้างสีสันให้กับคนในบ้านอยู่เสมอ 

นิสัยเด่นของแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย 

  • พลังงานสูง ต้องการการเล่นและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่เหมาะกับการอยู่เฉย ๆ ทั้งวัน 
  • ฉลาดและเรียนรู้เร็ว เข้าใจคำสั่งได้ดี แต่มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ
  • ขี้เล่นและทะเล้น มักมีพฤติกรรมชวนหัวเราะ แต่บางครั้งความซนก็อาจกลายเป็นเรื่องปวดหัวได
  • มีสัญชาตญาณนักล่า  มักสนใจสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนู กระรอก นก หรือแมวที่ไม่คุ้นเคย จึงควรระวังเมื่อต้องอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอื่น 
  • ไม่ชอบถูกรบกวนมากเกินไป โดยเฉพาะการกอด ดึง หรือเล่นแรง ๆ จากเด็กเล็ก  

โดยรวมเหมาะกับเจ้าของที่มีเวลาให้กิจกรรม เข้าใจธรรมชาติของสุนัขเทอร์เรีย และพร้อมรับมือกับความฉลาดและความซนของน้อง 

ประวัติและต้นกำเนิด

สุนัขแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียมีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ และถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นสุนัขล่าสุนัขจิ้งจอก โดยมี Reverend John Russell หรือ “Sporting Reverend” เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสายพันธุ์

เป้าหมายของเขาคือการสร้างสุนัขเทอร์เรียที่คล่องตัว แข็งแรง อดทน และสามารถวิ่งร่วมกับนักล่าได้ โดยมีพื้นขนสีขาวเพื่อให้แยกจากสัตว์ที่ถูกล่าได้ง่าย ปัจจุบันสุนัขในกลุ่มนี้มีสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกัน ได้แก่ แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย และ พาร์สัน รัสเซลล์ เทอร์เรีย ซึ่งแจ็ค รัสเซลล์มักมีขนาดเล็กและกะทัดรัดกว่า

เดิมแจ็ค รัสเซลล์ถูกใช้สำหรับล่าสัตว์ แต่ต่อมาได้กลายเป็นสุนัขคู่ใจในบ้าน ฟาร์ม และคอกสัตว์ ด้วยความฉลาด แข็งแรง และมีพลังงานสูง อย่างไรก็ตาม สัญชาตญาณนักล่ายังคงมีอยู่ จึงควรระวังเมื่อเลี้ยงร่วมกับสัตว์เล็ก เช่น หนู กระต่าย หรือแมวที่ไม่คุ้นเคย 

ลักษณะของแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย ในปัจจุบัน 

แจ็ค รัสเซลล์มักมีพื้นขนสีขาวและแต้มสีดำหรือสีน้ำตาล แต่รูปร่างและชนิดขนอาจแตกต่างกันได้ สิ่งที่พบร่วมกันคือความกระฉับกระเฉง ฉลาด ว่องไว และมีบุคลิกแบบสุนัขเทอร์เรียที่ชัดเจน 

โภชนาการและการให้อาหาร

การจัดการอาหารให้กับสุนัขควรมีการควบคุมระดับของพลังงานและสารอาหารให้เหมาะสมต่อความต้องการ ควบคู่ไปกับการวางน้ำสะอาดให้พร้อมดื่มได้ทั้งวัน นอกจากนี้ควรประเมินรูปร่างและหุ่นของสุนัขเป็นประจำ เพื่อให้สุนัขมีหุ่นที่ดี ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป โดยการให้อาหารสุนัขพันธุ์นี้ ควรแบ่งให้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้สามารถดูปริมาณการให้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ที่สุนัขกินอยู่ 

การออกกำลังกาย

แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียเป็นสุนัขตัวเล็กที่มีพลังงานสูง จึงต้องการทั้งการออกกำลังกายและกิจกรรมกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปควรออกกำลังกายอย่างน้อย ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน และสุนัขที่มีพลังงานสูงอาจต้องการมากถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน ร่วมกับการเล่นและฝึกเพิ่มเติม

กิจกรรมที่เหมาะกับแจ็ค รัสเซลล์ 

  • เดินเล่นหรือวิ่งในพื้นที่ปลอดภัย  
  • เล่นคาบของและฝึกคำสั่ง  
  • เกมลับสมองและเกมดมกลิ่น  
  • Agility, Hoopers และ Parkour  
  • Mantrailing หรือกิจกรรมค้นหากลิ่น  
  • CaniX หรือการวิ่งร่วมกับเจ้าของ  

นอกจากกิจกรรมทั่วไป ควรเปิดโอกาสให้น้องได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น การไล่จับ การขุด หรือการกัดแทะของเล่น หากไม่ได้ใช้พลังงานอย่างเหมาะสม อาจเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น เห่า ขุดสวน กัดทำลายข้าวของ หรือไล่สัตว์เล็ก

เจ้าของควรปรับกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพอากาศและลักษณะขนของสุนัข เพราะแจ็ค รัสเซลล์บางตัวอาจไม่ชอบอากาศหนาว ลมแรง หรือฝนตก ขณะที่สุนัขขนหยาบหรือขนหนาอาจรับมือกับสภาพอากาศได้ดีกว่า 

ข้อมูลอื่นๆ

แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียสามารถอยู่ได้ทั้งบ้านและพื้นที่ขนาดเล็ก แต่หากมีสวนที่ปลอดภัยจะช่วยให้น้องได้วิ่งเล่นและใช้พลังงานอย่างเหมาะสม น้องยังเป็นสุนัขที่ตื่นตัวและมักเห่าเมื่อพบสิ่งผิดปกติ 

การฝึกสุนัข 

แจ็ค รัสเซลล์เป็นสุนัขฉลาดและเรียนรู้เร็ว แต่มีความมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองสูง จึงควรใช้ Positive Reinforcement เช่น ขนม คำชม หรือของเล่น ควรฝึกคำสั่งพื้นฐาน การเรียกกลับ การเดินด้วยสายจูง และการควบคุมแรงกระตุ้นเมื่อพบสัตว์เล็ก รวมถึงเข้าสังคมตั้งแต่ยังเล็ก การฝึกควรเป็นช่วงสั้น ๆ และสลับกิจกรรมเพื่อป้องกันความเบื่อ 

การเป็นสมาชิกครอบครัว 

แจ็ค รัสเซลล์สามารถเป็นสมาชิกครอบครัวที่สนุกและซื่อสัตย์ได้ แต่ด้วยความกระตือรือร้นและพลังงานสูง จึงควรระมัดระวังเมื่อต้องอยู่กับเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่ยังไม่เข้าใจวิธีเล่นกับสุนัข สำหรับเด็กโตที่รู้จักเคารพพื้นที่ของน้อง แจ็ค รัสเซลล์สามารถเป็นเพื่อนเล่นที่ดีได้ 

ผู้เลี้ยงที่เหมาะกับสุนัขแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย 

  • คนที่มีกิจกรรมและไลฟ์สไตล์กระตือรือร้น  
  • เจ้าของที่มีเวลาเล่นและฝึกน้อง  
  • บ้านที่มีพื้นที่ปลอดภัย  
  • ผู้ที่เข้าใจและพร้อมรับมือกับพลังงานสูงและสัญชาตญาณนักล่า 

รู้หรือไม่ 

แจ็ค รัสเซลล์ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานด้านการล่าสัตว์ จึงมีความคล่องตัว ฉลาด และมีสัญชาตญาณไล่ล่าสูง แม้ปัจจุบันจะนิยมเลี้ยงเป็นสุนัขคู่ใจ แต่ลักษณะนิสัยของสุนัขเทอร์เรียยังคงเด่นชัดอยู่มาก 

Zoomed product photo

ซามอยด์

สุนัขซามอยด์ (Samoyed) เป็นสุนัขที่ไม่ว่าใครก็จะต้องตกหลุมรักไปกับความฉลาดแสนรู้ ความซื่อสัตว์ และความอ่อนโยน อันเป็นนิสัยประจำพันธุ์ของสุนัขพันธุ์นี้ อีกทั้งยังเป็นมิตรกับผู้คนทุกเพศทุกวัย ทำให้สุนัขพันธุ์นี้สามารถมัดใจเหล่าสมาชิกในบ้าน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ได้ไม่ยาก

ใครก็ตามที่ตามหาเพื่อนคู่ใจผู้น่ารักและเป็นมิตร เจ้าซามอยด์นี่แหละคือคำตอบ และคงจะดี ถ้าหากมนุษย์เพื่อนคู่ใจของเจ้าซามอยด์ เป็นสายติดบ้านเหมือนกัน ชอบอากาศเย็นเหมือน ๆ กัน และไม่ถือสาเรื่องขนสีขาวของซามอยด์ที่จะติดตามไปทุกที่ทั่วบ้านทั่วตัว 

The need-to-know

  • สุนัขครอบครัวที่ดี
  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่้เคยเลี้ยงสุนัขมาบ้าง
  • ต้องการการฝึกขั้นพื้นฐาน
  • ชอบเดินเป็นประจำ
  • สนุกกับการเดินมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน
  • สุนัขขนาดกลาง
  • น้ำลายไหลบ้าง
  • ต้องดูแล/ตัดขนสุนัขทุกวัน
  • สุนัขช่างพูดและช่างเห่า
  • สุนัขเฝ้าบ้าน เห่าและแจ้งเตือน หากมีผู้มาเยี่ยมหรือสิ่งผิดปกติ
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • สุนัขครอบครัวที่ดี 
อายุเฉลี่ย :
12-13 ปี
น้ำหนัก :
23-30 กิโลกรัม
ส่วนสูง :
เพศผู้ 51 – 56 เซนติเมตร และ เพศเมีย 46 – 51 เซนติเมตร
สีขน :
pure white, white and biscuit หรือ cream
ขนาดตัว :
กลาง
กลุ่มโดยอ้างอิงจาก UK Kennel Club :
working
บุคลิกภาพ

สุนัขพันธุ์ซามอยด์เป็นสุนัขกลุ่ม Spitz ขนาดกลาง-ใหญ่ โดดเด่นด้วยหูตั้ง หางม้วนโค้งเหนือหลัง และขนหนาที่เหมาะกับอากาศหนาว โดยมีขนบริเวณอุ้งเท้าหนาแน่น ช่วยป้องกันหิมะไม่ให้เข้าไปตามซอกนิ้ว สีขนที่พบได้ ได้แก่ สีขาว สีขาวบิสกิต และสีขาวครีม

ซามอยด์เป็นสุนัขที่เป็นมิตร ร่าเริง เข้ากับคนง่าย และรักเจ้าของ ชอบมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของครอบครัว แม้จะสามารถทำหน้าที่เฝ้าระวังบ้านได้ แต่ส่วนใหญ่มักส่งเสียงเห่าเพื่อเตือนมากกว่าปกป้องโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ซามอยด์เป็นสุนัขที่ต้องการการดูแลและมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของ หากปล่อยให้อยู่ลำพังหรือรู้สึกเบื่อนานเกินไป อาจส่งเสียงร้อง ขุดสวน หรือกัดทำลายข้าวของได้ นอกจากนี้ยังมีนิสัยชอบสำรวจและอาจพยายามหลบหนี จึงควรมีพื้นที่ที่ปลอดภัยและรั้วรอบขอบชิด

หากบ้านมีสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ควรให้ซามอยด์ทำความรู้จักและเข้าสังคมตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อช่วยให้สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์ตัวอื่นได้อย่างเหมาะสม เครดิตฟรี 

ประวัติและต้นกำเนิด

ซามอยด์เป็นที่รู้จักในชื่อ “หมาหน้ายิ้ม” และ “สุนัขต้อนเรนเดียร์” โดยมีต้นกำเนิดจากชนเผ่าซามอยด์ในไซบีเรียตอนเหนือ ซึ่งเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไว้ช่วยงานหลากหลาย ทั้งต้อนฝูงเรนเดียร์ ลากเลื่อน และดูแลปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังสามารถนำขนของซามอยด์มาทำเครื่องนุ่งห่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในสภาพอากาศหนาวจัด

ซามอยด์ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้คนในชนเผ่า โดยมักนอนร่วมกับเจ้าของเพื่อให้ความอบอุ่น จึงไม่ได้เป็นเพียงสุนัขทำงาน แต่ยังเป็นทั้งเพื่อนคู่ใจและ “ถุงอุ่น” ในค่ำคืนอันหนาวเย็น

ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซามอยด์เริ่มได้รับความสนใจจากนักสำรวจขั้วโลก ด้วยความแข็งแรง อดทน และสามารถทำงานในสภาพอากาศสุดขั้วได้ จึงถูกนำไปใช้เป็นสุนัขลากเลื่อนในการสำรวจขั้วโลก ก่อนจะเดินทางกลับอังกฤษพร้อมคณะนักสำรวจ

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ขนสีขาวสะอาด และนิสัยร่าเริงเป็นมิตร ซามอยด์จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสุนัขคู่ใจของผู้คนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน 

โภชนาการและการให้อาหาร

เมื่อตัวใหญ่ก็ต้องกินเยอะไปตามขนาดตัว เลยอาจได้สารอาหารหลากหลายจากปริมาณที่กินมากกว่าเมื่อเทียบกับสุนัขพันธุ์เล็ก แต่อย่างไรก็ดีซามอยด์เป็นสุนัขที่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารหรือท้องอืดได้ง่าย ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ แต่ให้บ่อย ๆ ก็จะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ ทั้งนี้การดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการอย่างเหมาะสมจะสามารถยืดอายุสุนัขให้ยาวนานไปได้ถึง 13 ปีเลย 

การออกกำลังกาย

สุนัขพันธุ์ซามอยด์มีความต้องการการออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสม โดยทำได้ทั้งแบบมีคนนำและแบบไม่มีคนนำ ซึ่งโดยธรรมชาติของตัวสุนัขแล้วก็ชอบที่จะเป็นฝ่ายนำ แต่ก็สามารถฝึกแบบให้เดินไปข้าง ๆ กัน หรือจะใช้สายจูงแบบครอบปาก (Headcollar) ร่วมด้วยก็ได้ สุนัขพันธุ์ซามอยด์ที่โตเต็มวัยจะต้องการการออกกำลังกายเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ดีก็ต้องระวังเรื่องความร้อนด้วย หากจะพาสุนัขไปออกกำลังกาย เพราะด้วยขนที่หนาจึงมีโอกาสเก็บความร้อนได้มากกว่าปกติ ดังนั้นการออกกำลังกายในช่วงเช้าที่อากาศเย็นก็คงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

เจ้าของในอุดมคติ

เจ้าของในอุดมคติของสุนัขพันธุ์ซามอยด์ คือเจ้าของที่มีความคุ้นเคยกับสุนัขกลุ่ม Spitz รวมถึงมีความเข้าใจในนิสัยและพฤติกรรมของสุนัขต้อนฝูงสัตว์ และรู้ว่าจะต้องฝึกสุนัขเหล่านี้อย่างไร ความเข้าใจเรื่องขนของสุนัขพันธุ์นี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะต้องเจอกับเส้นขนที่จะกระจายไปครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วบ้านและทั่วตัวเจ้าของอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าเวลาคุณเจ้าของจะอาบน้ำ คงต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นอาบน้ำเป็นขั้นตอนแรกเลยทีเดียว นอกจากนี้เลยคือเรื่องการอาบน้ำสุนัขที่อาจจะต้องอุทิศเวลาให้กับการอาบน้ำทั้งวัน รวมถึงแต่ละวันของสุนัขพันธุ์นี้สามารถใช้เวลาเดินเล่นได้เป็นชั่วโมง ๆ ชอบอยู่บ้านเย็น ๆ ชอบขุดสุด ๆ และในบางครั้งก็ชอบส่งเสียงร้อง ดังนั้นการอยู่ในแถบพื้นที่ที่ค่อนข้างห่างจากตัวเมือง ไม่พลุกพล่าน และมีพื้นที่มาก คงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ 

ข้อมูลอื่นๆ

การฝึกสุนัข

สุนัขพันธุ์ซามอยด์อาจไม่ใช่สุนัขที่เชื่อฟังที่สุด แต่เป็นสุนัขที่ชื่นชอบการวิ่งและการทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าของ การฝึกวิ่งแบบ Canicross จึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับสายพันธุ์นี้ หากไม่มีครูฝึกเฉพาะทาง เจ้าของสามารถเริ่มจากการฝึกให้คุ้นเคยกับการวิ่งโดยใช้สายจูง และฝึกไม่ให้กระชากสายจูง เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้น้องออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม

การเป็นสมาชิกครอบครัว

ซามอยด์เป็นสุนัขที่เป็นมิตร ร่าเริง และชอบมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของครอบครัว จึงสามารถเป็นสมาชิกครอบครัวที่ดีและอยู่ร่วมกับเด็กได้ อย่างไรก็ตาม ควรสอนทั้งเด็กและสุนัขให้รู้จักเคารพพื้นที่ของกันและกันและเล่นอย่างปลอดภัย ไม่ควรปล่อยเด็กกับสุนัขอยู่ตามลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล

รู้หรือไม่

สุนัขพันธุ์ซามอยด์ได้ชื่อมาจากชาวซามอยด์ ชนเผ่าทางตอนเหนือของไซบีเรีย ที่ซึ่งเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไว้ต้อนเรนเดียร์ ลากเลื่อน และให้ความอบอุ่น

ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซามอยด์ถูกใช้เป็นสุนัขลากเลื่อนในการสำรวจขั้วโลก

จากข้อมูล DNA พบว่าสุนัขพันธุ์ซามอยด์ เป็นหนึ่งในพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ซามอยด์สามารถส่งเสียงคล้ายการร้องเพลง โดยมักออกเสียงเป็นการหอนตามทำนอง 

Zoomed product photo

บอร์ซอย

ปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียวว่า “บอร์ซอย” คือสายพันธุ์สุนัขผู้ดูสูงส่ง ด้วยลักษณะท่าทางอันงดงาม ใบหน้าอันเรียวยาว พร้อมทั้งขนนุ่มสลวยหลากหลายสีสัน ยกเว้นสีเมิร์ลหรือสีลายหินอ่อน ความยาวระดับปานกลาง ลักษณะเป็นคลื่นสวย และทิ้งตัวในช่วงท้ายของลำตัวและหาง สะกดสายตาเหล่าคนรักสุนัขให้หลงรักและทำให้ผู้คนสามารถจดจำพวกเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น

The need-to-know

  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่้เคยเลี้ยงสุนัขมาบ้าง
  • ต้องฝึก
  • ชอบเดินออกกำลังกายอย่างหนัก
  • ชอบเดินวันละ 1-2 ชั่วโมง
  • สุนัขขนาดใหญ่
  • น้ำลายไหลได้บ้าง
  • ต้องดูแล/ตัดขนสุนัขวันเว้นวัน
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • สุนัขช่างพูดและช่างเห่า
  • สุนัขเฝ้าบ้าน ต้องเห่า เตือน และปกป้องเจ้าของได้
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • สุนัขครอบครัวที่ดี
อายุเฉลี่ย :
7-10 ปี
น้ำหนัก :
34 กิโลกรัมสำหรับเพศเมีย และ 41 กิโลกรัมสำหรับเพศผู้
ส่วนสูง :
68 เซนติเมตรสำหรับเพศเมีย และ 74 เซนติเมตรสำหรับเพศผู้
สีขน :
หลากหลายสีสัน ยกเว้นสีเมิร์ลหรือสีลายหินอ่อน
ขนาดตัว :
ใหญ่
กลุ่มโดยอ้างอิงจาก UK Kennel Club :
Hound
บุคลิกภาพ

หากพูดถึงลักษณะนิสัย “บอร์ซอย” นับเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีความเรียบร้อยและอัธยาศัยดี เหมาะแก่การเลี้ยงเพื่อเป็นสมาชิกของครอบครัว นอกจากนี้ถึงแม้พวกเขาจะตัวใหญ่ แต่กลับต้องการพื้นที่อยู่อาศัยเพียงน้อยนิด (เมื่อเทียบกับขนาดตัว) หากใครกำลังกังวลว่าพวกเขาจะต้องการพื้นที่อยู่อาศัยกว้าง ๆ ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกังวล ! นอกจากนี้พวกเขายังไม่ได้ดูภูมิฐานแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ลักษณะนิสัยเองก็เช่นกัน เพราะสุนัขพันธุ์นี้มักวางท่าเมินเฉยและไม่สนใจคนแปลกหน้า แต่กลับแสดงออกความรักเฉพาะกับสมาชิกในครอบครัว และในบางครั้งก็มีอารมณ์ขี้เล่น สอดแทรกอารมณ์ขันเป็นบางครั้ง นับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่เหล่าคนรักสุนัขกลุ่ม Sighthound หลงไหลเลยล่ะ

ถึงแม้สุนัขพันธุ์บอร์ซอยจะไม่นับเป็นสุนัขเฝ้าบ้านเหมือนสายพันธุ์อื่น ๆ แต่หากมีสิ่งแปลกปลอมหรือเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลพวกเขาก็จะส่งเสียงเห่าเพื่อช่วยเตือนภัยแก่เจ้าของ ทั้งนี้ด้วยความที่พวกเขาเป็นสุนัขในกลุ่ม Sighthound ซึ่งชื่นชอบการวิ่งไล่หรือวิ่งกวดเหยื่อเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นเจ้าของควรระมัดระวังและใส่ใจดูแลพฤติกรรมนี้ของพวกเขาให้ดี (ระวังจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว !)

ประวัติและต้นกำเนิด

เช่นเดียวกับสุนัขหลากหลายสายพันธุ์ ประวัติความเป็นมาของบอร์ซอยยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงนักวิชาการ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสุนัขพันธุ์บอร์ซอยกำเนิดมาจากบรรพบุรุษในกลุ่ม Greyhound จากยุคอียิปต์โบราณซึ่งผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขเลี้ยงสัตว์จากประเทศรัสเซียตอนเหนือและก่อกำเนิดเป็นสุนัขพันธุ์บอร์ซอยในท้ายที่สุด

นับตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา สุนัขพันธุ์บอร์ซอยได้รับการฝึกและขัดเกลาให้เป็นสุดยอดนักล่าสุนัขป่าเพื่อทำหน้าที่ล่าและช่วยให้นักล่ากำจัดเหยื่อของเขาได้อย่างราบรื่น

สุนัขพันธุ์บอร์ซอยนับเป็นที่ต้องตาและถูกอกถูกใจกษัตริย์แห่งรัสเซียเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นที่พระองค์ทรงพระราชทานสุนัขพันธุ์นี้ให้เป็นของขวัญแก่ขุนนางทั่วยุโรป ซึ่งกาลนี้เองส่งผลให้สุนัขพันธุ์บอร์ซอยรอดพ้นช่วงปฏิบัติรัสเซียในปี 1917 และอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน

โภชนาการและการให้อาหาร

เนื่องจากเป็นสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ บอร์ซอยจึงมีความต้องการในการกินอาหารที่ค่อนข้างมาก อาหารที่ได้ควรมีความหลากหลายทางโภชนาการ อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ซึ่งมีความแตกต่างจากสุนัขพันธุ์เล็กพอสมควร ทั้งนี้สุนัขพันธุ์บอร์ซอยมักมีปัญหาเรื่องท้องอืดและปัญหาเกี่ยวกับการย่อย ซึ่งเจ้าของสามารถป้องกันได้ด้วยการให้อาหารมื้อเล็ก ๆ ทีละน้อย ๆ แต่ให้บ่อยครั้ง แทนการให้อาหารมื้อเดียวในปริมาณมาก

การออกกำลังกาย

สุนัขพันธุ์บอร์ซอยที่โตเต็มวัยนั้นชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก การพาพวกเขาไปเดินเล่นสัก 1 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นนับเป็นสวรรค์สำหรับพวกเขาเลยทีเดียว และจะเป็นการดีอย่างมากหากคุณปล่อยให้พวกเขาได้วิ่งเล่นอย่างอิสระท่ามกลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ เช่นกันกับสุนัขพันธุ์บอร์ซอยวัยเด็กที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเช่นกัน แต่อาจจะไม่หนักเท่าช่วงโตเต็มวัย โดยคุณอาจปล่อยให้พวกเขาได้เดินเล่นเป็นระยะทางสั้น ๆ และหมั่นคอยเล่นกับพวกเขาอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันพวกเขาเบื่อนั่นเอง

ที่สำคัญอย่าลืมว่าสุนัขในกลุ่ม sighthound นั้นมีสัญชาตญาณอันน่าทึ่ง เพียงแค่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในระยะไกลก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของพวกเขาไปได้ นี่เองจึงอาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้พวกเขาเกิดพฤติกรรม “การล่า” ซึ่งในบางครั้งการเล่นแรง ๆ แบบนี้อาจทำให้สุนัขตัวอื่น ๆ ขุ่นเคืองขึ้นมาได้

เจ้าของในอุดมคติ

“ตื่นตัว กระฉับกระเฉง ขี้เล่น และมีความอดทนสูง” คือนิยามของสุนัขพันธุ์นี้ สุนัขพันธุ์บอร์ซอยจึงต้องการเจ้าของที่มีความเข้าใจในธรรมชาติของสายพันธุ์ที่บางครั้งก็ตื่นตัวสูงและรับมือได้กับพละกำลังอันเหลือล้น นอกจากนั้นจะเป็นการดีมากหากเจ้าของชื่นชอบการพาสุนัขไปแปรงขน เดินเล่น และฝึกฝนอย่างไม่ลดละความพยายาม (ถึงแม้คุณจะรู้อยู่แก่ใจว่าโอกาสที่จะฝึกสุนัขพันธุ์บอร์ซอยให้สำเร็จนั้นเพียงแค่ 50% เท่านั้นเอง!

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ

สุนัขพันธุ์บอร์ซอยมีโอกาสเสี่ยงที่เป็นโรคเหล่านี้ ได้แก่ โรคไขสันหลังเสื่อม (Degenerative myelopathy) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของไขสันหลังและก่อให้เกิดปัญหาด้านการเคลื่อนไหว โรคต่อมไทรอยด์อักเสบ (Thyroiditis)1 ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อยลงและไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้สุนัขมีระดับพลังงานลดลง น้ำหนักเพิ่ม และมีปัญหาผิวหนังตามมา ปัญหาสุขภาพฟันเนื่องจากโครงสร้างของขากรรไกรที่ผิดปกติ แผนการดูแลสุขภาพและการทดสอบที่แนะนำโดย The Kennel Club : ไม่มีแผนการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะสำหรับสุนัขพันธุ์บอร์ซอย อย่างไรก็ตามยังมีคำแนะนำการดูแลสุขภาพที่น่าสนใจอีกมากมาย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้นี้ที่ 1 ที่มา : D. H. Conaway, 'Clinical and histological features of primary progressive, familial thyroiditis in a colony of borzoi dogs', 1985, Vet Pathology.

ขนาดพื้นที่ที่ต้องการ

สุนัขพันธุ์บอร์ซอยจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขพันธุ์ใหญ่ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็สามารถขดตัวให้เล็กลงได้เมื่อต้องการ ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับสุนัขพันธุ์นี้จึงควรมีพื้นที่กว้างพอสมควรเพื่อให้พวกเขาได้ยืดเหยียดร่างกายได้อย่างเหมาะสม และพื้นที่สวนกว้าง ๆ เพื่อให้พวกเขาได้วิ่งเล่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ด้วยระยะเวลาการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างนาน สุนัขพันธุ์นี้จึงไม่เหมาะต่อการอยู่บ้านที่มีหลายชั้นซึ่งทำให้พวกเขาต้องขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ (เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพข้อเข่าในอนาคตนั่นเอง)

การฝึกสุนัข

การฝึกสุนัขพันธุ์บอร์ซอยต้องอาศัยความอดทนและความเข้าใจในสายพันธุ์ คุณควรรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จะสามารถจูงใจให้พวกเขาทำตามที่คุณต้องการได้ โดยบอร์ซอยนั้นชื่นชอบการวิ่งและการไล่ล่าเป็นอย่างมาก คุณอาจใช้นิสัยนี้ของพวกเขาให้เป็นประโยชน์นำมาเป็นหนึ่งในเทคนิคการฝึกได้เช่นกัน บอร์ซอยอาจไม่ใช่สุนัขสายพันธุ์ที่ชื่นชอบการฝึกสุนัขสักเท่าไร การฝึกฝนด้วยความเข้าใจและระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรระลึกไว้เสมอว่า “ฝึกได้เท่าไรก็เท่านั้น” แทนที่จะใช้การบังคับที่อาจรุนแรงจนเกิดไปซึ่งจะทำให้ทั้งคุณและพวกเขาเกิดความเครียดด้วยกันทั้งคู่

สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก

บอร์ซอยอาจไม่ใช่สุนัขสายพันธุ์ที่ชื่นชอบการฝึกสุนัขสักเท่าไร การฝึกฝนด้วยความเข้าใจและระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรระลึกไว้เสมอว่า “ฝึกได้เท่าไรก็เท่านั้น” แทนที่จะใช้การบังคับที่อาจรุนแรงจนเกิดไปซึ่งจะทำให้ทั้งคุณและพวกเขาเกิดความเครียดด้วยกันทั้งคู่ เป็นเรื่องปกติที่เราจะสอนสุนัขให้รู้จักการอยู่ร่วมกับเด็กอย่างเหมาะสม แต่คงเป็นการดีหากเราสอนเด็ก ๆ ให้อยู่ร่วมกับสุนัขอย่างเหมาะสมเช่นกัน ไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง และผู้ใหญ่เองก็ควรกำกับดูแลและให้คำแนะนำกับพวกเขาทั้งคู่ เพียงเท่านี้ก็หมดห่วงเรื่องการอยู่ร่วมกับบอร์ซอยไปได้เลย !

รู้หรือไม่

  • กัปตันประจำเรือไททานิกนามว่า E J Smith เลี้ยงสุนัขพันธุ์บอร์ซอยที่มีชื่อว่าเบน ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับรูปถ่ายของเบนกับกัปตันบริเวณโต๊ะทำงานภายในเรือ อย่างไรก็ตามเบนไม่ได้เดินทางไปกับกัปตันก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมเรือไททานิก เบนจึงรอดชีวิตมาได้นั่นเอง
  • ในภาพยนตร์เรื่อง Pink Floyd: Live at Pompeii สุนัขพันธุ์บอร์ซอยที่มีชื่อว่า “นอป” เป็นสุนัขที่ส่งเสียงคลอเคลียไปกับ Dave Gilmour ที่กำลังเป่าหีบเพลง และ Roger Waters ที่กำลังเล่นกีต้าร์ ซึ่งเพลงดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อว่า “Seamus” โดยชื่อนี้เป็นชื่อของนอป สุนัขของ Dave Gilmour นั่นเอง (ก่อนที่ภายในภาพยนตร์จะเปลี่ยนชื่อเป็น “Mademoiselle Nobs” ในเวลาต่อมา)
Zoomed product photo

ลาซา แอพโช

ลาซา แอพโซ มีจุดเด่นตรงที่เป็นสุนัขขนยาว ตัวเล็กแข็งแรง และถ้าจะให้เทียบความยาวลำตัวกับส่วนสูงแล้วล่ะก็ สุนัขพันธุ์นี้จะตัวยาวมากกว่าส่วนสูงหน่อย ๆ แถมยังมีหลากหลายสีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสี golden, sandy, honey, dark grizzle, slate, smoke, parti-colour, black, white หรือสี brown

The need-to-know

  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่ไม่เคยเลี้ยงสุนัขมาก่อน
  • ต้องการการฝึกขั้นพื้นฐาน
  • ชอบเดินเบา ๆ
  • ชอบเดินวันละ 1 ชั่วโมง
  • สุนัขขนาดเล็ก
  • น้ำลายไหลได้บ้าง
  • ต้องดูแล/ตัดขนสุนัขทุกวัน
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • สุนัขเงียบ
  • สุนัขเฝ้าบ้าน ต้องเห่าและเตือน
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • สุนัขครอบครัวที่ดี
อายุเฉลี่ย :
12-14 ปี
น้ำหนัก :
6-7 กิโลกรัม
ส่วนสูง :
25 เซนติเมตร หรือน้อยกว่านั้น
สีขน :
golden, sandy, honey, dark grizzle, slate, smoke, parti-colour, black, white หรือสี brown
ขนาดตัว :
ขนาดเล็ก
กลุ่มโดยอ้างอิงจาก UK Kennel Club :
Utility
บุคลิกภาพ

สุนัขพันธุ์ลาซา แอพโซ เป็นสุนัขที่มีนิสัยค่อนข้างรักสันโดษ มีความสง่างามและดูมั่นใจ ทำให้สุนัขพันธุ์นี้มีภาพลักษณ์ที่ดูมีภูมิฐาน ในขณะเดียวกันก็เป็นสุนัขที่รักเจ้าของมาก แต่เพียงแค่เจ้าของเท่านั้นแหละ ไม่นับรวมคนแปลกหน้า โดยถ้าต้องเจอกับคนแปลกหน้า สุนัขพันธุ์นี้ก็อาจจะมีท่าที่หวาดระแวงหน่อย ๆ ส่วนในเรื่องของการฝึกสุนัข หากมีความอดทนและความอ่อนไหวมากพอ ก็พอจะฝึกให้อยู่ในระดับสูงได้ เพียงแค่สุนัขพันธุ์นี้จะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ถ้าหากโดนขึ้นเสียง และไม่ค่อยชอบที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียว

ประวัติและต้นกำเนิด

ลาซา แอพโซเป็นหนึ่งในพันธุ์สุนัขเลี้ยงที่เก่าแก่ที่สุดพันธุ์หนึ่ง ซึ่งถูกเลี้ยงโดยพระทิเบตอยู่ภายในอารามสงฆ์มาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี มีประวัติศาสตร์เคียงคู่มากับสุนัขพันธุ์ Tibetan Terrior แต่ในขณะที่ Tibetan Terrior ถูกใช้เป็นสุนัขทำงาน ลาซา แอพโซได้ทำหน้าที่เป็นสุนัขคู่วัด คอยเฝ้าวัดหรืออารามสงฆ์ ซึ่งก็มีการคาดเดาว่าลาซา แอพโซอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากสุนัข Tibetan Terrior ไซส์เล็ก ที่มีคนนำมาถวายให้กับพระ และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาจนได้เป็นสุนัขพันธุ์ใหม่ขึ้น แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น

โดยพระทิเบตได้ให้ความเคารพเจ้าสุนัขตัวเล็กพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก เพราะมีความเชื่อว่าเป็นองค์ลามะผู้ศักสิทธิ์กลับชาติมาเกิด เพราะเหตุนี้จึงได้มีข้อห้ามไม่ให้คนต่างชาติเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ รวมไปถึงห้ามซื้อขาย ทำได้แค่การมอบสุนัขพันธุ์นี้ให้เป็นของขวัญแก่ผู้อื่นเท่านั้น ซึ่งหากใครได้รับเป็นของขวัญจะถือว่าได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ากันว่าสุนัขพันธุ์นี้จะนำโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่เจ้าของ

จนเมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ข้อปฏิบัติที่กล่าวมาก็ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป สุนัขพันธุ์นี้ได้เป็นที่รู้จักในนานาประเทศ และหลังจากนั้นก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน กว่าที่จะมาตีตลาดถึงสหราชอาณาจักร

โภชนาการและการให้อาหาร

โดยทั่วไป ร่างกายของสุนัขตัวเล็กจะมีการเผาผลาญที่รวดเร็วกว่าในสุนัขขนาดอื่น ๆ หมายถึงสุนัขเหล่านี้จะใช้พลังงานไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การกินอาหาร จะกินได้ทีละน้อยเนื่องจากกระเพาะมีขนาดเล็ก จึงต้องกินทีละน้อย แต่กินบ่อยครั้ง ซึ่งในอาหารสูตรสำหรับสุนัขพันธุ์เล็กจะมีการคำนวนปริมาณสารอาหารให้เหมาะสม และออกแบบลักษณะเม็ดอาหารให้มีขนาดเล็ก ล้อไปกับขนาดปากของสุนัขที่เล็กเช่นกัน ทำให้สุนัขกินได้ง่ายและย่อยได้ง่าย

การออกกำลังกาย

ลาซา แอพโซที่โตเต็มวัยจะต้องการการออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที ร่วมกับกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เล่นเกม ของเล่น และเล่นกับเจ้าของ สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขพลังเยอะ แต่ก็เพียงพอใจกับการได้เล่นไปเรื่อย ๆ ในพื้นที่บ้าน โดยสิ่งที่ลาซา แอพโซชอบก็คือการได้เดินในระยะทางสั้น ๆ ทุก ๆ วัน แต่ที่ชอบเลยจริง ๆ คือการได้เดินติดตามเจ้าของไปทุกที่

เจ้าของในอุดมคติ

เจ้าของลาซา แอพโซในอุดมคติจะต้องเข้าใจว่าภายใต้ขนหนานี้ก็คือสุนัขตัวหนึ่งที่ควรได้รับการฝึก รวมไปถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกันกับในสุนัขพันธุ์อื่น แต่เรื่องการดูแลขนของสุนัขพันธุ์นี้อาจจะต้องดูแลมากกว่าปกติหน่อย อย่างการแปรงขนทุกวัน การแต่งขนให้ยาวพอเหมาะอยู่เสมอ เพราะลักษณะขนของสุนัขพันธุ์นี้เกาะตัวเป็นสังคะตังได้ง่าย นอกจากนี้สุนัขพันธุ์นี้ยังเหมาะกับบ้านที่ไม่มีเด็กหรือมีเด็กที่โตพอจะเข้าใจสุนัขได้แล้ว โดยลาซา แอพโซจะตอบแทนด้วยการเป็นคู่หูคู่ใจคอยเฝ้าบ้านให้ แต่ถ้าให้เฝ้าคนเดียวนาน ๆ เจ้าสุนัขพันธุ์นี้ก็อาจจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

ข้อมูลอื่นๆ

มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง

สุนัขพันธุ์ลาซา แอพโซ จัดว่าอยู่ในกลุ่มสุนัขพันธุ์หน้าสั้น ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่เป็นโรคเหล่านี้ ได้แก่ กลุ่มโรคทางเดินหายใจในสุนัขพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic obstructive airway syndrome) เป็นภาวะที่มักพบในสุนัขพันธุ์หน้าสั้น เนื่องจากลักษณะโครงสร้างทางเดินหายใจที่พับไปมา ร่วมกับการมีหน้าสั้น ทำให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้นได้ง่าย ส่งผลให้ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง ไปจนถึงอาจทำให้มีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงได้ ภาวะผิวหนังอักเสบ/ติดเชื้อ (Skin inflammation/infection) เนื่องจากสุนัขพันธุ์หน้าสั้นยังคงมีปริมาณผิวหนังเท่ากับในสุนัขปกติ แต่ด้วยหน้าที่สั้น ทำให้มีผิวหนังส่วนเกินทั้งใบหน้า เกิดเป็นพับผิวหนัง (skin fold) ซึ่งในร่องพับของผิวหนังเป็นพื้นที่ที่อาจเกิดระคายเคือง ไปจนถึงเกิดการติดเชื้อได้ง่ายกว่าผิวหนังปกติ แผลหลุมที่ตา (Eye ulcers) มีลักษณะเป็นแผลหลุมบนผิวดวงตาที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสุนัขเป็นอย่างมาก ในสุนัขพันธุ์หน้าสั้นมักพบแผลหลุมที่ตาเนื่องจากลักษณะตาโปน ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งระคายเคืองได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีโอกาสพบโรคเหล่านี้ ภาวะสะบ้าเคลื่อน (Patella luxation) ภาวะจอประสาทตาเสื่อม (Progressive retinal atrophy) เป็นความผิดปกติที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม และในที่สุดอาจส่งผลให้ตาบอดได้ ภาวะตาแห้ง (Keratoconjunctivitis sicca) เป็นภาวะที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสุนัข เนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติของต่อมสร้างน้ำตา

ขนาดพื้นที่ที่ต้องการ

ในสมัยก่อน สมัยที่ยังอยู่ในอารามสงฆ์ที่ทิเบต สุนัขพันธุ์ลาซา แอพโซได้ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ปิดและคุ้นชินกับการอยู่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลานาน ซึ่งจุดนี้ได้ถ่ายทอดมาจนถึงลาซา แอพโซในปัจจุบันที่สามารถอยู่ในพื้นที่จำกัด อย่างเช่นพื้นที่ในเมืองได้ ซึ่งก็อยู่ได้จริง ๆ เพียงแต่มีเงื่อนไขเล็กน้อยคือ ขอแค่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อเดินเล่นหรือขับถ่ายก็เพียงพอแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ลาซา แอพโซก็มีความสุขกับการอยู่ในพื้นที่ชนบทเหมือนกัน ในบางตัวอาจได้มีโอกาสแสดงความกล้าด้วยการทำหน้าที่ไล่สัตว์รบกวน (ถึงแม้ส่วนใหญ่อาจจะไล่ได้แบบงง ๆ ก็ตามที

การฝึกสุนัข

การฝึกลาซา แอพโซให้อยู่ในระดับสูง จะต้องอาศัยความอดทนและความสม่ำเสมอในการฝึก อีกทั้งยังต้องมีอุบายในการสร้างแรงจูงใจให้สุนัขสนุกไปกับการฝึก ถ้าไม่อย่างนั้นสุนัขพันธุ์นี้อาจจะรู้สึกว่าการฝึกน่าเบื่อได้ แต่อย่างไรก็ดี อย่างน้อยสุนัขก็ควรได้รับการฝึกคำสั่งเรียกกับการฝึกให้คุ้นชินกับสายจูง

การเป็นสมาชิกครอบครัว

ลาซา แอพโซเป็นสุนัขที่สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวผู้น่ารักได้ไม่ยาก สามารถอยู่กับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นได้ แต่ว่าก็เป็นสุนัขที่ค่อนข้างอ่อนไหว จะวิตกกังวลได้ง่ายหากอยู่ในสภาวะที่มีเสียงดังรบกวนหรือมีความวุ่นวาย เพราะฉะนั้นแล้วครอบครัวที่มีเด็กที่โตพอจะเข้าใจสุนัขจึงเหมาะกับสุนัขพันธุ์นี้ที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรกับเด็กแค่ไหน แต่ทั้งเด็กและสุนัขก็ควรได้รับการสอนให้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมถึงวิธีเล่นกันอย่างปลอดภัย ซึ่งอย่างไรก็ดีไม่ว่าจะกรณีไหนก็ไม่ควรทิ้งเด็กกับสุนัขไว้เพียงลำพัง ควรมีผู้ใหญ่จับตาดูอยู่เสมอ

รู้หรือไม่

มีตำนานเล่าขานกันมาเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์นี้ คือมีเทพีผมขาวผู้เฉิดฉายกลางอากาศ นามว่า ซาโก (Sako) ในแต่ละปี เธอจะสร้างรังบนภูเขาและให้กำเนิดบุตร 2 องค์ แตกต่างกันที่องค์นึงมีปีกแต่อีกองค์ไม่มี โดยองค์ที่ไม่มีปีก มีนามว่า แอพโซ (Apso) ซึ่งด้วยความที่แอพโซบินไม่ได้ จึงตกเขาลงมาเสียชีวิตในทุก ๆ ปี จนหลายปีผ่านไป เทพีซาโกที่เจ็บปวดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ได้พาแอพโซลงมาสู่พื้นดิน และได้มาประทับที่ทิเบตในที่สุด

Zoomed product photo

สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์

สุนัขพันธุ์เล็กอย่างยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์นี้เป็นที่รู้จักจากขนที่เป็นลอนหนาเหมือนกับผมของคน สีขนก็ไม่ธรรมดา ด้วยการผสมกันระหว่างสีดำครามเข้มปนเงิน กับสีทองหรือสีน้ำตาลเข้ม เป็นสุนัขที่มีมาด มักเชิดหน้าด้วยความมั่นใจเกินร้อย เพศผู้เมื่อโตเต็มวัยสูงประมาณ 18 - 20 ซม. และหนักไม่เกิน 3.2 กก.

The need-to-know

  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่ไม่เคยเลี้ยงสุนัขมาก่อน
  • ต้องการการฝึกขั้นพื้นฐาน
  • ชอบเดินเป็นประจำ
  • ชอบเดินวันละ 1 ชั่วโมง
  • สุนัขขนาดเล็กจิ๋ว
  • น้ำลายไหลให้น้อยที่สุด
  • ต้องดูแล/ตัดขนสุนัขวันเว้นวัน
  • สายพันธุ์แพ้ง่าย
  • สุนัขส่งเสียงเห่ามากเป็นพิเศษ
  • สุนัขเฝ้าบ้าน ต้องเห่าและเตือน
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับเด็ก
อายุเฉลี่ย:
13–16 ปี
น้ำหนัก:
3.2 กิโลกรัม
ส่วนสูง:
18-20 เซนติเมตร
สีขน:
สีเทาดำเงา สีทอง (สีน้ำตาลเข้ม)
ขนาดตัว:
ขนาดเล็ก
ชื่อกลุ่มคนเลี้ยงสุนัข:
เทอร์เรีย
บุคลิกภาพ

สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กที่ใจใหญ่ ชอบให้กอด และนอนเบียดขา แต่นาทีต่อมาก็สามารถกระโดดงับสุนัขเพื่อนบ้านได้ เพียงเพื่อบอกว่าถิ่นนี้ใครคุม เพราะยังไงยอร์กเชียร์ก็เป็นสุนัขสายพันธุ์เทอร์เรียร์ ที่หวงและพร้อมปกป้องพื้นที่ของตนอย่างห้าวหาญ

ประวัติและต้นกำเนิด

ประเทศต้นกำเนิด: เยอรมนี

เชื่อกันว่าช่างทอผ้าชาวสก็อตพาสุนัขเทอร์เรียร์พันธุ์เล็กไปด้วยขณะอพยพออกจากสก็อตแลนด์ไปยังแคว้นยอร์กเชียร์และแลงคาเชียร์ในช่วงทศวรรษ 1850 “สก็อตเทอร์เรียร์” บางครั้งก็รู้จักกันในชื่อ “ฮาลิแฟกซ์ เทอร์เรียส์” (Halifax Terriers) ซึ่งเกิดจากการผสมกันกับพันธุ์เทอร์เรียร์ท้องถิ่นขนาดเล็ก เชื่อกันว่าสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ มีสายพันธุ์เชื่อมโยงกับแมนเชสเตอร์ เทอร์เรียร์ (Manchester Terrier) มอลทีส (Maltese) สกาย (Skye) แดนดี้ ดินมอนท์ (Dandie Dinmont) และ เพสลีย์ เทอร์เรียร์ (Paisley Terriers) โดยได้เข้าร่วมงานแสดงสุนัขปี 1861 ภายใต้ชื่อสก็อต เทอร์เรียร์ ต่อมาก็เป็นที่รู้จักในนามสายพันธุ์ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ และได้รับการยอมรับจากชมรมสุนัขแห่งบริเตน (British Kennel Club) ในปี 1886

โภชนาการและการให้อาหาร

สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ควรอาหารให้ปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีสารอาหารสำคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร

การออกกำลังกาย

เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ต้องได้ออกกำลังกายทุกวัน สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ชอบเดินและวิ่งเหยาะ ๆ เป็นระยะทางไกลหากเป็นไปได้ แต่การเดินระยะสั้น ๆ ก็ทำให้พอใจแล้ว ตราบใดที่ได้หยุดดมกลิ่นและได้ทำกิจกรรมฝึกสมองบ้าง สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ไม่ได้เป็นสุนัขสไตล์ตัวเล็กขี้อ้อน แต่ชอบวิ่ง กระโดดเก็บของ และเล่น เหมือนกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ ดังนั้นหากโตเต็มวัยแล้ว จำเป็นต้องพาไปออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง

เจ้าของในอุดมคติ

ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียเหมาะกับเจ้าของที่ต้องการสุนัขขนาดเล็กแต่นิสัยไม่เล็กตามขนาดตัว ไม่ระแคระคายเสียงดังและชอบตัดแต่งขนสุนัข ยอกเชียร์ เทอร์เรียเป็นสุนัขอีกพันธุ์ที่ไม่ชอบถูกทิ้งไว้โดยลำพัง จึงเหมาะกับเจ้าของที่ชอบอยู่บ้าน

ข้อมูลอื่นๆ

สุขภาพและปัญหาที่มักพบ

สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ค่อนข้างอายุยืน แต่เสี่ยงเป็นโรคตา ปัญหาสะบ้าหัวเข่าที่อาจเคลื่อน โรคกระดูกต้นขาบางโรค นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ร่วมกับความผิดปกติของหลอดลมและโรคตับโดยกำเนิด

พื้นที่ในการเลี้ยงสุนัข

สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์รักการใช้ชีวิตในถิ่นชนบทพอ ๆ กับการอาศัยอยู่ในห้องพัก ขอแค่มีพื้นที่นอกบ้านให้ได้วิ่งออกกำลังกายหรือขับถ่ายก็พอแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อนบ้านของคุณอาจไม่ชอบเสียงเห่าของสุนัขพันธุ์นี้เท่าไหร่นัก

การฝึกสุนัข

สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์มีความฉลาดแสนรู้อย่างไม่น่าเชื่อ และสามารถเรียนรู้พื้นฐานการออกกำลังกายได้ง่าย ๆ ถึงแม้ว่าจะเชื่อฟังเจ้าของบ้างแค่บางครั้งบางคราว เพราะเสียสมาธิไปกับสิ่งอื่นได้ง่าย ๆ สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ควรได้รับการฝึกให้เดินพร้อมปลอกคอและสายจูงตั้งแต่ยังเล็ก รวมถึงการฝึกให้เข้าสังคมในชั้นเรียนที่มีลูกสุนัขด้วยกัน เพื่อลดความวิตกกังวลเวลาอยู่ใกล้สุนัขตัวอื่น ๆ หากต้องเลี้ยงพร้อมแมว ก็ควรหาผู้เพาะพันธุ์ที่มีทั้งลูกสุนัขและลูกแมวอยู่ด้วยกัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยตั้งแต่ตอนยังเด็ก ๆ แต่ก็อาจจะมีโอกาสที่จะไม่สามารถเข้ากับแมวแปลกหน้าได้

การอยู่ร่วมกับเด็กของสุนัข

แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กและสุนัขอยู่ด้วยกันตามลำพัง ควรเฝ้าระวังทุกครั้งที่เด็กเล่นกับสุนัข

รู้หรือไม่

  • แต่เดิมมีการเลี้ยงสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ไว้ล่าและสังหารหนูในเหมืองถ่านหิน ด้วยขนาดตัวที่เล็ก ทำให้คนงานเหมืองพกพาใส่กระเป๋าได้อีกด้วย
  • แม้จะมีการบันทึกว่าชิวาวาเป็นสายพันธุ์สุนัขที่เล็กที่สุดในโลก แต่สถิติสุนัขที่ตัวเล็กที่สุดในโลกตกเป็นของสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ที่มีส่วนสูงมากกว่าเพียง 6 เซนติเมตร
Zoomed product photo

สุนัขบูล เทอร์เรียร์

สุนัขบูลเทอร์เรียเป็นสุนัขรูปร่างแข็งแรง อกลึก มีกล้ามเนื้อกำยำชัดเจน ส่วนหัวยาวเป็นรูปไข่ แข็งแรง และมีจมูกโด่ง สีที่พบบ่อยคือ สีขาว และมักมีแต้มสีอื่นบนหัวหรือบางครั้งก็มีที่หลังด้วย นอกจากนี้ยังมีสีดำ ลายเสือ แดง น้ำตาลทองหรือสามสี เมื่อโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 45 ซม. และหนัก 33 กก.

The need-to-know

  • สุนัขเหมาะสำหรับเจ้าของที่้เคยเลี้ยงสุนัขมาบ้าง
  • ต้องฝึก
  • ชอบเดินเป็นประจำ
  • ชอบเดินวันละ 1-2 ชั่วโมง
  • สุนัขขนาดกลาง
  • น้ำลายไหลให้น้อยที่สุด
  • ต้องดูแล/ตัดขนสัปดาห์ละครั้ง
  • สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • สุนัขช่างพูดและช่างเห่า
  • สุนัขเฝ้าบ้าน ต้องเห่าและเตือน
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
  • อาจต้องฝึกให้อยู่ร่วมกับเด็ก
อายุเฉลี่ย:
12–14 ปี
น้ำหนัก:
11–17 กิโลกรัม
ส่วนสูง:
36–41 เซนติเมตร
สีขน:
น้ำตาลแดง, น้ำตาลทอง, ดำหรือเทาดำ, ลายเสือ หรือมีสีทั้งหมดที่กล่าวมาปนกับสีขาว
ขนาดตัว:
ขนาดเล็ก / ขนาดกลาง
ชื่อกลุ่มคนเลี้ยงสุนัข:
เทอร์เรีย
บุคลิกภาพ

สุนัขบูลเทอร์เรียเป็นสุนัขที่เป็นมิตรและมีอารมณ์ขัน แต่บางครั้งก็อาจจะดื้อบ้าง จึงไม่เหมาะกับผู้หัดเลี้ยงสุนัขมือใหม่ โดยทั่วไปแล้วสุนัขพันธุ์นี้รักสงบแต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสุนัขพันธุ์นี้ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อให้สู้กับวัวกระทิง ดังนั้นก็อาจสู้กลับเมื่อถูกท้าทาย แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่เป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อน ถือว่าเป็นสุนัขที่ใจดีและรักฝูง เพราะฉะนั้นไม่ควรปล่อยให้สุนัขพันธุ์นี้อยู่ตามลำพังนาน ๆ เพราะถ้าบูลเทอร์เรียเกิดอาการเบื่อขึ้นมานั้น ขากรรไกรที่แข็งแรงก็มีพลังทำลายล้างได้สูงมาก

ประวัติและต้นกำเนิด

ประเทศต้นกำเนิด: แอฟริกา

สุนัขพันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด็อกและเทอร์เรียร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ ปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักรและได้รับความนิยมในฐานะสุนัขเฝ้าบ้าน ทั้งนี้สุนัขพันธุ์ “มินิเอเจอร์ บูล เทอร์เรียร์” ที่มีขนาดเล็กกว่าก็มีประวัติยาวนานพอ ๆ กับพันธุ์มาตรฐาน แต่ได้รับการรับรองโดยสมาคมสุนัขแห่งอังกฤษ (British Kennel Club) ในฐานะสุนัขอีกพันธุ์หนึ่งตั้งแต่ปี 1939

โภชนาการและการให้อาหาร

อาหารของสุนัขบูล เทอร์เรียร์จำเป็นต้องมีสารอาหารสมดุลครบหมู่ รวมถึงน้ำสะอาดด้วย ควรหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายของสุนัขอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สุนัขมีรูปร่างที่เหมาะสม และต้องให้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อตามคำแนะนำของอาหารสุนัขที่ให้

การออกกำลังกาย

สุนัขบูล เทอร์เรียร์มักมีภาวะหูหนวก เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะบูล เทอร์เรียร์สีขาว แต่สามารถทดสอบภาวะหูหนวกได้ตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข นอกจากนี้ ยังอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคไตที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคหัวใจ และปัญหาผิวหนังค่อนข้างบ่อยด้วยเช่นกัน

สุนัขบูล เทอร์เรียร์เป็นสุนัขพลังเยอะที่ต้องพาไปออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยอาจปล่อยให้วิ่งเล่นหรือจูงวิ่งก็ได้ ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง

เจ้าของในอุดมคติ

สุนัขพันธุ์บูล เทอร์เรียร์เหมาะกับเจ้าของหรือครอบครัวที่ต้องการสุนัขที่มีนิสัยเป็นมิตร พลังงานเยอะ และพร้อมเล่นทุกเมื่อโดยไม่มีปุ่ม 'ปิด' เพราะสุนัขพันธุ์นี้ชอบมีส่วนร่วมกับเจ้าของ พร้อมรับมือทุกกิจกรรมแม้ไม่ทันตั้งตัว แต่ระวังอาจเข้ากับสุนัขพันธุ์อื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเจ้าของควรฝึกให้สุนัขพันธุ์นี้เข้าสังคมตั้งแต่เนิ่น ๆ และเดินโดยใส่สายจูงทุกครั้ง

ข้อมูลอื่นๆ

พื้นที่ในการเลี้ยงสุนัข

สุนัขสแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียสามารถอยู่อาศัยได้แทบทุกที่ แต่ควรมีพื้นที่ให้ได้ออกกำลังกายทุกวัน ดังนั้นต้องมั่นใจว่ามีพื้นที่ให้สุนัขได้เดินเล่นแบบที่ไม่มีสุนัขตัวอื่นเดินในที่นั้น ๆ

การฝึกสุนัข

สุนัขสแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียเป็นสุนัขแสนรู้ที่มีความกระตือรือร้น สามารถทำผลงานในการฝึกได้อย่างโดดเด่น เรียนรู้ได้ทุกสิ่ง ตั้งแต่การรับฟังคำสั่ง การออกกำลังกาย เทคนิคสนุก ๆ ไปจนถึงกีฬาฝึกความว่องไว สุนัขพันธุ์นี้เล่นของเล่นแบบเน้นปฏิสัมพันธ์เก่ง และยังรักการเล่นเกมส์สนุก ๆ กับเจ้าของด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะไม่สนุกกับการเข้าฝึกเป็นชั้นเรียน เพราะมีสุนัขตัวอื่นอยู่ด้วย หากคุณสามารถหาครูฝึกที่เข้าใจสายพันธุ์ที่ไวต่อสิ่งเร้าพันธุ์นี้ได้ คุณจะประหลาดใจสุด ๆ ว่าทำไมสุนัขของคุณทุ่มเทให้กับการฝึกขนาดนี้ สุนัขพันธุ์นี้ต้องได้รับการฝึกเดินพร้อมสายจูงและสายคล้องตัว และในช่วงอายุน้อยการฝึกให้เข้าสังคมก็สำคัญมาก การฝึกให้เข้าสังคมจะเน้นฝึกให้สุนัขสนใจเฉพาะเจ้าของ เวลาที่มีสุนัขตัวอื่นอยู่ใกล้ ๆ และจะได้ไม่พยายามที่จะไปวิ่งเล่นกับเพื่อน

การอยู่ร่วมกับเด็กของสุนัข

แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขบูล เทอร์เรียร์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน ถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กและสุนัขอยู่ด้วยกันตามลำพัง ควรเฝ้าระวังทุกครั้งที่เด็กเล่นกับสุนัข

รู้หรือไม่

  • สุนัขสแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียเป็นสุนัขแสนรู้ที่มีความกระตือรือร้น สามารถทำผลงานในการฝึกได้อย่างโดดเด่น เรียนรู้ได้ทุกสิ่ง ตั้งแต่การรับฟังคำสั่ง การออกกำลังกาย เทคนิคสนุก ๆ ไปจนถึงกีฬาฝึกความว่องไว สุนัขพันธุ์นี้เล่นของเล่นแบบเน้นปฏิสัมพันธ์เก่ง และยังรักการเล่นเกมส์สนุก ๆ กับเจ้าของด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะไม่สนุกกับการเข้าฝึกเป็นชั้นเรียน เพราะมีสุนัขตัวอื่นอยู่ด้วย หากคุณสามารถหาครูฝึกที่เข้าใจสายพันธุ์ที่ไวต่อสิ่งเร้าพันธุ์นี้ได้ คุณจะประหลาดใจสุด ๆ ว่าทำไมสุนัขของคุณทุ่มเทให้กับการฝึกขนาดนี้
  • สุนัขพันธุ์นี้ต้องได้รับการฝึกเดินพร้อมสายจูงและสายคล้องตัว และในช่วงอายุน้อยการฝึกให้เข้าสังคมก็สำคัญมาก การฝึกให้เข้าสังคมจะเน้นฝึกให้สุนัขสนใจเฉพาะเจ้าของ เวลาที่มีสุนัขตัวอื่นอยู่ใกล้ ๆ และจะได้ไม่พยายามที่จะไปวิ่งเล่นกับเพื่อน