ชิสุห์ (Shih Tzu)
ชิสุห์ (Shih Tzu)
ชิสุห์ (Shih Tzu)

มารู้จักและดูแลสุขภาพชิสุห์ (Shih Tzu) กันเถอะ

มารู้จักและดูแลสุขภาพ ชิสุห์ (Shih Tzu) กันเถอะ

ทำความรู้จักกับชิสุห์ (Shih Tzu)

ชิสุห์ (Shih Tzu) จัดเป็นสุนัขในกลุ่ม Toy Group ถึงแม้ว่าจะมีหุ่นที่ไม่ค่อยจะเหมือนสุนัขสายพันธุ์เล็กทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ชิสุห์กลับครองใจผู้เลี้ยงหลากหลายตั้งแต่ระดับจักรพรรดิจีนโบราณไปจนถึงเหล่าดาราฮอลลีวู้ด ด้วยขนที่ฟูดูนุ่มน่ากอด หน้าตาจิ้มลิ้ม มีความเป็นมิตร ชอบอยู่กับเจ้าของ ช่างเอาอกเอาใจ เราจึงตกหลุมรักน้องได้โดยไม่ยาก นอกจากลักษณะที่ใครเห็นเป็นต้องรัก สุนัขพันธุ์นี้ยังมีประวัติที่เก่าแก่และมีความน่าสนใจไม่แพ้สายพันธุ์ไหน มิน่าล่ะทำไมใครๆ ก็เรียกได้ว่านอกจากจะน่ารักแล้วยังมีแต่เรื่องราวน่าสนใจอีกด้วย

รวมภาพชิสุห์

ประวัติสายพันธุ์ชิสุห์

ประวัติสายพันธุ์ชิสุห์

สุนัขพันธุ์ชิสุห์มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยคำว่าชิสุห์ เป็นภาษาจีนแปลว่า “สิงโตตัวน้อย” ประวัติของสุนัขชิสุห์นั้นสืบไปได้ยาวนานกว่า 1,100 ปี หลักฐานจากดีเอ็นเอบ่งบอกว่าสุนัขชิสุห์สืบเชื้อสายมาจากสายมาจากสุนัขสายพันธุ์ลาซา แอปโซ (Lasa Apso) ที่เลี้ยงไว้เฝ้าวัดในประเทศฑิเบต ที่ถูกนำเข้ามาในราชสำนักจีนและถูกพัฒนาสายพันธุ์โดยผสมกับสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง (Pekingese) จนได้สุนัขพันธุ์ชิสุห์ขึ้นมา

สุนัขชิสุห์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงและเหล่าราชวงศ์ของจีน โดยเฉพาะในช่วงราชวงศ์หมิง หรือประมาณศตวรรษที่ 14-17 กล่าวกันว่าจักรพรรดิและจักรพรรดินีจะทรงมอบเงินทองและให้รางวัลอย่างงามให้แก่นักเพาะพันธุ์สุนัขที่สามารถเพาะพันธุ์สุนัขชิสุห์ที่มีรูปร่างสวยงาม

เริ่มแรกนั้นสุนัขชิสุห์จะได้รับอนุญาตให้เลี้ยงได้ในเหล่าบรรดาชนชั้นสูงของจีนเท่านั้น และเป็นเช่นนั้นจนกระทั่งในทศวรรษที่ 1930 สุนัขชิสุห์ตัวแรกได้ถูกนำไปยังยุโรปและภายหลังในอเมริกา สมาคมสุนัขแห่งอเมริกา (AKC) ได้รับรองสายพันธุ์ให้กับสุนัขชิสุห์ในปี ค.ศ. 1969 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสุนัขชิสุห์กลายเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มสุนัขสายพันธุ์เล็กทั้งในอเมริกาและยุโรป ไม่ว่าเจ้านายของชิสุห์จะเป็นใครหรืออยู่ชนชั้นไหนของสังคม สุนัขชิสุห์ยังคงทำหน้าที่สัตว์เลี้ยงที่แสนดีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเหล่าบรรดาผู้ชื่นชอบสุนัขชิสุห์จึงมีตั้งแต่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบ็ธที่ 2 หรือแม้แต่นักแสดงสาว Miley Cyrus ก็ยังตกหลุมรักสุนัขสายพันธุ์นี้เช่นกัน

รู้หรือไม่

- ในสมัยราชวงศ์ถังของจีน เคยส่งสุนัขชิสุห์หนึ่งคู่เพื่อเป็นเป็นของบรรณาการแก่พันธมิตร เรื่องราวของสุนัขคู่นี้ได้ได้ถูกบันทึกไว้เมื่อ ค.ศ. 990-994

- การที่สุนัขชิสุห์มีชื่อและรูปร่างคล้ายสิงโตตัวน้อย เนื่องมาจากความเชื่อของศาสนาพุทธว่าสิงโตเป็นหนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาสถานที่สำคัญทางศาสนา

- เริ่มแรกในยุโรป สุนัขชิสุห์ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุนัขพันธุ์ลาซา แอปโซ แต่ภายหลังสมาคมสุนัขแห่งอังกฤษก็ได้ทราบว่าแท้จริงแล้วป็นพันธุ์ชิสุห์ ในปี ค.ศ. 1935

- ในบางครั้งสุนัขชิสุห์ถูกเรียกว่า “สุนัขหน้าดอกเบญจมาศ” (chrysanthemum-faced dog) เนื่องมาจากใบหน้าที่กลมแบนและมีขนขึ้นบริเวณรอบๆ

นี่แหละชิสุห์ (คะแนน 1-5)

ภาพรวมความสามารถในด้านการปรับตัว♥♥♥
• ปรับตัวได้ดีกับการอยู่ในอะพาร์ตเม้นต์ หรือห้องพัก♥♥♥♥♥
• เหมาะกับเจ้าของมือใหม่ผู้ที่เริ่มเลี้ยงสัตว์♥♥♥♥
• ขี้กลัวหรือขี้ตกใจ ♥♥
• อยู่ได้ตัวเดียวลำพัง♥♥♥
• ทนต่ออากาศหนาวเย็น♥♥♥♥
• ทนต่ออากาศร้อน♥♥♥♥
ภาพรวมด้านความเป็นมิตร♥♥♥♥
• เหมาะกับการเลี้ยงร่วมกับคนในครอบครัว♥♥♥♥♥
• เป็นมิตรกับเด็ก♥♥♥♥♥
• เป็นมิตรกับน้องหมาตัวอื่น♥♥♥♥
• เป็นมิตรกับแมว♥♥♥♥
• เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า♥♥♥♥
• ความขี้เล่น♥♥
• ชอบเห่าชอบส่งเสียง
ภาพรวมด้านสุขภาพ♥♥♥
• แนวโน้มที่จะอ้วน♥♥♥♥♥
• ความง่ายในการดูแลขนและความสะอาด♥♥
• ปริมาณการผลัดขน♥♥♥
• ความต้องการออกกำลังกาย♥♥
ความฉลาด ♥♥♥♥

ลักษณะของสายพันธุ์ชิสุห์โดยสรุป

สุนัขสายพันธุ์ชิสุห์จัดเป็นสุนัขในกลุ่ม Toy Group ที่มีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรง นอกจากตัวเล็กน่ารักแล้ว ยังเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเห่า ไม่ค่อยส่งเสียงดัง สามารถปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆได้ดี และมักไม่ค่อยมีปัญหาเมื่อต้องพบเจอกับคนแปลกหน้า

ชิสุห์จัดเป็นสุนัขที่ฉลาด สามารถเรียนรู้และฝึกได้ค่อนข้างดี แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความชัดเจนในการฝึก โดยเฉพาะการฝึกที่มีขนมเป็นรางวัล ชิสุห์ขึ้นชื่อเรื่องการฝึกขับถ่ายที่ทำได้ค่อนข้างยาก แต่ฝึกยากไม่ได้แปลว่าฝึกไม่ได้ เพียงแค่อาจจะต้องอาศัยเวลาและความตั้งใจมากเป็นพิเศษเท่านั้นเอง

More About This Breed

ขนาดของสุนัขพันธุ์ชิสุห์

สุนัขสายพันธุ์ชิสุห์จัดเป็นสุนัขขนาดเล็ก โดยมีความสูงประมาณ 8-11 นิ้ว และมีน้ำหนักอยู่ที่ 19.8-35.2 กิโลกรัม และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 10-16 ปี มีสีหลากหลายตั้งแต่ขาว ดำ น้ำตาล ทอง และสีบลู

บุคลิกของชิสุห์

บุคลิกของสุนัขชิสุห์โดยรวมแล้วถือว่าเป็นสุนัขที่ค่อนข้างเรียบร้อย แต่ก็มีมุมดื้ออยู่บ้าง ชิสุห์จะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างจากสุนัขสายพันธุ์เล็กทั่วไปที่มักจะตื่นตัวและไฮเปอร์ เพราะชิสุห์เป็นสุนัขที่ค่อนข้างสงบนิ่งและไม่แอคทีฟมากนัก เพราะฉะนั้นชิสุห์จึงไม่ต้องการการออกกำลังกายและการใช้พื้นที่เท่ากับสุนัขพันธุ์เล็กอื่นๆ

เนื่องจากชิสุห์ถูกพัฒนาสายพันธุ์เพื่ออยู่ในบ้านของชนชั้นสูง ชิสุห์จึงมีความผูกพันธ์กับเจ้าของค่อนข้างสูง ชอบที่จะทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ กระชับความสัมพันธ์กับเจ้าของ เช่น การนอนบนโซฟาหรือบนตักเจ้าของขณะดูทีวี หรือเดินตามเจ้าของไปในจุดต่างๆของบ้าน เรียกได้ว่าชิสุห์เป็นสายชิลล์และสายแฟมิลี่อย่างแท้จริง

การดูแลสุขภาพของชิสุห์

สุนัขชิสุห์ถือเป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กที่มีโครงสร้างร่างกายค่อนข้างหนาและแข็งแรง ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เหมือนสุนัขพันธุ์เล็กอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยลักษณะทางสรีระบางอย่างของชิสุห์จึงทำให้ก็มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพบางอย่างประจำสายพันธุ์ ได้แก่

  • ภูมิแพ้ : ชิสุห์มีโอกาสในการแพ้และเกิดอาการแดงและคันตามผิวหนังได้ สังเกตได้จากการเลียเท้า คันหรือเกามากกว่าปกติ ผิวหนังเป็นผื่นแดง
  • เป็นลม : เนื่องจากชิสุห์จัดเป็นสุนัขพันธุ์หน้าสั้น ทำให้ประสิทธิภาพในการหายใจอาจไม่มีเท่ากับสุนัขที่มีโครงหน้าปกติ หากมีการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมมากเกินไปอาจหายใจไม่ทันและเป็นลมได้
  • โรคลมแดด: ด้วยสรีระที่ค่อนข้างหนา ขนยาว บวกกับทางเดินหายใจที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ชิสุห์มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ต่ำกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่น
  • ปัญหาตา: หนึ่งในโรคที่สำคัญของชิสุห์คือ ตาแห้ง และเนื่องจากลักษณะตาที่ค่อนข้างโปนทำให้มีความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บบริเวณกระจกตาได้สูง ยังไม่รวมการที่ขนยาวทิ่มตา ปัญหาท่อน้ำตาอุดตัน และรอยคราบน้ำตาบริเวณรอบดวงตา อีกทั้งยังมีปัญหาต้อหินและต้อกระจกเมื่อสุนัขอายุมากขึ้น
  • ปัญหาเรื่องข้อต่อ : สุนัขชิสุห์มีโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บที่บริเวณข้อสะโพกและกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะในสุนัขที่แก่และอ้วน
  • ปัญหาเหงือกและฟัน : ปัญหาเรื่องเหงือกและฟันโดยเฉพาะหินปูนมักเกิดขึ้นเมื่อเวลานานไป จึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากของชิสุห์อย่างสม่ำเสมอ หมั่นพาสุนัขไปตรวจฟันกับสัตวแพทย์เป็น อาจฝึกให้แปรงฟัน หรือเลือกอาหารที่มีส่วนช่วยในการขัดฟัน

ความต้องการด้านสารอาหารของชิสุห์

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายของชิสุห์ควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวันของสุนัขสายพันธุ์นี้ โดยประกอบไปด้วย

1. โปรตีน : เพื่อสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ในอาหารควรมีกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของโปรตีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้

2. คาร์โบไฮเดรต : เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซลล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ดเลือดแดง อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วนในสุนัข

3. ไขมัน : ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยให้พลังงานได้สูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน อี ดี เอ และเค รวมถึงยังดูแลให้ความอบอุ่น และมีส่วนช่วยในระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยบำรุงผิวหนังและขนของสุนัขสายพันธุ์นี้

4. วิตามิน และแร่ธาตุ : แม้ร่างกายจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย และทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้ ตัวอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายสุนัขต้องการ ได้แก่ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น

สุนัขชิสุห์เป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมมากนัก แต่มีความแอคทีฟสูง จึงควรเลือกอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดี มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี เน้นคัดสรรวัตถุดิบหลักที่มาจากธรรมชาติปราศจากสี และวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ โดยมีการคำนวณสารอาหารให้มีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของร่างกายของสุนัข อย่างเช่น SUPERCOAT (ซุปเปอร์โค้ท) สูตรสุนัขโตพันธุ์เล็ก ที่เสริมการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายสุนัขให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน และมีความสมดุลกับความต้องการด้านโภชนาการของสุนัขสายพันธุ์เล็กโดยเฉพาะ มีแร่ธาตุจำเป็นที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด อร่อยกับรสชาติที่ได้จากวัตถุดิบแท้ๆ จากธรรมชาติ เพิ่มพลังงานด้วยวิตามินบี เพื่อการนำพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดอาหารมีขนาดเล็กเหมาะสมช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหารและการขัดฟัน ที่สำคัญคือมีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้แข็งแรง เงางามเป็นส่วนประกอบที่จะช่วยให้ขนของชิสุห์ให้สวยเงางามมีสุขภาพดี

ความต้องการพิเศษเฉพาะสายพันธุ์ของชิสุห์

ชิสุห์ที่มีขนสีขาวอาจต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันคราบเปื้อนที่มักจะเกิดขึ้นบริเวณรอบดวงตาหรือรอบใบหน้า ดังนั้นเวลาพบว่าสุนัขมีน้ำตาไหลหรือหลังมื้ออาหารต้องรีบเช็ดทำความสะอาด และหมั่นเล็มขนบริเวณรอบดวงตาและใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ บริเวณใบหน้าที่ย่นควรมีการเช็ดทำความสะอาดทุกวันหรือหลังมื้ออาหารเพื่อป้องกันการหมักหมมของเชื้อโรค รวมถึงการหมั่นตัดแต่งขนให้เข้าทรง โดยเฉพาะขนบริเวณรอบใบหน้า ใบหู รอบดวงตาและบริเวณใต้ฝ่าเท้า

ถึงแม้ว่าบางคนจะบอกว่าชิสุห์มักไม่ทำให้ผู้เลี้ยงเกิดอาการแพ้มากเท่าสายพันธุ์อื่น ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการผลัดขนที่น้อยหากขนชั้นนอกยาวจะทำให้ขนชั้นในเมื่อหมดอายุขัยแล้วอาจไม่สามารถหลุดร่วงออกมาได้ การแปรงขนจะช่วยให้ขนชั้นในสามารถออกมาได้ แต่ในน้องชิสุห์ที่ตัดขนสั้นอาจพบว่ามีขนร่วงมากกว่าขนยาว นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อขนชั้นในหมดอายุแล้วจะสามารถร่วงออกจากตัวสุนัขได้เลย ไม่ได้โดนกักไว้ด้านในเหมือนกับสุนัขที่ไว้ขนยาว

การดูแลขนและความสะอาดของชิสุห์

สุนัขชิสุห์มีขน 2 ชั้น ขนชั้นนอกจะยาว ตรง นุ่มสลวยและเงางาม ส่วนขนในจะมีลักษณะหนา นุ่ม คล้ายขนแกะ ส่วนมากขนชั้นนอกจะยาวได้เรื่อยๆ แต่หากใครไม่สะดวกในการดูแลน้องขนยาว หลายครอบครัวอาจตัดสินใจตัวชนน้องให้สั้นลงเพื่อง่ายต่อการดูแล แถมยังน่ารักเหมือนตุ๊กตาอีกด้วย

สีขนของสุนัขพันธุ์นี้มีเฉดสีมากมาย ตั้งแต่ สีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน น้ำตาลทอง ขาว ดำ เทา และบลู โดยการดูแลขนของสุนัขชิสุห์ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่แปรงขนอย่างน้อยวันละครั้ง และอาบน้ำเดือนละ 2 ครั้งก็เพียงพอ โดยใช้แชมพูอาบน้ำสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพียงต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าขนสุนัขแห้งสนิทจริงๆ มิเช่นนั้นอาจะเกิดปัญหาเรื่องความอับชื้นหรือเป็นหวัดได้ ส่วนการทำความสะอาดอื่นๆ ทั่วไป เช่นเช็ดหู แปรงฟันและตัดเล็บ ควรเป็นประจำอย่างน้อยทุก 1-2 สัปดาห์

การอยู่ร่วมกันกับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

สุนัขชิสุห์เป็นสุนัขที่ค่อนข้างเรียบร้อยและสงบนิ่งโดยเฉพาะเมื่อตอนโตเต็มวัยแล้ว จึงเหมาะกับครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์แบบสบายๆ ไม่รีบร้อน หรือไม่ได้มีกิจกรรมมากมายนัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเลี้ยงไว้คลายเหงาสำหรับผู้สูงอายุหรือครอบครัวหลังเกษียณ เพราะชิสุห์ชอบอยู่กับคน ไม่ค่อยส่งเสียงดัง และต้องการการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นชิสุห์ก็สามารถอยู่กับเด็กได้อย่างไม่มีปัญหา นอนกอดก็ได้ เล่นด้วยก็ดี แต่ต้องไม่มากเกินไป ที่สำคัญชิสุห์แทบจะไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวกับสมาชิกในครอบครัวเลย

การเลี้ยงร่วมกับสุนัขสายพันธุ์อื่น หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น สุนัขชิสุห์ก็ทำได้อย่างดีไม่มีปัญหา เนื่องจากวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์จึงไม่ค่อยเกิดการกระทบกระทั่งกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นเท่าใดนัก แต่ในทางกลับกันสุนัขชิสุห์อาจจะถูกรบกวนโดยสัตว์เลี้ยงตัวอื่นที่มีความแอคทีฟสูงได้ เช่นสุนัขสายพันธุ์ที่ขี้เล่นและไฮเปอร์ อย่างบีเกิ้ล หรือ แจ็ค รัสเซล เป็นต้น

ผู้เลี้ยงที่เหมาะกับชิสุห์

เนื่องจากสุนัขชิสุห์ถูกเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่มาเป็นเวลาหลายร้อยปีจึงไม่ได้มีความต้องการในการใช้พื้นที่มากเท่าสุนัขสายพันธุ์อื่น เพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย คนที่อยู่อะพาร์ตเม้นต์หรือคอนโด (ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์) อีกทั้งโครงสร้างร่างกายและโครงหน้าที่สั้นการออกกำลังกายจึงทำได้อย่างจำกัด ต้องการเพียงพื้นที่ในการออกกำลังกายเล็กน้อยเท่านั้น

สุนัขชิสุห์ค่อนข้างมีความเป็นมิตรสูงจึงสามารถเลี้ยงรวมกับสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นได้เป็นอย่างดี ชิสุห์สามารถเข้ากับสมาชิกในครอบครัวได้ทุกวัย และเป็นสุนัขที่ได้รับการยอมรับว่าเหมาะกับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เนื่องจากสุนัขชิสุห์ชอบที่จะใช้เวลาอยู่กับเจ้าของ ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกัน เช่นนอนดูทีวีหรือแปรงขน

และด้วยขนยาวสองชั้นบวกกับใบหน้าที่ย่น สุนัขชิสุห์จึงต้องการการดูแลจากเจ้าของอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่สนใจสุนัขสายพันธุ์นี้จึงควรมีเวลาให้ชิสุห์อยู่พอสมควร